กันยายน 25, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

“ลามอนต์ มาร์เซลล์ จาค็อบส์” ม้ามืดผู้คว้าเหรียญทอง 100 ม. โตเกียว 2020

ลามอนต์ มาร์เซลล์ จาค็อบส์ หากพูดถึงชื่อนี้ก่อนที่การแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ 2020 จะเปิดฉากขึ้น เชื่อได้เลยว่า ผู้ที่ได้ยินเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องถามกลับว่าหมอนี่คือใครกัน เพราะแม้แต่นักวิ่งด้วยกันเองยังรู้จักเขาน้อยมาก และคงไม่มีใครคิดว่าชาวอิตาเลียนที่ชื่อออกทางอเมริกันจะเป็นที่มารับช่วงต่อ ยูเซน โบลต์ ตำนานชาวจาเมกา

 แต่หลังจบการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชายรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 1 สิงหาคม ที่เขาหักปากกาเซียนวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 9.80 วินาที การรับรู้ของทั่วโลกต่อลมกรดชาวอิตาเลียนได้เปลี่ยนสถานะไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ 

 แล้ว ลามอนต์ มาร์เซลล์ จาค็อบส์ เป็นใครมาจากไหน เขารู้สึกอย่างไรหลังสร้างประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ ติดตามได้ที่นี่ เพราะหลังจากนี้คุณจะได้ยินชื่อเขาจนเบื่อไปเลยทีเดียว

เกิดสหรัฐฯ โตที่อิตาลี

จาค็อบส์ เกิดในเอลปาโซ รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 1994 โดยมีแม่เป็นชาวอิตาเลียนและพ่อเป็นชาวอเมริกัน ก่อนต้องย้ายไปอยู่ที่ประเทศอิตาลีบ้านเกิดของแม่ตั้งแต่อายุได้ไม่ถึงเดือน เพราะพ่อของเขาซึ่งเป็นทหารต้องไปประจำการที่ประเทศเกาหลีใต้

วิเวียน่า แม่ของเขา เปิดเผยความหลังก่อนให้กำเนิดจาค็อบส์ว่า “ฉันพบพ่อของมาร์เซลล์ในเมืองวิเซนซ่า เขาเป็นทหารในกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งตอนนั้นฉันอายุ 16 ส่วนเขา 18 เราได้แต่งงานกันก่อนย้ายไปเท็กซัส”  

“หลังจากนั้น 3 ปี ฉันก็คลอดมาร์เซล แต่ 20 วันต่อมาพ่อของเขากลับต้องย้ายไปประจำการที่เกาหลีใต้ มันเป็นเรื่องยากที่จะตามไปอยู่ด้วย ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจย้ายกลับอิตาลีทั้งที่มาร์เซลล์อายุยังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ”

จุดเริ่มของ ลามอนต์ มาร์เซลล์ จาค็อบส์ กับกรีฑา

 กว่าจะมุ่งมั่นกับเส้นทางนักกรีฑา ในวัยเด็ก จาค็อบส์ ลองเล่นกีฬามาแล้วหลายชนิด ซึ่งแม่ของเขาเปิดเผยว่า แม้จะเป็นครอบครัวนักแข่งมอเตอร์ไซค์ แต่เธอคัดค้านตัวเลือกนี้อย่างเด็ดขาด จาค็อบส์จึงเล่นเกือบทุกอย่างที่เหลือตั้งแต่ว่ายน้ำถึงบาสเกตบอล

 ส่วนจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาหันมาเล่นกรีฑานั้น จาค็อบส์ เปิดเผยว่า “ด้วยความที่ผมไม่ได้มีทักษะทางฟุตบอลมากนัก แต่วิ่งได้เร็วกว่าคนอื่น ๆ โค้ชเลยแนะนำให้ลองเล่นกรีฑา”

 อย่างไรก็ตามเมื่อเลือกเส้นทางกรีฑาเต็มตัว สิ่งที่สร้างชื่อระดับชาติให้กับเขาไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น แต่เป็นการแข่งกระโดดไกล

 ในศึกชิงแชมป์แห่งชาติปี 2016 จาค็อบส์ คว้าเหรียญทองจากการทำสถิติได้ 7.89 เมตร และมีสถิติดีที่สุดอยู่ที่ 7.95 เมตร รวมทั้งเคยกระโดดได้ 8.48 เมตรในปีเดียวกัน แต่มีแรงลมหนุนถึง 2.8 เมตรต่อวินาที

 ขณะที่เส้นทางเจ้าลมกรดนั้น มาเป็นรูปร่างอย่างจริงจังในปี 2018 หลังจากที่เขาคว้าแชมป์ของอิตาลีเป็นครั้งแรก และเกือบทำลายกำแพง 10 วินาทีอีกด้วย

ก่อนที่จะถึง โตเกียว 2020 จาค็อบส์ เริ่มพอกพูนความสำเร็จและชื่อเสียงของตัวเองมาเรื่อย ๆ เริ่มจากศึกอินดอร์ชิงแชมป์ยุโรป ที่เขาคว้าเหรียญทองระยะ 60 เมตร ด้วยสถิติ 6.47 วินาที เร็วที่สุดของโลกปีนี้ และเป็นสถิติใหม่ของอิตาลี จากนั้นเขาได้ลงแข่งกรีฑากลางแจ้งครั้งแรกของปีที่ซาโวน่า และทำสถิติประเทศขึ้นมาใหม่ในระยะ 100 เมตร ด้วยเวลา 9.95 วินาที

หลังจากนั้น เขาได้บอกกับ คอร์ริเอเร่ เดลลา เซร่า สื่อในอิตาลีว่า “ผมจะไปคว้าเหรียญที่กรุงโตเกียว (ยูเซน)โบลต์ไม่ได้ไปแข่งที่นั่น (คริสเตียน)โคลแมนก็เช่นกัน ดังนั้นจึงไม่มีใครเป็นตัวเต็งที่ชัดเจน มันจะเป็นการต่อสู้ที่สูสี และผมไม่สามารถหยุดฝันถึงมันได้ในตอนนี้”

จากภาพของ คาร์ล ลูอิส ในห้องนอน สู่เหรียญทอง โตเกียว 2020

 ความจริง จาค็อบส์ ทำเป้าหมายแรกของตัวเองได้สำเร็จไปแล้ว นั่นคือการทำลายสถิติของอิตาลี แต่เขายังมีเป้าหมายอย่างต่อมาที่รอการเติมเต็มนั่นคือการลงแข่งโอลิมปิก เกมส์

 “นับตั้งแต่ตอนอายุ 9 ขวบที่ผมก้าวลงลู่วิ่งครั้งแรก ผมฝันถึงโอลิมปิกมาตลอด ถึงขั้นที่ผมเอาหน้าหนังสือพิมพ์ที่มีรูป คาร์ล ลูอิส (ตำนานลมกรดอเมริกัน) ติดไว้ในห้องนอน แต่ไอดอลของผมในวัยเด็กคือ แอนดรูว์ ฮาว ที่เป็นลูกครึ่งอิตาเลียน-อเมริกันเหมือนกัน”

 สำหรับ แอนดรูว์ ฮาว ที่เกิดในแอลเอ คว้าแชมป์ยุโรปประเภทกระโดดไกลให้อิตาลีในปี 2006 และคว้ารองแชมป์โลกในปีเดียวกัน

 จากเป้าหมายเดิมที่เป็นเพียงแค่การได้ร่วมแข่งขันโอลิมปิก กลายมาเป็นเจ้าของเหรียญทองประวัติศาสตร์ เป็นนักกรีฑายุโรปคนแรกที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิก 100 เมตร นับตั้งแต่ ลินฟอร์ด คริสตี้ ของสหราชอาณาจักรทำเอาไว้ในปี 1992 ที่บาร์เซโลน่า และเป็นนักวิ่งระยะสั้นชาวอิตาลีคนแรกที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกนับตั้งแต่ ปิเอโตร เมนเนีย คว้าเหรียญทอง 200 เมตร ที่กรุงมอสโกปี 1980 ดังนั้นเรียกได้ว่า จาค็อบส์ มาได้ไกลกว่าสิ่งที่เขาฝันไว้มากเลยทีเดียว

 “ผมมีความสุขมาก เพราะนี่คือเหรียญทองที่จะคงอยู่ไปตลอดกาล” จาค็อบส์กล่าวหลังจบการแข่งขัน

 “การได้เห็น จานมาร์โก ตัมเบรี่ เพื่อนร่วมชาติคว้าเหรียญทองกระโดดสูงถือเป็นแรงกระตุ้นอย่างดี ทุกอย่างเป็นเรื่องมหัศจรรย์ เพราะความตั้งใจแรกของผมคือการได้เข้ารอบชิงฯ, ตั้งสมาธิให้เต็มที่ และวิ่งในทางของตัวเอง ผมคิดว่าอิตาลีควรเฉลิมฉลองครั้งใหญ่เหมือนกับที่ทีมฟุตบอลคว้าแชมป์ยูโรได้เลยทีเดียว”

 ทั้งนี้ ก่อนที่ จาค็อบส์ จะคว้าเหรียญทอง 100 เมตร จานคาร์โล ตัมเบรี่ เพื่อนร่วมชาติเพิ่งจะคว้าเหรียญทองจากประเภทกระโดดสูง เท่ากับอิตาลีคว้า 2 เหรียญทองติดต่อกัน และเมื่อรวมกับทีมฟุตบอลชายที่คว้าแชมป์ยูโร 2020 เท่ากับว่านี่เป็นปีที่อิตาลีประสบความสำเร็จด้านกีฬาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ จาค็อบส์ ในวัยเพียง 26 ปี สามารถลงแข่งโอลิมปิกครั้งต่อไปที่กรุงปารีสปี 2024 ได้สบาย ๆ หากรักษาฟอร์มปัจจุบันเอาไว้ได้ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น คงไม่มีใครมองข้ามเขาอีกต่อไป

Cr : sanook