ธันวาคม 1, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

จะไปต่อทางไหน เมื่อสภาโหวตคว่ำร่างแก้ รธน. ฟังสองมุมจากพรรคกล้า-ไทยสร้างไทย

สุดารัตน์-อรรถวิชช์ เสนอทางออกแก้รัฐธรรมนูญ จุดเดียว ตรงประเด็น!

หลังจากที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติ 473 ต่อ 206 เสียงไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เสนอโดย กลุ่ม Re-Solution จากการเข้าชื่อของประชาชนจำนวน 135,247 คน พรรคไทยสร้างไทยเสนอกดดันรัฐบาลทำประชามติและเตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ เน้นแค่การตั้ง สสร. อย่างเดียว ด้านพรรคกล้า แนะ ส.ส. รวมชื่อแก้แค่มาตรา 272 ห้าม ส.ว. โหวตนายกรัฐมนตรี

ไทยสร้างไทย เตรียมล่ารายชื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตั้ง สสร. ยื่นสภาใหม่

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายโอกาสของประเทศ เพราะสภาผู้แทนราษฎรเคยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ซึ่งใช้เวลาศึกษาปีกว่า หลังจากนั้นพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมทั้งภาคประชาชน โดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เคยเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว แต่ก็ไม่ผ่านมติของรัฐสภา มีเพียงร่างของพรรคประชาธิปัตย์ที่เน้นการปรับบัตรเลือกตั้งจาก 1 ใบเป็น 2 ใบ  แต่ไม่ได้แตะการแก้ไขเนื้อหารัฐธรรมนูญในส่วนอื่น โดยเฉพาะมาตรา 256 เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ หรือการตั้ง สสร. ขณะที่การโหวตวาระสาม ของร่างแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ตนก็เคยเสนอให้ชะลอการโหวตออกไปก่อนเพื่อรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐยื่นคำร้องต่อศาล แต่ก็ถูกโหวตคว่ำเสียก่อน ทั้งที่สุดท้ายศาลมีคำวินิจฉัยว่าสภามีอำนาจร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ แต่ต้องทำประชามติ

ดังนั้น พรรคไทยสร้างไทย จึงเสนอทางออกเป็น 2 ข้อดังนี้ คือ 1. กดดันให้นายกรัฐมนตรีทำตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คือ ทำประชามติให้ประชาชนเลือกว่าจะให้ตั้ง สสร. เพื่อร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่  และ 2. พรรคไทยสร้างไทยจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตราในหมวดของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอให้มีการเลือกตั้ง สสร. เพียงประเด็นเดียว โดยจะแถลงข่าววันจันทร์นี้ (22 พ.ย. 2564) และจะรวมชื่อประชาชน 50,000 รายชื่อในการยื่นต่อรัฐสภา ทั้งยังย้ำว่าครั้งนี้จะเป็นการเสนอแค่จุดเดียว ถ้าประชาชนช่วยกันผลักดันให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับมาอยู่ในมือประชาชน มันเป็นไปได้ และทันก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะหากเสนอหลายข้อย่อมมีปัญหา และการเสนอให้ปิดสวิตซ์ ส.ว. ย่อมเป็นเรื่องยาก เพราะไม่มีใครอยากโหวตเพื่อลดอำนาจตัวเอง

“น่าผิดหวังมาก เวลาทหารปฏิวัติ ฉีกรัฐธรรมนูญ ทำได้ง่ายๆ แต่เวลาประชาชนเดือดร้อนจะร่างรัฐธรรมนูญของตัวเอง ทำได้ยาก แต่ทุกคนอย่าท้อ ถ้าเรามีเป้าหมายเดียวกัน เรีกยร้องข้อเดียวกัน เอาให้ได้ เพื่อการออกจากวิกฤติการเมืองที่ถูกกฎหมายที่สุดและสันติวิธีที่สุด เอาอำนาจการแก้กฎหมายคืนให้ประชาชนแล้ว ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศเห็นว่าควรแก้ไขอะไร ถึงจะเป็นการแก้ที่ถูกวิธี” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

พรรคกล้าแนะ ส.ส. รวมรายชื่อกันเองแก้ ม.272 ห้าม ส.ว. เลือกนายกฯ

ด้าน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวว่า แนวปฏิบัตินิยมของพรรคหากต้องการแก้ให้สัมฤทธิ์ผล ต้องทำเพียงแค่มาตราเดียวเท่านั้น คือ มาตรา 272 ในบทเฉพาะกาล ตัดสิทธิ์โหวตนายกรัฐมนตรีของ ส.ว. 250 คน ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะกรรมการสรรหาฯ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน เพราะหากปิดสวิตซ์ ส.ว. เลยมันก็จะมีข้อถกเถียงกลับมาเยอะ เพราะบางประเทศก็ใช้ระบบการสรรหา ประชาชนไม่ได้เลือก ส.ว. โดยตรงเช่นกัน ขณะเดียวกันจากผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2560 ก็จะเห็นว่าต่อให้ไม่มี ส.ว. ร่วมโหวต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ดี เพราะรวมเสียงได้เกินครึ่งของสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว หรือถ้าใช้เสียง ส.ว. ช่วยโหวตโดยที่เสียง ส.ส. ไม่เกินครึ่ง หากถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลก็ไปไม่รอดอยู่ดี ตนจึงไม่เห็นว่ามาตรา 272 มีความสำคัญที่ต้องเก็บไว้ เพราะเดิมทีก็ไม่ได้อยู่ในเนื้อหาหลักของรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว แต่อยู่ในคำถามพ่วง ซึ่งหากพรรคกล้ามี ส.ส. ในสภาก็จะเลือกแนวทางนี้ เดินขอรายชื่อ ส.ส. ด้วยกันขอเปิดประชุมสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญแค่มาตราเดียวให้ตรงจุดที่เป็นปัญหา ไม่ต้องแตะเรื่องอื่น และไม่ต้องทำประชามติ อีกทั้งยังเป็นแนวทางที่เร็วและเป็นไปได้มากกว่าการรวมชื่อประชาชน

“เราต้องแทงที่กลางหัวใจ ห้าม ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรี อย่าเพิ่งไปแตะอันอื่น เอาตรงนี้ก่อน การคงไว้ซึ่งมาตรา 272 ไม่จำเป็นด้วยซ้ำ เพราะหากมีเสียง ส.ส. สนับสนุนไม่เกินครึ่ง ยังไงอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็ต้องหายไปทั้งคณะ” อรรถวิชช์ กล่าว

ผู้เขียน : อรรถชัย หาดอ้าน