พฤศจิกายน 28, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

วิธีเอาชนะตั้งแต่จ้องตา : จากไฟต์ประเดิมถึงเเชมป์สมัยแรกของ ไมค์ ไทสัน

คนดู 2 พันคน ไม่มีเสียงเชียร์ เวทีเล็ก ๆ และไม่มีค่าตัวมอบให้ … นี่คือสิ่งที่ไม่คู่ควรกับตำนานเฮฟวี่เวตอย่าง ไมค์ ไทสัน เลย

อย่างไรก็ตามสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเกิดขึ้นในวันแรกที่ ไทสัน เดินขึ้นเวทีนักชกอาชีพ ชายที่สูงแค่ 178 เซ็นติเมตร จนหลายคนคิดว่าน่าไปทำน้ำหนักและเอาดีในรุ่นครุยเซอร์เวตมากกว่า กลับสร้างอิมแพ็กต์ให้วงการมวยโลกไปตลอดกาล

ในวันเเห่งการเริ่มต้นแค่ไม่ถึง 1 ยก ผู้คนต่างเข้าใจได้ในทันทีว่า “ปีศาจ” ได้ปรากฏตัวในสังเวียนเฮฟวี่เวตเเล้ว

ติดตามเรื่องร่าวก่อนจะดังและก่อนที่จะได้เข็มขัดเเชมป์โลกเฮฟวี่เวตเส้นแรกของ ไมค์ ไทสัน ได้ที่นี่กับ Main Stand 

สัญชาติญาณ และการฆ่าด้วยสายตา 

กีฬาชกมวยเป็นกีฬาที่ดูง่ายมาก ผู้ชายสองคนชกกันบนเวที คนไหนโดนร่วงลงไปนอนนับสิบก่อนคนนั้นก็แพ้ … ผู้ขึ้นชกไม่สามารถให้ใครช่วยได้มีแต่ตัวของเขาเองเท่านั้น

เพราะมันคือการแข่งขันแบบ 1 ต่อ 1 นอกจากจะใช้พละกำลังและทักษะในการเข้าห้ำหั่นกันเเล้ว “ความรู้สึก” คือสิ่งที่สามารถทำให้สามารถตัดสินผลการแข่งขันได้ตั้งแต่ยังไม่ได้ชนนวมกันเลยด้วยซ้ำ และสิ่งที่แสดงความรู้สึกออกมาได้ดีและโกหกกันไม่ได้คือ “สายตา” 

ไมค์ ไทสัน คือนักชกที่มีสายตานักฆ่าฉายแสงมาแต่ไกล เขาต่างจากยอดมวยเฮฟวี่เวตรุ่นก่อนอย่าง มูฮัมหมัด อาลี ที่มาในรูปแบบของผู้ไร้เทียมทาน สายตาของ อาลี แสดงออกถึงความเหยียดหยามนักชกฝั่งตรงข้าม และมันคือเกมจิตวิทยาในรูปแบบหนึ่งของเขา

ขณะที่ ไทสัน เขาไม่ดูถูกใคร เขาแค่จ้องเข้าไปในดวงตาคู่นั้นของคู่ต่อสู้ พร้อมกับส่งสัญญาณเตือนว่า วินาทีแห่งการกระหน่ำฝ่ายเดียวกำลังจะเริ่มขึ้นทันทีที่เสียงระฆังดัง

ไทสัน บอกว่าลักษณะการมองคู่ต่อสู้ของเขาไม่ใช่การข่มขวัญ ดูถูก หรือเหยียดหยาม มันไม่ใช่แท็คติก แต่มันคือสัญชาตญาณ ตั้งแต่เขาจำความได้จากการต่อสู้ข้างถนนในวัยเยาว์ ภายใต้การฝึกฝนและผลักดันของ กัส ดามาโต ครูมวยที่เปรียบเสมือนพ่อ เป็นผู้ที่ปลูกฝังให้เขาเป็นแบบนี้มาตลอด 

“ที่นั่นผมยังชกทุกคนที่ขวางหน้า ผมชกนักเรียน ผมชกการ์ดของโรงเรียน ใครที่มันกล้ายุ่งกับผม ผมจะรอเวลาเพื่อจัดการมัน” ไทสัน ว่าถึงวัยเด็กของเขา

ไทสัน เข้าไปฝึกกับ กัส ตอนอายุ 12 ปีด้วยความเป็นเด็กที่เรียกว่ากร้านโลกในระดับหนึ่ง คู่แข่งของ ไทสัน ไม่ได้จะหากันง่าย ๆ ไม่ค่อยมีเด็กรุ่นเดียวกันอยากจะชกกับเขา ไทสัน จึงได้แต่ซ้อมจนกระทั่งอายุ 14 ปี จนทุกอย่างสุกงอมดีเเล้ว การปล่อยปีศาจออกมาอาละวาดก็เริ่มขึ้น


Photo : twitter.com/mikegtyson

ณ เวลานั้น เท็ดดี้ แอตลาส โค้ชพี่เลี้ยงของ ไทสัน มองว่าแค่สนามซ้อมไม่สามารถเอา ไทสัน อยู่แล้ว เขาจึงต้องการพาไทสันไปชกไฟต์อย่างเป็นทางการ เพื่อลองของให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว่า ไทสัน จะเจ๋งแค่ไหนเมื่อต้องชกในสถานการณ์จริง ที่มีเดิมพันจริง ๆ ทว่าความต้องการของ เท็ดดี้ โดนเบรก เพราะไม่มีใครยอมรับ ไทสัน ณ เวลานั้น เนื่องจากอายุของเขาน้อยเกินเกณฑ์สำหรับการเป็นนักมวยสากลสมัครเล่น ทุกคนกลัวว่า ไทสัน จะโดนซัดร่วงไปเสียก่อน และสำหรับเด็กอายุไม่ถึง 14 ปีมันอันตรายเกินไป

ดังนั้น เท็ดดี้ จึงออกอุบายหลอกทุกคนว่า ไทสัน อายุ 18 ปี เขาเดินทางไปยังทุกที่ที่มีการแข่งขัน และหลังจากนั้นทุกคนในเวทีสมัครเล่นก็ต้องพบกับความฮือฮา เมื่อ ไทสัน ได้ลองขึ้นชกเป็นครั้งแรก เขาได้ชกกับเด็กอายุ 17 ปี และส่งเด็กคนนั้นลงไปกอง

“อีกฝ่ายกำลังมองหาวิธีที่จะเล่น ไทสัน ให้น่วม แต่หลังจากระฆังดังได้ 1 นาที ไมค์ ก็ทำให้เด็กคนนั้นรู้ว่าสิ่งที่ตนเองหวังได้จบลงไปแล้ว เขาน็อกเด็กนั่นด้วยหมัดรัวดัง ปั้ง ปั้ง ปั้ง! สามหมัดซ้อน ก่อนซัดด้วยหมัดซ้ายอีก 1 ที หัวของเจ้าเด็กนั่นเอียงซ้ายเอียงขวาเดินเซตกเวทีไปเลย นั่นแหละ ตำนานเด็กนรกของ ไทสัน จึงได้ถือกำเนิดขึ้น” เท็ดดี้ แอตลาส กล่าวในช่อง Podcast ของเขา

ขณะที่ ไทสัน บอกว่าทุกอย่างหล่อหลอมเขาขึ้นมา ความกลัว คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ของเขา และเขารู้ว่าวิธีจะเอาชนะมันคือคุณต้องแข็งแกร่งกว่า การชกมวยหากเดินขึ้นเวทีไปด้วยความไม่มั่นใจ นั่นเท่ากับว่าคุณมีโอกาสแพ้สูงมาก เพราะแม้กระทั่งตัวคุณเองยังไม่ชนะใจตัวเองเลยด้วยซ้ำ


Photo : si.com

“ทุกครั้งที่ผมเดินออกจากห้องแต่งตัว ไม่มีครั้งไหนที่ผมไม่กลัว ผมกลัวที่จะถูกล้อเลียน, กลัวที่จะพลาดแล้วถึงตาย และกลัวทุก ๆ อย่างที่มีโอกาสเกิดขึ้น แต่เมื่ออยู่บนเวทีและมีแสงไฟส่องลงมา ผมคือคนที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ เพราะผมรู้ว่าผมฝึกหนักมาเพื่อสิ่งนี้ขนาดไหน ผมเก่งกว่าเขา (คู่แข่ง) ผมฝึกมาหนักกว่า ผมมีโอกาสจะชนะมากกว่า”

“ก่อนชกทุกครั้ง ผมเข้านอนและฝันถึงการเอาชนะเสมอ เมื่ออยู่บนเวทีผมคือพระเจ้าที่ไม่มีใครเทียบได้ และไม่มีทางที่ผมจะแพ้ให้กับใครสักคน” 

“หากคุณสังเกตเวลาที่ผมเดินบนเวทีก่อนระฆังดัง ผมจะมองไปที่คู่ต่อสู้โดยไม่ละสายตาเลยสักครั้ง ผมเห็นหน้าของพวกเขาและอดทนรอไม่ไหวที่จะเอาหมัดของผมไปประทับตรงนั้น ผมจะมองพวกเขาจนทะลุ แม้พวกเขาจะพยายามหลบสายตาผม และถ้าใครบางคนพยายามมองมาที่ตาผมและใช้สายตาข่มขู่ผมกลับ ผมจะดีใจมากเพราะผมจะได้ทำลายจิตวิญญาณนักสู้ในดวงตาคู่นั้นให้มอดไหม้ลงในทันที”  ไมค์ ไทสัน กล่าวใน Podcast ของเขาว่าด้วยเรื่อง “การฆ่าด้วยสายตา” 

นี่คือความคิดของเด็กที่อายุแค่ 14 ปี คุณยังจะแปลกใจอยู่ไหมที่วันนี้ยังหานักชกเฮฟวี่เวตที่ต่อยได้เร้าใจ รวดเร็ว และหนักหน่วงอย่าง ไทสัน ไม่ได้ … นี่คือความแตกต่าง “สัญชาตญาณนักฆ่า” คือคำตอบที่ทำให้ชีวิตนักชกของ ไทสัน ทะยานไปข้างหน้า “งานที่เขาทำ เหมาะกับตัวตนที่เขาเป็น” แค่นี้ก็ไม่มีใครหยุดเขาได้เเล้ว

จากต่อยข้ามรุ่น จนถึงเวทีอาชีพ 

ไทสัน เทิร์นโปรตอนอายุ 18 ปี หรือ 4 ปีหลังจากการโกหกว่าเขาอายุ 18 … ฟังเเล้วอาจจะงง แต่หากจะบอกให้เข้าใจง่าย ๆ คือตัวของเขาพร้อมสำหรับการชกอาชีพมาตั้งนานแล้ว เพียงแต่โดนกฎเรื่องของอายุกดไว้เท่านั้น 


ในช่วงหลังจากเทิร์นโปรสำเร็จ ไทสัน ดีใจมาก เขาไม่เคยคิดว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน เขาแค่สนุกกับการเอาชนะบนเวที ที่สำคัญเขาเบื่อกับการไล่ชกเด็กรุ่นเดียวกันที่ซ้ำซาก ดังนั้นเมื่อเทิร์นโปรได้ ไทสัน ยอมทำทุกอย่างให้ได้ชกไฟต์เเรก เพราะเขาโดนดองไฟต์อยู่หลายเดือนจนกระทั่งเขาต้องยอมเสียเปรียบให้กับโปรโมเตอร์เพื่อโอกาสเปิดตัว และเหยื่อของเขามีชื่อว่า เฮ็คเตอร์ เมร์เซเดส 

“ผมแทบไม่ได้ค่าตัวในการชกไฟต์นั้นหรือในช่วงเปิดตัวเลย ในไฟต์แรกผมถึงขั้นต้องเสียเงินให้กับโปรโมเตอร์ 450 ดอลลาร์ และได้การันตีค่าตัวกลับแค่ 500 ดอลลาร์เท่านั้น 50 ดอลลาร์คือเงินที่ผมต้องหารกับพี่เลี้ยงถ้าผมไม่ชนะ” ไทสัน เล่าถึงเบื้องหลังก่อนเป็นนักชกเงินหมื่นล้าน

ไฟต์ระหว่าง ไทสัน ปะทะ เมร์เซเดส เกิดขึ้นที่สังเวียนเวทีมวยชั่วคราวศูนย์การค้า พลาซ่า คอนเวนชั่น ที่ นิวยอร์ก โดยคู่นี้จะขึ้นชกในลำดับแรก ๆ ตามหลักการตลาดของวงการมวยที่จะเอาคู่เล็กขึ้นชกเรียกน้ำย่อยไปก่อนแล้วเก็บคู่ใหญ่ไว้ท้ายสุดเพื่อเรียกคนดูให้เกาะกับการแข่งขันจนนาทีสุดท้าย 

ตอนนั้นมีคนเข้ามาในฮอลล์ไม่ถึง 2 พันคนเลยด้วยซ้ำ ไม่มีเสียงเชียร์เพราะไม่มีใครรู้จักเขา และเขาเริ่มทำตามสิ่งที่เขาเล่าทุกอย่าง การชกครั้งนี้ไม่ต่างจากวัยเด็กเลย เขารู้ว่าเขาจะชนะ เพียงแต่ว่ามันเป็นธรรมดาของไฟต์แรกที่จะต้องประหม่ากันบ้าง … เพราะการเปิดหัวที่ดีนำมาสู่เส้นทางที่สดใส และหากเขาเปิดหัวแพ้ เขาก็อาจจะต้องจ่ายเงินเพื่อขึ้นชกในจำนวนที่แพงกว่าเดิม แทนที่จะเป็นฝ่ายทำเงินเสียเอง 

“คืนนั้นก่อนขึ้นชกผมประหม่ามากและผมเชื่อว่ามันเป็นธรรมชาติของมนุษย์สำหรับการทำอะไรสักอย่างเป็นครั้งแรก ในใจผมเชื่ออยู่เสมอว่าผมจะเอาชนะไอ้หมอนั่นได้ ยิ่งเมื่อขึ้นเวทีเห็นหน้าและมองเข้าไปในตาเขา ความประหม่าที่มีก็ไม่เหลืออีกเเล้ว” ไทสัน ว่าถึงการชกกับ เมร์เซเดส ที่เป็นรุ่นพี่เขา 1 ปี 

จะเรียกว่าการปะทะกันก็คงไม่ถูกนั้นเพราะ ไทสัน บอกยี่ห้อของตัวเองตั้งแต่ไฟต์แรก ระฆังดัง เดินเข้าหา และกระหน่ำหมัด “ซ้าย ขวา ซ้าย” รัว ๆ จนนับไม่ทันว่าเขาจ้วงไปทั้งหมดกี่หมัดใน 10 วินาทีแรก 


Photo : athleticpoetics

เมร์เซเดส หน้าเหวอและเปลี่ยนท่าทีทันที จากที่เคยจะตั้งใจบุกกลับกลายเป็นว่าเขาต้องเล่นรอจังหวะ เพราะรู้ว่า ไทสัน หนักและไวกว่ามาก เพียงแต่ต่อจะให้เอาแท็คติกจากไหนมากางตำราก็คงไม่ไหว ไทสัน จิ้มหมัดซ้ายใส่หน้าในจังหวะที่ เมร์เซเดส กำลังจะเดินเข้าหา โบ๊ะเดียวเท่านั้น เขาถอยกราดไปตั้งหลัก แต่ไม่ทันเเล้ว … ไทสัน เหมือนกับสัตว์นักล่าที่รู้ว่าเมื่อศัตรูกำลังกลัวเขาจะปิดฉากทันที 

ไทสัน เดินประชิดต่อย เมร์เซเดส จนตัวงอติดกับเชือกและไม่หยุดการจ้วงง่าย ๆ ทุก ๆ การต่อยของ ไทสัน ทะลุการ์ดจน เมเซร์เดส เดินเอียง เสียงคนดูที่มารอดูคู่เอกเริ่มจะดังขึ้นเเล้ว เพราะไม่มีใครคิดว่ามวยเด็กคู่นี้จะมีของดีมาให้ดู 

ถ้าเป็นมวยไทยเจ็ดสีก็ต้องเรียกว่าคนดูเริ่มออกแข้งออกขาตามจังหวะที่ ไทสัน ชก เสียง “เฮ้! เฮ้! เฮ้!” ตามจำนวนหมัดดังขึ้นจากแฟนมวย ตอนนี้ไม่ใช่การชกแล้ว แต่มันเหมือนเป็นการเอนเตอร์เทนคนดูมากกว่า

ตั้งการ์ดหนาขนาดไหนก็เอาไม่อยู่ เมร์เซเดส ลงไปนอนให้กรรมการนับ แม้จะลุกขึ้นมาได้แต่ก็ถึงช่วงที่กรรมการนับถึง 10 พอดี เขากุมไปที่ซี่โครงและพบภายหลังว่าซี่โครงของเขาหักเป็นที่เรียบร้อย เรียกได้ว่าไฟต์นั้นคือการเปิดตำนานของ ไทสัน เลยก็ว่าได้ 


Photo : athleticpoetics

โปรโมเตอร์ถูกอกถูกใจ จ่ายเงินเขาเพิ่มอีก 500 เหรียญ เขาแบ่งให้เทรนเนอร์จำนวนหนึ่ง และเอาเข้าธนาคารไป 350 เหรียญ พกติดตัวไว้อีก 100 เหรียญ … ได้ชก ได้ระบายอารมณ์ แถมยังได้เงินอีกด้วย นี่คือต้นไม้ที่เลือกโตได้ถูกกระถางอย่างแท้จริง

ชิงแชมป์โลกไปเลยเเล้วกัน 

แม้จะเป็นการชกที่ไม่มีเดิมพันอะไรมากมาย แต่ ไทสัน เปิดโลกมวยเฮฟวี่เวตไปเรียบร้อย วิดีโอการชกของเขาโดนส่งไปทั่วอเมริกา และนักข่าวสายมวยหลายคนชักจะสนใจเรื่องราวของ “ไอออน ไมค์” ขึ้นมาเเล้ว

ไทสัน ไม่ได้จบความมันแค่ตรงนั้น แต่ละไฟต์ที่ตามมา ไทสัน เริ่มโชว์ท่าไม้ตายออกมา ในไฟต์ที่ 2 ที่ชกกับ เทรนท์ ซิงเกิลตัน เขาอาชนะในยกแรกได้อีกครั้ง และ “ฮุกซ้ายในตำนาน” ได้เผยสู่สายตาชาวโลกในไฟต์นี้ ต่อเนื่องมาด้วยไฟต์ที่ 3 กับ ดอน ฮัลพิน ที่น็อกได้ในยกที่ 4 แม้จะตึงมือไปบ้าง แต่ก็เป็นการโชว์ไม้ตายอีกชุดที่ชื่อว่า “Peek a Boo” สไตล์ ซี่งเป็นท่าที่ ไทสัน เอาไว้ใช้เล่มเกมรับผสมเกมบุก ลักษณะคือใช้การเอี้ยวตัวหลบหมัดคู่ต่อสู้ และใช้ประโยชน์จากการเอี้ยวตัวนั้นเสริมแรงใส่หมัดของตัวเองแทนที่จะหลบเฉย ๆ กลายเป็นการเหวี่ยงหมัดด้วยองศาที่กว้างกว่าเดิม ซึ่งท่านี้กลายเป็นซิกเนเจอร์ของ ไทสัน ที่โลกจดจำได้มากที่สุดเลยก็ว่าได้ 

ไทสัน ปล่อยของและโชว์ความอึดในแบบเหนือมนุษย์ปี 1985 เขาขึ้นชกทั้งหมด 15 ไฟต์ ขณะที่ปี 1986 เขาขึ้นชกอีก 11 ไฟต์ เรียกได้ว่านักมวยยุคปัจจุบันเทียบไม่ติดเลยทีเดียว ค่าเฉลี่ยการชกมากกว่า 1 เดือนต่อ 1 ไฟต์ด้วยซ้ำ ในขณะที่นักชกอย่าง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ในช่วงที่ยังไม่รีไทร์นั้น ปีหนึ่งจะขึ้นชกป้องกันแชมป์สักไฟต์ ดังนั้นเราจะเห็นได้ถึงสมรรถนะที่สมบุกสมบันของ ไทสัน และความเป็นปีศาจได้ชัดเจนแบบสุด ๆ 

โดยในไฟต์ที่ 11 ของปี 1986 คือไฟต์ที่ส่งเขาเป็นเเชมป์โลก ในไฟต์นั้นเขาจะต้องเจอกับ เทรเวอร์ เบอร์บิก เเชมป์โลกที่มีฝีไม้ลายมือดีที่สุดเท่าที่ ไทสัน เคยเจอมาในเวลานั้น โดยตัว ไทสัน เลือกซื้อเกมจิตวิทยาอีกครั้ง ด้วยการยอมจ่ายค่าปรับด้วยการสวมกางเกงสีดำ ถึง 5,000 ปอนด์ เพราะในตอนแรกฝ่ายจัดได้ห้ามไว้เพราะให้สิทธิ์เบอร์บิกที่เป็นแชมป์ได้เลือกสีกางเกงก่อน


Photo : skysports.com

สื่อบอกว่านี่จะเป็นการตัดสินของยุคสมัยมวยเฮฟวี่เวต หาก เบอร์บิก ชนะ แสดงว่านักมวยรุ่นใหม่คงยากที่จะขึ้นมาเหนือน้ำได้ เพราะ ไทสัน ถือเป็นมวยยุคใหม่ที่เก่งที่สุดเเล้ว กลับกันหาก ไทสัน ชนะ นี่จะเป็นไฟต์ที่นักมวยรุ่นเก่าต้องยอมรับความจริงว่า คลื่นลูกใหม่ถล่มพวกเขาเเล้วและยากที่จะทวงคืนได้หากปล่อยให้ ไทสัน เป็นเเชมป์โลก ศึกนี้จึงถูกเรียกว่า “จัดจ์เมนต์เดย์” หรือ “วันพิพากษา “ นั่นเอง 

ไทสัน ปรากฏตัวเหมือนกับพ่อมดดำคลุมหน้าคลุมตา ตั้งสมาธิในห้องแต่งตัว และเดินขึ้นมาด้วยสายตาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเจอเเชมป์โลกหรือเด็กอายุ 18 ปี ความคิดของ ไทสัน คือขยี้เท่านั้น … แม้เเต่ เบอร์บิก ที่พยายามมองตาสู้และแสดงตัวว่าไม่กลัว ไทสัน ก็ไม่อาจจะเปลี่ยนแแปลงผลการแข่งขันได้ 

เบอร์บิก โดนชกตั้งแต่เริ่มยก 1 และตั้งตัวไม่ทันกับเด็กนรกอย่าง ไทสัน เขาพยายามต้านและตอบโต้ตามดีกรีเเชมป์ แต่หมัดที่เหวี่ยงไปกลับไปโดนหลังหัว ไทสัน ซึ่งผิดกติกา … จะบังเอิญหรือตั้งใจไม่มีใครรู้ แต่การชกที่ด้านหลังหัวมีโอกาสที่จะทำให้เกิดอาการมึนและเสียการทรงตัวได้ แต่ ไทสัน ที่หนอกคอกว้างอย่างกับวัวไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย กลับกลายเป็นการทำให้ ไทสัน สนุกกว่าเดิมด้วยซ้ำ 


Photo : AP

เมื่อยก 2 เริ่มขึ้น ไทสัน เดินเข้าหาทันทีและทุบใส่ เบอร์บิก ด้วยหมัดอันทรงพลังไม่รู้กี่ครั้ง เบอร์บิก พยายามปัดป้อง แต่เมื่อเงยหน้ามาได้ก็ต้องเจอกับหมัดชุด 4 ดอก ตั้บ ๆ ๆ ๆ! เบอร์บิก เซจนร่วงเวที แต่ก็ยังมีสปิริตลุกขึ้นมาสู้ต่อ ซึ่งในความจริงเขาควรยอมแพ้ตรงนั้นไปจะดีกว่า เพราะเมื่อกรรมการนับเเปดและเริ่มให้ชกต่อ ไทสัน ก็เดินเข้าหาและปิดเกมภายในเวลารวมทั้งหมด 2.35 นาที ด้วยขวาที่ลำตัว และจบงานด้วยไม้ตายก้นหีบอย่างฮุกซ้ายที่หัว 

เบอร์บิก ลุกแล้วล้ม ลุกเเล้วล้ม 2 รอบติดต่อกัน … ผู้ตัดสินในวันนั้นเห็นมามากพอเเล้ว และสั่งยุติการชกให้ ไทสัน กลายเป็นแชมป์สมัยแรกด้วยวัยเพียง 20 ปีเท่านั้น เขาคือแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังไม่มีนักมวยคนไหนทำลายสถิติดังกล่าวลงได้ 

“ผมมาที่นี่และมั่นใจมากว่าผมจะไม่ยอมลงจากเวทีหากปราศจากแชมป์โลก … ทุกครั้งที่ผมเขวี้ยงหวัด จงรับรู้เอาไว้ว่ามันอันตรายและแม่นยำมาก นาทีนี้ผมคือคนที่เก่งที่สุดในโลก และไม่มีใครที่จะเอาชนะผมได้” ไทสัน กล่าวหลังรับเข็มขัดเเชมป์อย่างยิ่งใหญ่ และจากนั้นเรื่องราวต่าง ๆ มากมายก็เกิดขึ้นกับเขา และทำให้เขาเป็นขวัญใจคอมวยสากลตลอดกาลจนถึงวันนี้ 


Photo : bleacherreport

จากเด็กอายุ 14 ปี ที่ชกกับรุ่นพี่ที่อายุ 18 ปี แบบไม่เคยเกรงกลัว และการยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ขึ้นไฟต์ชิงแชมป์โลกตั้งแต่อายุ 20 ปี แถมยังคว้ามันมาครองได้สำเร็จ … เราเห็นอะไรจากเรื่องนี้บ้าง

ไมค์ ไทสัน คือคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก และพรสวรรค์ที่เขามีก็ถูกขัดเกลาอยากถูกวิธี ซึ่งท้ายที่สุด ไทสัน สอนให้ทุกคนเชื่อว่า “ความกลัว” คือบ่อเกิดแห่งความพ่ายแพ้ “ความไม่มั่นใจ” จะปิดโอกาสที่จะทำให้คุณเป็นผู้ชนะ … เมื่อถึงวันที่ตัวเองมีความพร้อมจะลงมือทำอะไรสักอย่าง ขอจงทุ่มให้สุดตัวและไปให้สุดทาง และความสำเร็จจะมาเยือนไวในชนิดที่คุณอาจจะไม่ทันตั้งตัวรับมันแบบที่ ไทสัน เป็นก็ได้…