ธันวาคม 1, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

หวังราคาน้ำมันลดลง! สหรัฐประกาศระบายออกจากคลังสำรอง 50 ล้านบาร์เรล

กรณีที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ประกาศปล่อยน้ำมันดิบในคลังปิโตรเลียมสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve : SPR) ออกสู่ตลาด พร้อมกับ 5 ชาติที่เป็นผู้บริโภครายใหญ่ เพื่อดึงราคาน้ำมันในตลาดโลกให้ลดลงสู่ระดับที่ต้องการ หลังเจรจาและเตรียมการมานานหลายสัปดาห์

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ประธานาธิบดีไบเดน ประกาศว่า กระทรวงพลังงานปล่อยน้ำมันออกจากคลังปิโตรเลียมสำรองเชิงยุทธศาสตร์จำนวน 50 ล้านบาร์เรล มากที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อต่อสู้กับราคาพลังงานที่พุ่งสูง ก่อนจะถึงช่วงวันหยุดยาวซึ่งการเดินทางคับคั่ง

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลประธานาธิบดีไบเดนถูกกดดันอย่างหนักเพราะราคาน้ำมันหน้าปั๊มพุ่งสูง พร้อมทั้งย้ำว่า การปล่อยน้ำมันออกจากคลังครั้งนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาราคาพลังงานสูงภายในชั่วข้ามคืน เพราะจะต้องใช้เวลา แต่ไม่นานน่าจะเห็นราคาที่ปรับลดลงเมื่อประชาชนเติมน้ำมัน และในระยะยาวเราจะลดการพึ่งพาน้ำมันลง เพราะเราจะเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด

ผู้นำสหรัฐอเมริกา ยังกล่าวโทษชาติผู้ผลิตน้ำมันว่าเป็นต้นเหตุทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง เหตุผลส่วนใหญ่ที่ชาวอเมริกันต้องเผชิญราคาพลังงานที่สูงก็เพราะประเทศผู้ผลิตน้ำมันกับบริษัทขนาดใหญ่ไม่เพิ่มระดับการผลิตให้เร็วให้เพียงพอกับปริมาณความต้องการ ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นทั่วโลก

กระทรวงพลังงานสหรัฐเปิดเผยว่า ขณะนี้ SPR มีน้ำมันดิบรวม 604.5 ล้านบาร์เรล และน้ำมันดิบที่ถูกระบายออกมาจะเข้าสู่ตลาดภายในเวลา 13 วัน หลังจากที่ประธานาธิบดีมีคำสั่งดังกล่าว

การตัดสินใจของประธานาธิบดีไบเดนในครั้งนี้ถือเป็นการปล่อยน้ำมันสำรองจากเอสพีอาร์ครั้งที่ 4 ของสหรัฐฯ ครั้งแรกมีขึ้นระหว่างสงครามอ่าวในปี 1991 ถัดมาเมื่อเกิดวินาศภัยจากเฮอริเคนแคทรีนาในปี 2005 และล่าสุดเป็นการปล่อยน้ำมันสำรองร่วมกันของชาติสมาชิกทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) เมื่อเกิดสงครามในลิเบีย ในปี 2011

ทั้งนี้ สหรัฐจะระบายน้ำมันดิบร่วมกับสหราชอาณาจักร จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย ที่เป็นประเทศผู้บริโภคน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก 5 อันดับแรก ซึ่งถือเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นครั้งแรกในการดำเนินมาตรการดังกล่าว โดยเป็นการปล่อยน้ำมันสำรองแบบสวอป ไม่ใช่การขายน้ำมันดิบให้กับโรงกลั่นน้ำมันโดยตรง แต่เป็นการ “ให้ยืม” ซึ่งโรงกลั่นสามารถคืนน้ำมันสู่คลังได้ทั้งในรูปแบบของน้ำมันดิบหรือน้ำมันสำเร็จรูป บวกกับส่วนต่างที่ถือเป็น “ดอกเบี้ย”

ขณะที่นักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ป คาดว่า ปริมาณรวมจาก 5 ประเทศน่าจะอยู่ระหว่าง 100-120 ล้านบาร์เรลหรือสูงกว่านั้น

รัฐบาลอินเดีย ออกแถลงการณ์ระบุว่า อินเดียจะระบายน้ำมันดิบจำนวน 5 ล้านบาร์เรล ออกจากคลังสำรอง เช่นกันกับรัฐบาลอังกฤษ ก็แถลงเช่นกันว่า อังกฤษจะระบายน้ำมันจำนวน 1.5 ล้านบาร์เรล ออกสู่ตลาด ในความร่วมมือกับสหรัฐและชาติพันธมิตรเพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในตลาด โดยน้ำมันจำนวน 1.5 ล้านบาร์เรลดังกล่าว จะเป็นน้ำมันจากสต็อกของภาคเอกชน และการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปอย่างสมัครใจ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อน้ำมันในคลังสำรองของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม สำนักงานพลังงานสากล (IEA) กำหนดให้รัฐบาลจะต้องมีน้ำมันในคลังสำรองเพียงพอสำหรับการบริโภคในประเทศเป็นเวลา 90 วัน