ธันวาคม 4, 2020

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

เก็บตกทุกประเด็นร้อน หลัง เรือใบบุกเฮ พร้อมขึ้นรองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาถล่ม บอร์นมัธ ถึงถิ่น ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม 1-3 โดย กุน อเกวโร เหมา 2 ประตู และ ราฮีม สเตอร์ลิง 1 ประตู ส่วนเจ้าบ้านได้ประตูตีไข่แตกจากฟรีคิกสุดสวยของ แฮร์รี่ วิลสัน ดาวรุ่งที่ยืมตัวมาจาก ลิเวอร์พูล ส่งผลให้แชมป์เก่าเก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ ขึ้นไปรั้งอันดับ 2 ของตารางเป็นที่เรียบร้อยหลังผ่านไปสามเกม 

เริ่มเกมมา บอร์นมัธ สามารถตั้งรับ แมนฯ ซิตี้ ได้ดี แถมยังมีจังหวะโต้กลับสวยๆหลายครั้ง แต่ในนาทีที่ 15 ทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำจากการขึ้นเกมทางกราบซ้ายก่อนเปิดเข้ามาให้ เดอ บรอยน์ จับบอลลั่นไปเข้าทาง อเกวโร ยิงหนีมือ แรมส์เดล เบียดเสาเข้าไปทำให้ทีมขึ้นนำ 0-1

FBL-ENG-PR-BOURNEMOUTH-MAN CITY

GLYN KIRK/GettyImages

จากนั้นพลพรรค เดอะเชอร์รีส์ เหมือนกับจะช็อตไปดื้อๆ และเป็น เรือใบสีฟ้า ที่บุกหนักและได้ประตูขึ้นนำ 2-0 จากจังหวะทำชิ่งหนึ่งสองก่อนจะหลุดเข้าไปยิงง่ายๆโดย ราฮีม สเตอร์ลิง

FBL-ENG-PR-BOURNEMOUTH-MAN CITY

GLYN KIRK/GettyImages

เกมทำท่าจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ แต่ช่วงทดเวลา เจ้าบ้านได้ฟรีคิ๊กหน้ากรอบเขตโทษ และเป็น แฮร์รี่ วิลสัน ปั่นด้วยซ้ายเสียบมุมเข้าไปอย่างสุดสวย และหมดครึ่งแรกทีมเยือนบุกมานำ 1-2

FBL-ENG-PR-BOURNEMOUTH-MAN CITY

GLYN KIRK/GettyImages

ครึ่งหลัง บอร์นมัธ แก้เกมมาได้ดี มีจังหวะสวนกลับให้ เอแดร์ซอน ต้องออกแรงเซฟอยู่หลายครั้ง แต่ในนาทีที่ 64 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูนำห่าง 1-3 จากการหลุดเข้าไปในเขตโทษของ ดาวิด ซิลวา บอลล้นมาถึง กุน ยิงจ่อๆไม่เหลือ

FBL-ENG-PR-BOURNEMOUTH-MAN CITY

GLYN KIRK/GettyImagesจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มได้ จบ 90 นาที เรือใบสีฟ้า บุกมาเก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ ขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูงหลังจากผ่านไป 3 นัด

ประเด็นหลังเกม

เกมนี้มีการทำสถิติของผู้เล่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ถึง 3 คน รายแรกคือ เซร์คิโอ อเกวโร ทำประตูที่ 400 ของตัวเองตลอดอาชีพค้าแข้งได้สำเร็จ โดยแบ่งเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 235 ประตู แอตเลติโก มาดริด 101 ประตู อินดิเพนเดนเต้ 24 ประตู และกับทีมชาติ อาเจนตินา 40 ประตู

 รายที่สอง เควิน เดอ บรอยน์ ทำลายสถิติ แอสซิสต์ 50 ครั้ง ได้เร็วที่สุด จากการลงเล่นเพียง 123 เกม ซึ่งสถิติเดิมอย่างเป็นของ เมซุต เออซิล ที่ทำไว้ 141 เกม

 สุดท้ายคือ ดาวิด ซิลวา ทำสถิติลงสนามให้ เรือใบสีฟ้า ครบ 400 นัด ในเกมวันนี้

FBL-ENG-PR-BOURNEMOUTH-MAN CITY

GLYN KIRK/GettyImages

คะแนนนักเตะ

11 ผู้เล่นตัวจริง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์ซอน(7.5), วอล์คเกอร์(7), โอตาเมนดี้(7), ลาปอร์กต์(7), ซินเชนโก้(7), ซิลบา(7.5), กุนโดกัน(6.5), เดอ บรอยน์(7.5), สเตอร์ลิง(7.5), แบร์นาโด้(6.5), อเกวโร(8)

 ตัวสำรอง : โรดรี(6), มาห์เรซ(6), คันเซโล(-)

คีย์แมน – เซร์คิโอ อเกวโร

FBL-ENG-PR-BOURNEMOUTH-MAN CITY

GLYN KIRK/GettyImages

ดาวยิงเจ้าของสถิติผู้ทำประตูสูงสุดของสโมสร วันนี้เหมา 2 ประตู ช่วยให้ เรือใบสีฟ้า เก็บ 3 คะแนนไปได้ หากดูจากสกอร์ อาจจะดูเหมือนเป็นเกมที่ทีมเยือนบุกมายำอยู่ฝ่ายเดียว แต่หากได้ดูเกมจริงๆแล้วจะเห็นว่า มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น จังหวะสวนกลับของ บอร์นมัธ สร้างปัญหาให้กับเกมรับ แมนฯ ซิตี้ ได้มากเลยทีเดียว

ซึ่งสิ่งที่ทำให้ผลการแข่งขันมันออกมาเป็นแบบนี้คือ ความเฉียบคมในการจบสกอร์ ทางฝั่ง ซิตี้ อเกวโร หัวหอกมือหนึ่งของทีม ทั้งเกมมีโอกาสยิงแค่ 2 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็น 2 ประตูได้ ต่างกับ คัลลัม วิลสัน ที่มีโอกาสหลุดไปยิงจ่อๆหลายต่อหลายครั้งแต่ไม่สามารถเจาะตาข่ายของผู้มาเยือนได้เลย ความแน่นอนที่แตกต่างกันนี้ จะเป็นเป็นเครื่องตัดสินผลการแข่งขันของเกมในระดับนี้ได้

ดังเช่นที่ กุน ได้แสดงให้เห็นแล้วในเกมนี้ว่า เขาพร้อมจะสร้างความแตกต่าง ในยามที่ทีมต้องการจุดเปลี่ยน 

โดยหัวหอก ชาวอาเจนไตน์ ทำไปแล้ว 4 ประตู จาก 3 เกมใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ​