กันยายน 25, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

Remedy เปิดเผยการจัดอันดับ 9 เกมในประวัติศาสตร์ของสตูดิโอ ทั้งหมดที่เคยมีมา ซึ่งเราทราบกันดีว่าเกมจากค่าย Remedy Entertainment เป็นที่รู้จักจากเกมที่มีการเล่าเรื่องที่สมบูรณ์แบบครบรส รวมถึงรูปแบบการเล่นและกลไกใหม่ ๆ ที่ออกมาเป็นต้นแบบให้หลาย ๆ เกม แม้ว่าทาง Remedy Entertainment จะออกวางจำหน่ายเพียง 9 เกมนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1995 แต่บางเกมก็เป็นหนึ่งในเกมที่เน้นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่เข้มข้นที่สุดเท่าที่เคยมีมา เรามาดูเกมทั้ง 9 เกม ว่าจะมีเกมใดบ้าง และ จัดอันดับจากแย่ที่สุดไปหาดีที่สุด

9.Agents Of Storm

เริ่มต้นกันกับเกมบนมือถือกันก่อนเลยสำหรับเกม Agents of Storm เป็นเกมมือถือ freemium ที่เปิดตัวบน iOS ในปี 2014 มีรูปแบบระบบคล้ายกับเกม freemium อื่น ๆ อย่าง Clash of Clans ตัวเกมควรได้รับการเปิดตัวบน Android หลังจากเปิดตัวบน iOS แต่สิ่งนี้กลับไม่เคยเกิดขึ้นนับว่าเป็นข้อผิดพลาดสำคัญของตัวเกมเลยทีเดียวเนื่องจากตลาดที่ไม่ได้กว้างนักบวกกับตัวเกมที่ไม่ได้โดดเด่นไปจากเกมอื่นที่อยู่ในรูปแบบเดียวกัน และ มันยังอาศัยไมโครทรานส์แซคชั่นอย่างมาก และ ไม่ได้ให้ความบันเทิงกับผู้เล่นมากเท่าไหร่ ในปี 2017 ตัวเกมก็ปิดตัวลงก่อนเข้าปีที่ 3 เสียอีก

8.Death Rally Remake

มาต่อกันที่เกมแข่งรถต่อสู้สุดคลาสสิคที่ถูกนำมาวางจำหน่ายในฉบับรีเมค กับเกม Death Rally Remake ตัวเกมเป็นเกมแข่งรถต่อสู้ในสนามแข่งที่มาพร้อมกับรถยนต์ติดอาวุธต่าง ๆ เพื่อทำลายล้าง และ กำจัดคู่แข่งของคุณ โดยเกมฉบับรีเมคนี้ออกวางจำหน่ายเป็นเกมมือถือในปี 2011 และ ถูกนำมาลงให้กับเครื่อง PC ในปี 2012 ในฝั่งของเกมมือถือนั้นได้รับกระแสตอบรับที่ค่อนข้างดี แต่กลับกันในฝั่งของ PC นั้นดูเหมือนว่ากระแสตอบรับจะไปในเชิงลบซะมากกว่า แม้ตัวเกมฉบับรีเมคนี้จะค่อนข้างคล้ายกับเกมต้นฉบับ แต่บางคนกลับรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในเกมนั้น ทำให้เกมนั้นแย่ลง

7.Death Rally (1996)

Death Rally ภาคดั้งเดิมจากปี 1996 เป็นเกมที่เราจะสามารถสนุกไปกับการสร้างความโกลาหลบนสนามแข่ง และ รถติดอาวุธต่าง ๆ นับว่าเป็นเกมที่เล่นได้สนุกในช่วงยุคนั้น ก็เป็นเวลากว่า 25 ปีแล้วที่ตัวเกมถูกปล่อยออกมา ก็คงต้องบอกว่าของเดิมที่มีนั้นดีกว่าฉบับรีเมคที่ออกมาในปี 2011 ตัวเกมออกวางจำหน่ายหลังเกมแข่งรถต่อสู้รุ่นพี่อย่าง Twisted Metal 1 ปี และ ออกมาก่อนเกม Carmageddon 1 ปี ซึ่งกล่าวได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่เกมแข่งรถติดอาวุธต่อสู้กับคู่แข่งนั้น ดูจะเป็นที่นิยมอย่างมาก ทุกวันนี้หากผู้ที่สนใจจะเล่นเกมนี้ ก็สามารถหาเล่นได้บนระบบปฏิบัติการ windows โดย ตัวเกมถูกเปิดให้เป็นฟรีแวร์ในปี 2009 

6.Alan Wake’s American Nightmare

Alan Wake’s American Nightmare นั้นเป็นเนื้อเรื่องไม่เชิงต่อจากภาคหลักซะทีเดียว แต่เป็นการดำเนินเรื่องเสริม คู่ขนานไปกับเนื้อเรื่องหลักของเกมแอ็คชั่นผจญภัยสยองขวัญภาคแรกอย่าง Alan Wake หรือ จะบอกว่าเกมนี้เป็น DLC หรือ Spin-Off ก็คงไม่ผิดอะไร ตัวเกมยังคงรูปแบบการเล่นไว้แบบภาคก่อนหน้าในซีรี่ส์ แต่โทนสีหรือธีมของเนื้อเรื่องจะเปลี่ยนไปจากเดิม ใน Alan Wake โทนเรื่องจะมุ่งเน้นไปที่องค์ประกอบด้านความสยองขวัญ และ ให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวขณะเล่นเกม ในขณะที่เกมภาคนี้จะลดองค์ประกอบในเรื่องความสยองลง และ มีมุขตลกสอดแทรกบ้าง

ตัวเกมดังกล่าวยังคงเป็นการเล่าเรื่องราวของนักเขียนนิยาย ที่ต้องเอาชนะสิ่งชั่วร้ายซึ่งสร้างขึ้นโดยพลังชั่วร้ายของเกมภาคแรก American Nightmare นั้นได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ ที่ต้องการเนื้อหาเพิ่มเติมจากเกมภาคแรก

5.Quantum Break

เกม sci-fi ที่ออกมาในปี 2016 Quantum Break เป็นเกมแอ็กชั่นผจญภัยมุมมองบุคคลที่สามที่มีการนำคัทซีนในรูปแบบภาพยนตร์ที่ใช้คนแสดงจริง ๆ มาผสมกับคัทซีนของตัวเกม เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับตัวละคร Jack Joyce ที่ได้รับพลังพิเศษในการควบคุมเวลาได้ หลังจากที่เกิดความผิดพลาดในการทดลองเดินทางข้ามเวลา ตัวเกมดังกล่าวประสบความสำเร็จในด้านการขาย และ ยังเป็นเกมที่ขายดีที่สุดบน Microsoft Store นับตั้งแต่การเปิดตัวของ Xbox One จนมาถูกโค่นโดยการมาของเกมโจรสลัดอย่าง Sea of Thieves รูปแบบการเล่น และ เนื้อเรื่องได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แม้ว่าความคิดเห็นจะปะปนกับเรื่องการใช้คัทซีนแบบภาพยนตร์คนจริง

4.Control

มาถึงเกมที่อาจจะเรียกได้ว่ามาก่อนกาลอีกหนึ่งเกมอย่าง Control นับว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่ดึงเอานวัตกรรม Ray Tracing บนการ์ดจอ RTX ของ nvidia มาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตัวเกมมีเนื้อเรื่องที่ออกไปแนวลึกลับสืบสวนธีมสายลับ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก หน่วยงาน SCP Foundation ที่เชื่อว่าถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อจัดเก็บสิ่งลี้ลับต่าง ๆ จากทั่วโลก ตัวเกมจะให้คุณสำรวจอาคารที่เรียกว่า The Oldest House ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของหน่วยงานลับของรัฐบาลที่เฝ้าสังเกตวัตถุและตัวตนที่ผิดปกติและเหนือธรรมชาติ

เนื้อเรื่องของเกมดึงคุณเข้ามา ด้วยเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดและอธิบายไม่ได้ที่คุณประสบพบเจอ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นเกมสยองขวัญ แต่ Control ก็มีองค์ประกอบสยองขวัญ และ การสร้างบรรยากาศที่จะพาคุณเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยความลึกลับและน่าค้นหา

3.Alan Wake

Alan Wake เป็นเกมสยองขวัญเอาชีวิตรอดมุมมองบุคคลที่สามที่ให้คุณเล่นเป็นตัวละครในเรื่อง ซึ่งเป็นนักแต่งนิยายอาชญากรรม เป็นเกมสยองขวัญเอาชีวิตรอดที่ยอดเยี่ยมมาพร้อมกับเรื่องราวที่น่าดึงดูดใจจนคุณจะต้องตั้งคำถามกับสุขภาพจิตของคุณเอง เมื่อต้องเจอเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นมากมาย ตลอดเวลาที่คุณพยายามหาภรรยาของคุณ

ตัวเกมดังกล่าวโดดเด่นกว่าเกมอื่น ๆ ในแนวเดียวกัน เนื่องจากคุณต้องใช้ไฟฉายเพื่อทำให้ศัตรูที่อยู่ในเงามืดมีช่องโหว่ก่อนที่คุณจะสามารถฆ่าพวกมันด้วยอาวุธของคุณ ไฟฉายเพิ่มสิ่งอื่นให้คุณต้องจัดการ และ เก็บรักษานอกเหนือจากกระสุนปืน เนื่องจากต้องใช้แบตเตอรี่ เป็นที่ถูกอกถูกใจให้กับแฟนเกม ที่เป็นแฟนหนังสยองขวัญด้วยหลาย ๆ ราย 

2.Max Payne 2: The Fall Of Max Payne

เกมภาคที่สองของซีรี่ส์เกมตำรวจนักสืบสุดบู้ อย่าง Max Payne โดยภาคนี้เป็นภาคสุดท้ายที่ทาง Remedy เป็นผู้พัฒนา ก่อนที่ในภาคที่สามจะถูกส่งไปให้ Rockstar รับไม้ต่อ Max Payne 2 ยังคงเล่าเนื้อเรื่องแบบ dark neo-noir ในแบบภาคแรก และ แน่นอนระบบที่ขาดไม่ได้ และ นับได้ว่าเป็นลายเซนต์ของเกมนี้เลยก็คือระบบ bullet time ที่ยังคงมีให้เล่นในภาคนี้ Max Payne 2 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีโดยมีการวิพากษ์วิจารณ์เล็กน้อยในช่วงเวลาสั้น ๆ น่าเสียดายที่ความเห็นพ้องต้องกันที่สำคัญในเชิงบวกไม่ได้แปลเป็นยอดขาย และ ตัวเกมนั้นขายได้ไม่ดี

อย่างไรก็ตาม ตัวเกมยืนหยัดผ่านบททดสอบของเวลามาจนปัจจุบัน และ แม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังคงเป็นเกมที่มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเล่นเกมเกมหนึ่ง ที่ผู้เล่นควรจะได้รับ

1.Max Payne

ก็มาถึงเกมที่เรียกได้ว่าสร้างชื่อให้กับค่าย และ เปลี่ยนวงการเกมไปในระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้อย่าง Max Payne เมื่อตัวเกมเปิดตัวด้วยระบบกลไกที่เป็นนวัตกรรมใหม่ในขณะนั้นอย่าง bullet time และ เนื้อเรื่องที่มาในธีมมืดมนแบบสุด ๆ Max Payne ได้รับการยกย่องว่าเป็นเกมแรกที่ใช้ระบบ bullet time ที่จะเป็นการชะลอเวลา ทำให้คุณมีเวลาตอบสนอง และ สามรถสร้างฉากแอ็คชั่นเหมือนในหนังบู้หลาย ๆ เรื่อง ฟีเจอร์นี้ยังถูกนำไปใช้ กับ อีกหลาย ๆ เกมอย่าง F.E.A.R. และ ซีรี่ส์ Red Dead เป็นเกมที่สร้างผลกระทบอย่างมากต่อวงการเกมที่เห็นได้จนถึงทุกวันนี้

ก็จบกันไปแล้วสำหรับการจัดอันดับเกมจากค่าย Remedy Entertainment หากใครมีความคิดเห็นอย่างไรก็สามารถแสดงความคิดเห็น หรือ แชร์ต่อให้กับเพื่อน ๆ เพื่อถามความคิดเห็นเพื่อน ๆ ดูได้ครับ