เมษายน 6, 2020

“ตูมตาม ยุทธนา” วัยรุ่นสู้ชีวิตทำงานส่งพี่ชายเรียนวิศวะ ก่อนได้เข้าวงการเป็นนักร้อง

2 Views
Read Time5 Minute, 9 Second
"ตูมตาม ยุทธนา" วัยรุ่นสู้ชีวิตทำงานส่งพี่ชายเรียนวิศวะ ก่อนได้เข้าวงการเป็นนักร้อง

นักร้อง นักแสดงมากความสามารถ ตูมตาม ยุทธนา หรือ ตูมตาม เดอะสตาร์ 7 ที่กว่าจะมีวันนี้ได้เจ้าตัวต้องดิ้นรนจนเกือบไม่ได้เรียน เพราะที่บ้านค่อนข้างลำบาก เป็นหนี้เกือบล้าน ล่าสุด ตูมตาม ควง คุณพ่อ คุณแม่ มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องone31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

เจอผลกระทบไหม?

ตูมตาม : “จริงๆ มันเจอมาได้สักพักแล้ว เพราะว่าตั้งแต่เริ่มต้นที่มีการแพร่ระบาด งานอีเว้นต่างๆ ผมยกเลิกหมดเลยครับ และนี่คือรายการสุดท้ายของเดือนนี้ แล้วเดือนหน้ายังไม่มีแพลนอะไรด้วย”

หลายคนคิดว่าตูมตามเป็นคนอีสาน แต่ไม่ใช่คุณเป็นคนที่ไหน?

ตูมตาม : “ผมเกิดและโตที่นครสวรรค์ ที่บ้านเป็นอำเภอใหม่ที่มีคนจากหลายจังหวัดมารวมตัวกัน แล้วหลักๆ จะเป็นคนอีสานที่มาอยู่ แล้วจะคุยกันภาษาอีสาน และผมก็พูดภาษาอีสานตั้งแต่เด็ก”

มาเริ่มเข้าเวทีเดอะสตาร์ทั้งที่ไม่ชอบการประกวดเลย?

ตูมตาม : “ใช่พี่ คือด้วยเหตุผลหนึ่งในการใช้ชีวิตของผมมันเป็นเพราะว่าเรารับรู้ปัญหาในครอบครัวตลอด พอทีนี้ถึงจุดหนึ่ง จุดที่ต้องใช้เงินเยอะมากขึ้น คุณพ่อ คุณแม่ก็เริ่มไม่สบาย พี่ชายเรียนวิศวะ ผมก็ต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัย แล้วผมก็รู้สึกว่ามันไม่มีเงิน แล้วผมก็โอเค…เรื่องเรียนเอาไว้ก่อนก็ได้ ตอนนั้นผมจบ ม.6 ก็เลยบอกคุณพ่อ คุณแม่ว่าเดี๋ยวจะช่วยงานหาเงินเพื่อส่งพี่ชายให้เรียนจบก่อน เขาจะได้เอาเงินมาส่งผมต่อ แต่เราโชคดีที่ได้ใช้โควต้าการเป็นนักร้อง ที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ได้เรียนฟรี”

“แต่ก่อนหน้านั้น เราเป็นเด็กต่างจังหวัดก็จริง แต่เราคิดต่างนะ เราคิดว่าถ้ามีโอกาสตรงไหนก็อยากไปประกวดเพื่อจะช่วยครอบครัว ทีนี้ เดอะสตาร์ ปี 6 เปิดพอดีในช่วงที่ผมอยากจะประกวด ผมก็ไปประกวดแต่ตกรอบ แต่พอปีที่ 7 เป็นช่วงที่ผมย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ก็เลยมาประกวดอีกที และได้เข้ามาเป็นเดอะสตาร์ ปีที่7 คือทุกครั้งก็จะคุยกับคุณพ่อ คุณแม่ตลอด เขารู้ดีว่าผมไม่ชอบการประกวด ผมไม่กล้าแสดงออก เขาก็เลยบอกมีเวทีประกวดลูกทุ่งที่วัดไปประกวดให้ดูก่อน ตอนนั้นผมได้ที่ 2”

พ่อ-แม่ ภูมิใจไหมที่ลูกได้รางวัลตอนนั้น?

แม่ : ภูมิใจมากคะ

พ่อ : ไม่เคยคิดว่าเขาจะได้ คือเขาเป็นคนที่ทำอะไรเนี่ยไม่ค่อยเป็นชิ้น เป็นอัน ผมก็เลยไม่ค่อยมั่นใจ

ชีวิตก่อนเป็นศิลปินกับหลังเป็นศิลปินต่างกันขนาดไหน?

ตูมตาม : “ต่างกันโดนสิ้นเชิงเลยครับ คือด้วย 1.คุณพ่อ คุณแม่ ไม่ต้องทำงานแบบหาเช้ากินค่ำเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนประกวดคุณแม่ขายน้ำพริก ขายผลิตภัณฑ์แปรรูปทุกอย่างจากเนื้อสัตว์ แล้วก่อนหน้านั้นก็จะเป็นโรงเชือดแล้วก็ขายหมู แต่พอหลังจากที่ผมมาประกวดคุณพ่อ คุณแม่ก็เริ่มหยุดแล้ว ก็จะไม่ได้ทำงานหนักแล้ว ผมก็จะเป็นคนดูแล เป็นกำลังหลัก”

พ่อ : “เขากลายมาเป็นเสาหลักของครอบครัว ทำให้พ่อ แม่ได้พักผ่อนขึ้น พี่ชายก็เรียนจบด้วยดี”

เห็นว่าครอบครัวเคยเป็นหนี้หลายล้าน?

ตูมตาม : “เกือบล้านครับ เมื่อก่อนถ้าเงิน 7-8 แสนตอนนั้นมันคือภาระหนักมากสำหรับคนต่างจังหวัด คนที่หาเช้า กินค่ำ”

หนี้เกิดจากอะไร?

แม่ : “เกิดจากส่งลูกเรียน”

พ่อ : “แล้วก็เอามาลงทุนขายปุ๊บได้กำไรก็เอามาส่งลูกเรียน ไม่พอก็เอาทุนลงไปด้วย ก็เลยขาดไปเรื่อยๆ”

ตอนนั้นคุณพ่อ คุณแม่ลำบากไหม?

แม่ : “ลำบากมากเลยเพราะว่านอนน้อย นอนดึก ตื่นเช้าเพื่อไปทำโรงเชือด”

ตูมตาม : “ช่วงที่หนักสุดๆ คงจะเป็นช่วงที่หมูเป็นๆ ราคาสูง มันเป็นช่วงที่มีโรคระบาด การไปซื้อหมูที่ฟาร์มมีราคาสูง แต่ว่าพอมาถึงหน้าเขียงจริงๆ ในตลาดเราไม่สามารถอัพราคาได้ เพราะลูกค้ายังซื้อราคาเดิมอยู่ มันก็เลยขาดทุน”

ตอนเข้ามากรุงเทพฯ ตอนนั้นยังไม่ดังเลย?

ตูมตาม : “ยังครับ จริงๆ ผมเข้าวงการตอนเทอม 2 ของปี 1”

ตอนนั้นลำบากไหม?

ตูมตาม : “ลำบากครับ คุณพ่อ คุณแม่ มีเงินส่งให้ผมเดือนละ 4 พัน และเงิน4 พัน คือกินกับเรียน จิปาถะผมไม่มีเลย ผมเลยใช้ชีวิตอยู่ในหอในมหาวิทยาลัยตลอด แล้วผมก็ กู้ กยศ. ถามว่าพอไหม พอครับ พอเฉพาะกินอยู่ บางทีเราก็แบ่งเงินไปซื้อข้าว ไข่ มาม่า เพื่อหุงกินเอง”

ถ้าเรามองกลับไปตอนนี้คิดว่ามันเป็นรสชาติของชีวิตไหม ถ้าเลือกได้เราอยากจะกลับไปผ่านจุดนั้นอีกไหม?

ตูมตาม : “ดีใจมากที่ผ่านจุดนั่นมา เพราะมันทำให้ผมรู้จักคิดในการเอาชีวิตรอดกับสถานการณ์ตรงหน้า โดยมานั่งกล่าวโทษ แต่พอเรามามองตอนนี้ เออ…ตอนนั้นมันลำบากนะ แต่ ณ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย”

แล้วตอนนั้นได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นไหม ได้ไปเที่ยวไหม?

ตูมตาม : “คือถ้าอยากไปจริงๆ เราก็ไป แล้วเราก็มาเมเนจการเงินของเราเอง”

สมัยก่อนเป็นเด็กแว้นด้วหรอ?

ตูมตาม : “ครับพี่ แว้นแข่งรถเลย”

สถานะหัวใจเป็นยังไง?

ตูมตาม : “ตอนนี้เริ่มกลับมาชมพูๆ เหมือนเดิมแล้ว หมายถึงว่าเมื่อก่อนเราก็ทรงๆ ยังไม่ได้อะไร ตอนนี้ก็เหมือนพร้อมที่จะเปิดรับความรัก แต่ว่ายังไม่มีอะไรเข้ามา”

ยังไม่มีเข้ามาเลยเหรอ?

ตูมตาม : “มีครับ แต่เรากลับกลายเป็นคนที่เลือกมากมากขึ้น เวลาที่เลือกเนี่ย ผมไม่ได้เลือกว่าเขาดีไม่ดีนะ ผมเลือกว่าคนที่จะเหมาะกับเราที่สุด ตอนนี้ผมมองไปถึงครอบครัวแล้ว พ่อก็อยากอุ้มหลาน”
ตูมตาม : เรายังไม่ให้สถานะใคร แต่ว่าเราก็คุย นับว่าเป็นเพื่อน ก็มี 2-3 คนแค่นั้น

แล้วใน 3 คนมีใครเหมาะเป็นแฟนไหม?

ตูมตาม : ก็มีบางคนที่เรารู้รู้สึกว่าสบายใจที่จะอยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้ผมยังโสดอยู่ครับ

ติดตามรายการคุยแซ่บ Show ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.45-14.45 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

0 0
Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %