กันยายน 22, 2020

รวมมือถือทุกกลุ่มราคาที่น่าซื้อที่สุด ในช่วงต้นปี 2020

Views 10
0 0
Read Time14 Minute, 33 Second

กลับมาพบกับการรวมมือถือและ Gadget จากทีม สาระนะ hitech กันอีกครั้ง สำหรับในบทความนี้ก่อนที่จะรู้กันว่าในปี 2020 จะมีมือถือรุ่นไหนที่น่าซื้อกันบ้างนั้น หากย้อนมาถึงวันนี้แค่เริ่มปี 2020 เพียง 6 วัน ก็เลยจะมาสรุปในส่วนของมือถือที่น่าซื้อในช่วงนี้กันว่าแต่ละกลุ่มราคามีรุ่นไหนน่าสนใจกันบ้าง พร้อมแล้วมารับชมกันได้เลย 

กลุ่มมือถือ ไม่เกิน 5,000 บาท 

HUAWEI Y6s 

เริ่มต้นกับมือถือในงบประมาณ 3,999 บาท เพิ่งเปิดตัวใหม่ แม้ว่าจะมีกล้องเลนส์เดียงแต่สเปกที่ให้ถือว่าสุดเพราะว่าความจำเริ่มต้นก็ 64GB และเสียงดังมาก ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าซื้อหามาใช้ไม่เบาเลยครับ 

สเปกของ HUAWEI Y6s 

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 156.28 x 73.5  x 8 มม.            
  • น้ำหนัก: 150 กรัม            
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : –     
  • หน้าจอ: IPS LCD ขนาด 6.09 นิ้ว     
  • ความละเอียดหน้าจอ 1560×720 พิกเซล     
  • ชิปเซ็ต MediaTek MT6765 Octa Core 
  • การเชื่อมต่อ : 4G LTE (Nano SIM 2 Slot) WiFi 802.11 B/G/N, Bluetooth 4.2, GPS, A-GPS            
  • ระบบปฏิบัติการ : Android Pie + EMUI 9.1  
  • ระบบความปลอดภัย            
  • ติดตั้งเซนเซอร์สแกนใบหน้าแบบ  2 มิติ     
  • ติดตั้งเซนเซอร์สแกนนิ้วที่ด้านหลัง    
  • กล้องหลัง  : 13 ล้านพิกเซล (f1.8,) + Auto Focus + LED Flash 
  • กล้องหน้า: 8 ล้านพิกเซล     
  • แบตเตอรี : 5,000 mAh     
  • แรม (RAM) : 3GB            
  • ความจำภายใน : 64GB            
  • ความจำภายนอก :  MicroSD รองรับได้มากที่สุด 512GB 

กลุ่มมือถือ 6,000 – 8,000 บาท 

Redmi Note 8 Pro 

มือถือรุ่นล่าสุดกับสเปก MediaTek ที่เน้นการเล่นเกมและมาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 64 ล้านพิกเซล กับสเปกเริ่มต้น RAM 4GB / ความจำ 64GB ผมถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้วครับ ถ้าไม่นับในเื่องของน้ำหนักที่มากไปหน่อย 

สเปกของ Redmi Note 8 Pro   

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 161.4 x 76.4 x 8.8 มม.    
  • น้ำหนัก: 200 กรัม    
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : –    
  • หน้าจอ: IPS LCD ขนาด  6.53 นิ้ว ความละเอียด 2340×1080 พิกเซล    
  • ชิปเซ็ต MediaTek Heilo G90T + Mali G76 MC4   
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11 B/G/N/AC, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS    
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 9.0 Pie + MIUI 10.4   
  • ระบบความปลอดภัย   
  • ติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ    
  • ติดตั้งระบบจดจำใบหน้า    
  • กล้องหลัง 4  ตัว : 64 ล้านพิกเซล (f1.9 Main) + 8 ล้านพิกเซล (f2.4, Ultra-Wide) + 2 ล้านพิกเซล Depth Sensor + 2 ล้านพิกเซล Marco   
  • กล้องหน้า: 20 ล้านพิกเซล (F2.0)    
  • แบตเตอรี : 4500 mAh Fast Charge 18W    
  • RAM :  6GB     
  • ความจำภายใน 64GB     
  • ความจำภายนอก Micro SD 256GB    
  • สี : Mineral Grey, Pearl White และ Forest Green 

กลุ่มมือถือ 9,000 – 11,000 บาท 

OPPO A9 2020 

ยังคงยึดตำแหน่งความคุ้มค่าอย่างเหนียวแน่น เพราะนอกจากสเปกเครื่องที่จัดว่าใหม่ กับขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 665 มาพร้อมกับความจำระดับ Super Spec ก็ทำให้มือถือตัวนี้ที่มีราคา 8,999 บาท คุ้มค่าไม่น้อยเลยครับ 

สเปกของ OPPO A9 2020  

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 163.6 x 75.6 x 9.1 มม.     
  • น้ำหนัก: 195 กรัม     
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : –      
  • หน้าจอ: IPS LCD ขนาด 6.5 นิ้ว    
  • ความละเอียดหน้าจอ 1600×720 พิกเซล (HD+) ความหนาแน่น 270 ppi ป้องกันรอยด้วยกระจก Gorilla Glass 3+    
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 665 + Adreno 610     
  • การเชื่อมต่อ : 4G LTE (Dual SIM) WiFi 802.11 B/G/N/AC Dual Band, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS     
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 9.0 Pie (Color OS 6)     
  • ระบบความปลอดภัย     
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วด้านหลังเครื่อง    
  • ติดตั้งระบบจดจำใบหน้า     
  • กล้องหลัง 4 ตัว : 48 ล้านพิกเซล (f1.8,) + 8 ล้านพิกเซล (f2.2, Ultra-Wide), 2 ล้านพิกเซล (Mono), 2 ล้านพิกเซล(Portait)    
  • กล้องหน้า: 16 ล้านพิกเซล (f2.0)     
  • แบตเตอรี : 5,000 mAh พร้อม Reverse Charge    
  • แรม (RAM) : 8GB     
  • ความจำภายใน : 128GB     
  • ความจำภายนอก : micro SD รองรับความจุสูงสุด 256GB       
  • ช่องเสียบ : USB-C และ Audio Jack ขนาด 3.5 มิลลิเมตร    
  • สี : Marine Green, Space Purple 

กลุ่มมือถือ 12,000 – 17,000 บาท 

Xiaomi Mi 9T Pro 

สำหรับมือถือในราคากลุ่มนี้ก็มีหลากหลายรุ่นน่าสนใจ แต่ถ้าคุณต้องการ ประสิทธิภาพสูงสุดและถ่ายภาพก็ต้องดีด้วย Xiaomi Mi 9T Pro ที่ใช้ขุมพลังระดับท็อปอย่าง Qualcomm Snapdragon 855 และมาพร้อมกับหน้าจอสวยและคาดว่าจะได้อัปเดตเป็น Android 10 แน่นอนในราคา 16,990 บาท ผมถือว่ายังเป็นรุ่นที่น่าจับตามองครับ 

สเปกของ Xiaomi Mi 9T Pro  

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 156.7 x 74.3 x 8.8 มม.  
  • น้ำหนัก: 191 กรัม  
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : –  
  • หน้าจอ: AMOLED ขนาด  6.39 นิ้ว ความละเอียด 2340×1080 พิกเซล  
  • ชิปเซ็ตQualcomm Snapdragon 855  + GPU Adreno 640  
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11 B/G/N/AC, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS  
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 9.0 Pie + MIUI 10.3  
  • ระบบความปลอดภัย 
  • ติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ  
  • ติดตั้งระบบจดจำใบหน้า  
  • กล้องหลัง 3 ตัว : 48 ล้านพิกเซล (f1.8 Main), 13 ล้านพิกเซล (f2.4, Ultra-Wide), 8 ล้านพิกเซล (f2.4 Telephoto) + LED Flash และ PDAF  
  • กล้องหน้า: 20 ล้านพิกเซล (f2.0)  
  • แบตเตอรี :4000 mAh Fast Charge 27W  
  • RAM : 6GB  
  • ความจำในตัว 64 / 128GB  
  • ความจำภายนอก : –  
  • สี : ดำ Carbon black, แดง Red flame, น้ำเงิน Glacier blue 

กลุ่มมือถือ 18,000 – 21,000 บาท 

realme X2 Pro 

ในกลุ่มราคานี้ถือว่ามีมือถือแบบ Super Spec อย่างมากมายแต่สำหรับรอบนี้ทำไมแนะนำมืออยาก realme X2 Pro คำตอบเพราะว่า ในงบประมาณ 19,999 บาท ถ้าคุณต้องหาขุมพลัง Snapdragon 855+ พร้อมกับ RAM 12GB และความจำ 256GB คงจะเป็นเรื่องยากพอสมควร แต่ realme จัดให้คุณได้แบบนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าไม่เบาเลยครับ 

สเปกของ realme X2 Pro 

  • ขนาด: 161 x 75.7 x 8.7 มิลลิเมตร   
  • หนัก: 199 กรัม   
  • หน้าจอแสดงผล : Super AMOLED ความละเอียด FHD+  19:9 (2400×1080พิเซล) ขนาดประมาณ 6.5นิ้ว การตอบสนอง 90Hz  
  • ชิปเซ็ต : Qualcomm Snapdragon 855+ | GPU Adreno 640  
  • RAM : 12 GB   
  • ROM : 256 GB   
  • ความจำเสริม : ไม่สามารถเพิ่มความจำได้  
  • ระบบปฏิบัติการ:  Android 9 (Pie) ครอบทับด้วย Color OS 6.1  
  • WiFi 802.11 AC  
  • Bluetooth 5.0  
  • กล้องหลัง 4 ตัว:    
    >>>>กล้องตัวแรกเป็นของ ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล F1.8  
    >>>>กล้องตัวที่สองเป็นเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล,F/2.4   
    >>>>กล้องตัวที่สามเป็นเลนส์ Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, F/2.5 (2x optical zoom)   
    >>>>สุดท้ายเป็นกล้อง 2 ล้านพิกเซล Depth Sensor  
  • กล้องหน้าเซลฟี่ : ความละเอียดกล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล   
  • รองรับ: สแกนใบหน้าแบบ 2D  
  • รองรับ: สแกนนิ้วบนหน้าจอ( fingerprint )   
  • รองรับ : nano SIM Dual SIM  
  •  แบตเตอรี่ : Li-Po 4000 mAh รองรับ Super VOOC กำลัง 50W    
  • สี: Lunar White, Neptune Blue 

กลุ่มมือถือที่มากกว่า 22,000 บาท 

Samsung Galaxy Note 10+ 

ในกลุ่มงบประมาณนี้จะเป็นเรือธงทั้งนั้น แต่ขอแนะนำ Galaxy Note 10+ ก่อนเพราะแม้คุณสมบัติทุกอย่างจะอยู่ตรงกลาง แต่เมื่อทำทุกอย่างในภาพรวมออกมาถือว่าดีไม่น้อยก็เลยเป็นอีกเหตุผลที่ควรจะแนะนำ และรวมไปถึงอาวุธลับของรุ่นนี้อย่าง S Pen ที่มีประสิทธิภาพและใช้งานจริงได้หลากหลายมากกว่าเดิม ทำให้เป็นอีกเครื่องถ้าต้องการให้มือถือเครื่องเดียวทำได้ทุกอย่าง นี่ก็ถือว่าเป็นคำตอบที่น่าสนใจครับ 

สเปกของ Samsung Galaxy Note 10+ 

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 163.2 x 77.2 x 7.9 มม. 
  • น้ำหนัก : 196 กรัม 
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : IP68 ลงน้ำได้ 1.30 เมตร นานสุด 30 นาที 
  • หน้าจอแสดงผล : Dynamic AMOLED HDR+ แบบ Infinity O ขนาด 6.8 นิ้ว อัตราส่วน 19:9 
  • ความละเอียดหน้าจอ : 3040 x 1440 พิกเซล (QHD+) ป้องกันรอยด้วยกระจก Gorilla Glass 6 
  • ชิปเซ็ตประมวลผล : Exynos 9825 + Mali G76 
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11 B/G/N/AC/AX (WiFi 6), Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS 
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 9.0 Pie + One UI 
  • ระบบความปลอดภัย 
  • ติดตั้งเซนเซอร์สแกนนิ้วบนหน้าจอแบบอัลตราโซนิค (พร้อมเทคโนโลยีสแกน 3 มิติ) 
  • ติดตั้งระบบจดจำใบหน้า 
  • กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว :  
  • 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f2.4, Telephoto 
  • 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f1.5 – f2.4, Wide  
  • 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f2.2, Ultra-Wide 
  • ToF Sensor 
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้า : 10 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f2.2 
  • แบตเตอรี่ความจุ : 4,300 mAh + Fast Charge 45W (ภายในกล่องแถมที่ชาร์จกำลัง 25W), Wireless Charge 15W, Wireless Power Share 2.0 
  • พอร์ตเชื่อมต่อแบบ : USB Type-C 
  • หน่วยความจำแรม (RAM) : 12 GB 
  • หน่วยความจำภายใน (ROM) : 256 GB / 512 GB 
  • หน่วยความจำภายนอก : MicroSD เพิ่มได้สูงสุด 1TB 
  • สี : Aura White ปากกาสีขาว, Aura Black ปากกาสีดำ, Aura Glow ปากกาสีน้ำเงิน (สีออกเป็นรุ้งผสมกับสีที่เหมือนกับกระจก) 

iPhone 11  

ส่วนในกลุ่ม iPhone นอกจากว่าราคา 24,900 อย่าง iPhone 11 จะเป็นมือถือที่น่าสนใจไม่เบา ยังคงเป็นทางเลือกหลักของคนที่อยากได้มือถือดีสักเครื่องมาใช้งานและต้องเป็น iPhone จริงๆ ผมว่ารุ่นนี้สเปกจบหลายเรื่อง ถ้ายังติดใจ iPhone และมองหารุ่นไหม นี่ก็เป็นอีกคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม 

สเปกของ iPhone 11  

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 150.9 x 75.7 x 8.3 มม.         
  • น้ำหนัก: 194 กรัม         
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : IP68 (ลงน้ำได้ 2 เมตร นาน 30 นาที)         
  • หน้าจอ: IPS LCD (Liquid Retina Display) ขนาด 6.1 นิ้ว        
  • ความละเอียดหน้าจอ 828 x 1792 พิกเซล ความหนาแน่น 326 ppi     
  • ชิปเซ็ต Apple A13 Bionic Hexa Core (ตัวแรง 2 Core + ทำงานปกติ 4 Core) + Apple GPU (4 Core)   
  • การเชื่อมต่อ : 4G LTE (Nano SIM + eSIM), WiFi 802.11 B/G/N/AC Dual Band, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS         
  • ระบบปฏิบัติการ : iOS 13.1 (Upgrade ได้)   
  • ระบบความปลอดภัย         
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนใบหน้าแบบ 3 มิติ (Face ID)   
  • กล้องหลัง / ตัว : 12 ล้านพิกเซล (f1.8,) + 12 ล้านพิกเซล (f2.4, Ultra-Wide)  
  • กล้องหน้า: 12 ล้านพิกเซล (f2.0)    
  • แบตเตอรี : 3,110 mAh + Fast Charge 18W (ซื้ออุปกรณ์แยก) / Wireless Charge    
  • แรม (RAM) : 4GB         
  • ความจำภายใน : 64/128/256GB         
  • ความจำภายนอก : –          
  • ช่องเสียบ : Lightning Port   
  • สี : สีม่วง Purple, สีขาว White, สีเขียว Green, สีเหลือง Yellow, สีดำ Black, และ สีแดง (PRODUCT) Red  

สำหรับบทความนี้ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ แต่ในครั้งหน้าจะมีมือถือกลุ่มราคาไหนมาแนะนำให้เลือกซิ้ออย่าลืมกลับมาติดตามต่อทาง sanook hitech กันใหม่นะครับ 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %