กันยายน 26, 2020

ตัวตนของ “ซาดิโอ มาเน่” ที่ทำให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลแอฟริกันที่ดีที่สุด

Views 13
0 0
Read Time11 Minute, 54 Second

“คนเก่งมีอยู่มากที่หายากคือคนดี” … นี่อาจจะเป็นวลีที่ดูตกยุคในสายตาของบางคน แต่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าในสังคมการทำงานทุกๆ ที่ เราต่างต้องการเพื่อนร่วมงานที่นอกจากจะทำงานได้เก่งแล้ว เขาคนนั้นควรจะต้องเป็นคนที่เคมีตรงกัน … ไม่ต้องดีเลิศประเสริฐศรีมากมาย ขอแค่ให้เป็นคนที่เห็นแก่ส่วนรวมและตั้งใจทำหน้าที่ส่วนตนอย่างเต็มที่ก็พอแล้ว

หากเปรียบ ลิเวอร์พูล เป็นออฟฟิศออฟฟิศหนึ่งที่มีนักเตะ 20 กว่าชีวิตเป็นพนักงาน ออฟฟิศแห่งนี้ผลิตผลงานคุณภาพออกมาตลอดทั้งปี ภายใต้ความกลมเกลียวของพนักงานทุกคนที่มี เป้าหมายและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน 

และมีนักเตะคนหนึ่งที่ถือเป็นขวัญใจของเพื่อนร่วมทีมอย่างที่สุดนั่นคือ ซาดิโอ มาเน่ นักเตะที่มักไม่ค่อยออกสื่อมากมายนัก แต่ผู้คนจะพูดถึงเขาในฐานะ “Nicest Guy” หรือพ่อหนุ่มใจหล่อเสมอ และสิ่งนี้เองที่ทำให้เขาเป็นที่รักของคนรอบข้างไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม

ติดตามความไนซ์ ของ มาเน่ ที่เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มของคนรอบข้าง และส่งกลับมาเป็นพลังของเขาได้ที่นี่

เข้าใจความสำคัญของ “ทีม”

ลิเวอร์พูล ร้อนแรงแบบใครก็ปฎิเสธไม่ลงตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2019-20 ดังนั้นทุกทีมจึงหวังว่าพวกเขาจะทำแต้มตกหล่นบ้าง … ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทั้งการเล่นผิดพลาดในสนาม หรือแม้กระทั่งการผิดใจกันเองของนักเตะในทีม 


Photo : www.irishmirror.ie

และแล้ววันนั้นก็เหมือนจะมาถึง วันที่ ลิเวอร์พูล บุกเยือน เบิร์นลี่ย์ ในวันที่ 31 สิงหาคม 2019 ที่ผ่านมา และเมื่อพูดถึง ลิเวอร์พูล ยุคนี้ ก็ต้องนึกถึงเรื่องการใส่สกอร์โดยศูนย์หน้าทั้ง 3 คนอย่าง ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ และ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ 

เกมนั้น มาเน่ และ ฟิร์มิโน่ ใส่สกอร์ไปแล้วคนละ 1 เม็ด นั่นทำให้ โม ซาลาห์ ที่ถือว่าเป็นผู้เล่นอันดับ 1 ของทีม (จากการสรุปมูลค่านักเตะปี 2019) พยายามที่จะยิงประตูเองในหลายๆ จังหวะ และมีจังหวะจะๆ จังหวะหนึ่งที่ ซาลาห์ เจอผู้เล่น เบิร์นลี่ย์ ขวางอยู่ 2-3 ด่าน ขณะที่ มาเน่ ยืนว่างอยู่คนเดียวที่เสาสอง ทว่า ซาลาห์ ก็เลือกที่จะยิงเองและทำให้ มาเน่ ชักสีหน้าหงุดหงิดอย่างชัดเจนทันทีที่กล้องโคลสอัพไปที่เขา 

ทุกอย่างชัดเจนไปอีกเมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของทีมเปลี่ยนตัว มาเน่ ออก เท่านั้นเอง มาเน่ ก็ระเบิดลงทันที เขาเดินสบถมาตลอดทาง ชี้ไม้ชี้มือเหมือนพยายามจะบอกว่า ซาลาห์ ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แม้แต่ คล็อปป์ เองก็ห้ามไม่อยู่ จนได้เพื่อนๆ ที่ม้านั่งสำรองอย่าง ฟิร์มิโน่, โจ โกเมซ และ เจมส์ มิลเนอร์ เข้ามาสงบสติอารมณ์


Photo : www.ayobandung.com

“มันไม่ใช่เพราะการเปลี่ยนตัว แต่ มาเน่ ไม่พอใจอย่างมากที่ ซาลาห์ ไม่ส่งบอลให้กับเขาที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า” เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอมรับโดยดีว่าลูกทีมของเขามีปัญหากันลากยาวตั้งแต่อยู่ในสนาม 

ทุกคนตื่นตูมกับเรื่องนี้มาก คิดว่ารอยร้าวเกิดขึ้นกับ ลิเวอร์พูล และการ “พยายามยิงประตูเองจนมองข้ามกันและกัน” ระหว่างนักเตะคู่นี้ เกิดขึ้นให้เห็นบ่อยๆ จนหลายคนฟันธงว่าระเบิดลงจริงๆ แล้วในครั้งนี้ แต่สถานการณ์จากที่ดูเหมือนร้ายกลับกลายเป็นดีในการซ้อมหลังจากนั้นวันเดียวเท่านั้นเอง

“เฮ้ย! โม (ซาลาห์) ทำไม มาเน่ มันอยากจะต่อยนายวะ” จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม แซวคู่กรณีทั้ง 2 คนในขณะที่เพื่อนร่วมทีมอยู่ในห้องแต่งตัวจนครบทีม 

แค่นั้นเองทุกอย่างก็จบ ทุกคนในทีมพร้อมใจกันหัวเราะออกมาก๊ากใหญ่ ซาลาห์ เดินเข้ามาหามาเน่และถามว่า มาเน่ โกรธเขาเรื่องอะไร? ซึ่ง มาเน่ ก็บอกตรงๆ แบบไม่มีกั๊กว่า “ก็ฉันอยากได้บอล” การพูดคุยแบบง่ายๆ แบบลูกผู้ชายไม่มีเล่ห์เหลี่ยมทำให้ ซาลาห์ ขอโทษมาเน่ และ มาเน่ ก็หายโกรธในทันที 


Photo : www.liverpoolecho.co.uk

“ผมอยากได้บอล ซึ่ง โม ก็ชี้แจงออกมาว่า ฉันไม่เห็นนาย แต่นายรู้ใช่มั้ยว่าฉันไม่มีอะไรกับนาย เราคุยกันทางโทรศัพท์บ้างบางครั้ง ส่งข้อความหากันสม่ำเสมอ และเราไม่มีปัญหาอะไรแล้ว” มาเน่ ร่ายยาวถึงเรื่องดังกล่าว

แม้จะมีการยุแยงไปต่างๆ นานาจากสื่อ แต่ มาเน่ เองก็เป็นคนที่แฟร์มากพอเมื่อได้รับการขอโทษ เขาก็ทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและเข้าใจว่าทำไม ซาลาห์ ต้องทำแบบนั้น และทำไมเขาจึงไม่ควรโกรธให้บรรยากาศในทีมเสีย เพียงเพราะว่าตัวเขาต้องการยิงประตู ทั้งๆ ที่สกอร์ ณ เวลานั้น ลิเวอร์พูล นำ เบิร์นลี่ย์ ถึง 3-0 และสิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่ในมือของพวกเขาแล้ว นั่นคือ “ชัยชนะ”


Photo : www.sport-fm.com.cy

“ในโลกฟุตบอล คุณอยากจะยิงประตูเสมอ ซิตี้ เองยิง วัตฟอร์ด ตั้ง 8-0 ผมเองก็อยากจะทำแบบนั้นบ้างเหมือนกัน แต่ที่สุดแล้วผมเข้าใจดีว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ ก็เขามองไม่เห็นผมนี่นะ ผมโกรธได้ก็หายได้”  มาเน่ ยอมรับว่าเขาเองก็มีส่วนที่ผิดเหมือนกันที่ทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ 

การทะเลาะกันในครั้งนี้ถือเป็นข้อดีที่ทำให้ ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่มีบรรยากาศในทีมที่ดีมากกว่าเดิม ซาลาห์ ขอโทษมาเน่ และมาเน่ ไม่ได้ติดใจอะไรกับเรื่องนี้ … กลับกันหากเขาโกรธ ซาลาห์ และไม่ยอมรับคำขอโทษ ไม่บอกว่าโกรธเรื่องอะไร ปัญหาระหว่างทั้งคู่คงเป็นระเบิดเวลาที่พร้อมจะเล่นงาน “ทีมเวิร์ก” ของลิเวอร์พูลตลอดเวลา

เมื่อ มาเน่ เปิดใจทุกอย่างและเคลียร์เรื่องนี้ทุกประเด็น นักข่าวจึงถามเขาต่อว่าแล้วปีนี้ลิเวอร์พูลจะเน้นคว้าแชมป์ถ้วยไหนมากกว่ากันระหว่าง พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก มาเน่ ก็ตอบกลับแบบชัดเจนว่า

“เอาทั้งคู่ เราคือลิเวอร์พูล เราไม่มีอะไรต้องกลัว เราจะสู้เพื่อคว้าทั้งสองแชมป์นั่นแหละ” เขากล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม … ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมที่ยังไร้พ่ายในพรีเมียร์ลีก และเข้ารอบน็อคเอาต์ศึกแชมเปียนส์ ลีกในเวลาต่อมา

ไอค่อนของชาวมุสลิม 

ซาดิโอ มาเน่ เป็นนักเตะแอฟริกันที่ค่าตัว 34 ล้านปอนด์ ตอนนี้เขาได้ค่าเหนื่อยระดับหลักแสนปอนด์จาก ลิเวอร์พูล เขาเป็นที่รักของเพื่อนๆ ในทีม แต่อีกบทบาทที่สำคัญคือ มาเน่ มีชีวิตนอกสนามที่เข้ากับคนรากหญ้าและท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน 


Photo : www.actu221.net

ชีวิตที่แสนสุขสบายในเวลานี้ ไม่ได้เปลี่ยนกิจวัตรที่เขาทำมาเป็นประจำตั้งแต่เด็กเหมือนกับที่เขาถูกพ่อและแม่ปลูกฝัง มาเน่ เป็นนักเตะมุสลิม และเคร่งศาสนามากเพราะพ่อของเขาเป็น โต๊ะอิหม่ามในมัสยิดประจำเมือง บัมบาลี บ้านเกิดของเขา และโดนปลูกฝังเรื่องศาสนาและพระเจ้ามาโดยตลอด

มาเน่ เป็นนักเตะในพรีเมียร์ลีกเพียงไม่กี่เปอร์เซนต์ที่ไม่แตะแอลกอฮอล์เลย และเมื่อถึงเทศกาลรอมฎอน หรือแม้กระทั่งการละหมาดประจำวัน มาเน่ ไม่เคยปล่อยให้ความสะดวกสบายและหน้าที่ที่เคร่งครัดของการเป็นนักเตะอาชีพเข้ามาขัดขวางการทำตามคำสั่งสอนของศาสนาเลย

“ผมไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ศาสนาเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผม ผมเคารพคำสอนของศาสนาอิสลาม ผมสวดถึงพระเจ้าวันละ 5 ครั้งเสมอ” เขาพูดถึงกิจวัตรของตัวเอง

สิ่งที่ มาเน่ เป็น ไม่ได้สร้างความลำบากใจให้กับใครหรือคนใกล้ตัวเลยแม้แต่น้อย แม้จะเคร่งศาสนาแต่เขาแบ่งสัดส่วนความสำคัญได้อย่างลงตัว เขาไม่เคยปิดกั้นที่จะพูดคุยและมอบมิตรภาพแก่คนที่นับถือศาสนาต่างกันเลย และนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมทุกคนจึงเปิดใจรับเขาเป็นเพื่อนสนิทเช่นกัน

“ที่เซเนกัล เป็นสังคมมุสลิม 90% อีก 10% เป็นคริสเตียน แต่เราถูกสอนให้อยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตร ลุค คือเพื่อนบ้านที่ผมสนิทที่สุด เราไปมาหาสู่กันเสมอ ผมไม่เคยมีความขัดแย้งระหว่างศาสนาเลย เพราะการเลี้ยงดูที่ถูกต้องตั้งแต่เด็ก” มาเน่ กล่าว 

ทุกวันนี้แม้ มาเน่ จะมีรถเบนท์ลี่ย์ราคาแพง แต่กิจวัตรของเขายังเหมือนเดิม ทุกสัปดาห์เขาจะกลับไปหาชุมชนมุสลิมในเมืองลิเวอร์พูล ไปทำกิจกรรมทางศาสนาที่มัสยิด และเมื่องานด้านพิธีกรรมจบลง เขามักจะอยู่ต่อเพื่อช่วยทำกิจกรรมอย่างเก็บกวาดจนไปถึงล้างห้องน้ำก็ไม่เว้น นั่นจึงทำให้เขาเป็นที่รักของชุมชนมุสลิมในลิเวอร์พูล และชาวมุสลิมทั่วโลกกว่า 1.6 พันล้านคนเลยทีเดียว 


Photo : galsen221.com

“ซาดิโอ มาจากชุมชนที่ยากจน เขาจึงเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นๆ เขามีโครงการเพื่อส่วนรวมมากมาย รวมถึงการสร้างมัสยิดในหมู่บ้านของเขาด้วย เขามามัสยิดบ่อยครั้ง ทั้งๆ ที่บ้านของเขามีรถหรูเยอะแยะ แต่ทุกครั้งที่เขามา เขามักจะนั่งรถธรรมดามาแทนเพื่อไม่แสดงตัว เขาไม่ใช่พวกคลั่งไคล้ในลาภยศชื่อเสียง ไม่เคยถือตัวกับทุกๆ คนเลย” อิหม่ามของมัสยิดในเมือง ลิเวอร์พูล กล่าว 

ความไม่ถือตัวและชอบช่วยเหลือคนอื่น ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นเครื่องหมายการค้าของ มาเน่ หลายครั้งเราจะได้เห็นเขาทำในสิ่งที่สตาร์ดังๆ ในโลกฟุตบอลไม่ค่อยทำกัน นอกจาการล้างห้องน้ำแล้ว ยังมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการช่วยผู้ดูแลชุดแข่งของทีม ยกขวดน้ำออกจากรถบัสของทีมเซเนกัลไปห้องแต่งตัวด้วยตัวเอง แม้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรกับการทำแบบนี้ แต่มีแฟนๆ จำนวนมากที่มองว่าเป็นเรื่องยอดเยี่ยมมากที่เห็นเจ้าตัวเข้าไปช่วยขนน้ำอย่างมีความสุขโดยที่ไม่มีรีรอ ทั้งๆ ที่เพื่อนร่วมทีมก็เดินผ่านไปแล้ว 

ไอดอล คือคำเปรียบเปรยที่เหมาะสมกับมาเน่อย่างแท้จริง เขารักษาหน้าที่ของตัวเอง เปิดกว้างกับโลกที่แตกต่าง และทำให้ความเชื่อมารวมกับหน้าที่ที่ต้องทำได้อย่างลงตัว 

ใส่ใจคนรอบข้าง

สิ่งหนึ่งที่จะทำให้คนเรามีความสุขได้นั่นก็คือการให้ และ มาเน่ เองเป็นคนที่เชื่อในเรื่องของการให้เป็นอย่างมาก ภายหน้าใบหน้าที่ดูนิ่งๆ เขากลับเป็นคนที่ชอบเห็นรอยยิ้มของผู้คนรอบตัวมากที่สุดคนหนึ่ง


Photo : theathletic.co.uk

ลิสต์การบริจาคเพื่อตอบแทนสังคมของ มาเน่ นั้นมีมากมาย … หนึ่งในนั้นคือการบริจาคเงิน 200,000 ยูโร เพื่อสร้างศูนย์การศึกษาในบ้านเกิดและศูนย์พยาบาลให้กับทุกคนในชุมชน ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ได้เรียนหนังสือเพราะยากจน แต่เขาก็รู้ว่าการศึกษานั้นสำคัญต่ออนาคตขนาดไหน 

“การศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ นี่จะช่วยทำให้เด็กๆ มีอาชีพการงานที่ดีได้” มาเน่ กล่าวในวันที่เขาบริจาคเงินก้อนโต

นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล็กๆ ที่ชวนยิ้มอีกมาย อาทิ ในเกม ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ เมื่อต้นฤดูกาลที่ผ่านมา ที่ลิเวอร์พูล ชนะ เชลซี ในการดวลจุดโทษ 5-4 มาเน่ ที่โดนเปลี่ยนตัวออกมาในนาที 103 และนั่งอยู่บนม้านั่งสำรองได้เรียกเด็กเก็บบอลมาหาเขา และมอบเสื้อแข่งที่เขาใส่ในเกมนั้น รวมถึงกอดกับหนุ่มน้อยผู้โชคดีด้วย

“การแสดงออกที่ยอดเยี่ยม เป็นรอยยิ้มที่แท้จริงจากเขา, ที่เขาทำไม่ใช่เพราะมีคนบอกให้ทำ เขาสนุกกับการให้และมันเป็นวันที่วิเศษของเด็กชายคนนั้น” ผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่โพสต์คลิปวีดีโอดังกล่าวพูดถึงเหตุการณ์นั้น 

ขณะที่เมื่อไม่นานนี้ในเกมเดือนธันวาคมปี 2019 ที่ ลิเวอร์พูล ชนะ วัตฟอร์ด 2-0 ในเกมนั้น วัตฟอร์ด มีโอกาสที่จะจบสกอร์ได้หลายครั้งโดยเฉพาะจังหวะจะๆ ของ อิสไมล่า ซารร์ นักเตะชาวเซเนกัลคนบ้านเดียวกับ มาเน่ ที่ยิงวืดไปอย่างเหลือเชื่อ จนแฟนๆ ของ วัตฟอร์ด เริ่มบ่นว่า ซารร์ คือนักเตะที่น่าผิดหวังเพราะทีมซื้อตัวเขามาจาก ลีลล์ ด้วยค่าตัวถึง 30 ล้านปอนด์ ตั้งแต่ปี 2018 แต่ผลงานกลับไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลย 

หลังจากจบเกมนั้น มาเน่ ไปยืนดักรอ ทรอย ดีนี่ย์ กัปตันทีมและผู้นำในห้องแต่งตัวของวัตฟอร์ด ในอุโมงค์นักเตะ ก่อนจะบอกกับ ดีนี่ย์ ว่า “ผมฝากดูแลน้องชายของผมหน่อย (ซารร์) เขาเป็นเด็กขี้อายมากๆ จากนี้เขาจะต้องพยายามพูดอังกฤษให้ได้ เขากำลังเรียนรู้อยู่ เขาเป็นเด็กดี ผมรับประกันเลย”


Photo : tbrfootball.com

จากนั้น ดีนี่ย์ ก็จับมือกับ มาเน่ ขณะที่ ซารร์ ที่ยืนฟังทั้งสองคนก็เดินออกไปพร้อมรับคำแนะนำจาก มาเน่ ตลอดจนสิ้นสุดทางเดิน …

เรื่องเล็กๆ แค่นี้สร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเห็นได้ชัด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าหลังจากการฝากฝังของ มาเน่ ครั้งนั้น อิสไมล่า ซารร์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงของ วัตฟอร์ด ทุกนัด และพาทีมแตนอาละวาดเก็บ 10 คะแนนจาก 4 เกมพรีเมียร์ลีกจนหลุดพ้นจากโซนตกชั้น พร้อมทั้งยิงไป 3 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ … เด็กขี้อายกลายเป็นกำลังสำคัญของวัตฟอร์ดไปเรียบร้อยแล้ว 

การใส่ใจคนรอบข้าง การสร้างกำลังใจ และการทำให้คนอื่นมีความสุข เป็นเหมือนพลังเสริมที่ทำให้ มาเน่ กลายเป็นคนที่เล่นฟุตบอลอย่างมีความสุข และผลงานของเขาก็อยู่ในมาตรฐานดีเสมอมา และมีแววว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย การได้ทำในสิ่งที่รักและใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ทำให้ความสุขของเขาไม่ใช่การครอบครองหรือร่ำรวย แต่คือการแบ่งปัน และการเล่นฟุตบอลนั่นเอง

“ด้วยความสัตย์จริง ผมไม่เคยไปงานปาร์ตี้ด้วยตัวผมเองเลยนะ มีบ้างแต่มักที่จะเป็นงานตามที่สโมสรเป็นคนจัดเอาไว้ และเราทุกคนก็ต้องไปร่วมงานนี้ หรืองานการกุศลต่างๆ ของเพื่อนๆ ของผมเพียงเท่านั้น ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยจริงๆ และถ้าผมมีเวลามากพอแบบนั้น ผมก็มักที่จะมอบมันให้กับฟุตบอลที่ผมรัก” เขาอธิบายถึงความสุขของตัวเอง 


Photo : www.247news.africa

มาถึงตรงนี้หากจะให้รวบรวมคำที่คนอื่นๆ กล่าวถึง มาเน่ ในฐานะ “ไนซ์กาย” ของวงการฟุตบอล คงจะยาวเหยียดจนคร้านที่จะอ่าน แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาก็กลายเป็นบทสรุปที่ชัดเจนว่า “นิสัย” และ “ทัศนคติ” ทำให้เขากลายเป็นที่รักของทุกคนได้ไม่ยาก

ทุกครั้งที่ผู้เล่นลิเวอร์พูลทำประตูได้ มาเน่ จะเป็นคนแรกๆ ที่วิ่งไปแสดงความยินดีด้วย และนั่นไม่แปลกอะไรที่เมื่อเขาเป็นฝ่ายยิงได้บ้างเราจะได้เห็นการแสดงความรักของเพื่อนร่วมทีมที่มีต่อเขาเสมอ 

จากสนามแข่งถึงมัสยิด จากสังคมเมืองใหญ่ถึงที่รกร้างห่างไกลในเซเนกัล … ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ชื่อของ ซาดิโอ มาเน่ ถูกยกย่องในฐานะขวัญใจเสมอ ช่างเป็นความเรียบง่ายที่น่าอิจฉาอย่างแท้จริง 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %