เมษายน 21, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

ประธานาธิบดีบราซิลงานเข้า ขอกลับลำไม่แบน Huawei

ประธานาธิบดี Jair Bolsonaro (ฌาอีร์ โบลโซนาโร) ของบราซิล กำลังตกที่นั่งลำบากในหลายๆ เรื่องสำหรับช่วงนี้ที่มีหลายปัญหาเข้ารุมเร้าประเทศ นอกจากปัญหาเรื่องความสามารถในการจัดการการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิดที่ด้อยประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อสะสมเป็นอันดับ 3 ของโลก (รองจากสหรัฐฯ) นับจนถึงตอนนี้ (30 มกราคม) รวมแล้วมากกว่า 9,119,477 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 222,775 ราย นอกจากนี้ก็ยังมีอีกสองเรื่องใหญ่ที่ผู้คนออกมาโจมตีและนำไปสู่การประท้วง

เรื่องแรก Bolsonaro รีบเปลี่ยนจุดยืนที่จะแบนเทคโนโลยี 5G ของ Huawei หลัง Donald Trump ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการเมืองของเขาหมดอำนาจ และสหรัฐฯ ยังล้มข้อตกลงในการจัดหาวัคซีนซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากให้กับบราซิล

โดยรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่อ้างอิงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เอสตาโด เด เอส.เปาลู บอกว่า รัฐบาลบราซิลเคยจะห้าม Huawei เข้าร่วมการประมูลสร้างเครือข่าย 5G ที่จะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายนแล้ว แต่ตอนนี้ท่าทีได้เปลี่ยนไปแล้ว

ก่อนหน้านี้ทางการบราซิลออกมาบอกว่า Huawei เชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน ด้วยเหตุนี้ข้อมูลต่าง ๆ จึงไม่มีความปลอดภัยถ้าหากอนุญาตให้บริษัทยักษ์ใหญ่ของธุรกิจโทรคมนาคมจีนเข้าสู่ เครือข่ายสื่อสาร 5G ของประเทศ อย่างไรก็ดี บราซิลก็ไม่เคยชี้แจงหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาต่อ Huawei ดังกล่าวออกมาแต่อย่างใด

เรื่องที่สองนั้น ผู้นำชนเผ่าในบราซิลเตรียมฟ้องร้องประธานาธิบดี ข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติด้วยการตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอนซึ่งเป็น “ปอดที่ใหญ่ที่สุดของโลกนี้” โดยผู้นำชนเผ่าได้ร่วมมือกับกลุ่มสิทธิมนุษยชนร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ International Criminal Court (ICC) ให้ตรวจสอบประธานาธิบดี Bolsonaro ที่ถอดถอนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและได้กระทำการละเมิดสิทธิของชนพื้นเมืองด้วย

นับตั้งแต่ Bolsonaro รับตำแหน่งในปี 2019 ป่าฝนแอมะซอนก็ได้ถูกทำลายอย่างมหาศาลทุบสถิติในรอบหลายปี การตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มขึ้นเกือบ 50% และอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 นอกจากนี้การบุกรุกพื้นที่ชนเผ่าพื้นเมืองก็เพิ่มขึ้นถึง 135% ในปี 2019 ซึ่งมีผู้คนอย่างน้อย 18 คนถูกฆ่าโดยนายทุนที่บุกรุกพื้นที่ป่า ในทางตรงกันข้าม การนำตัวผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการตัดไม้มาลงโทษก็ลดลงถึง 42% และรัฐบาลยังตัดงบประมาณด้านสิ่งแวดล้อมและพิทักษ์ผืนป่าลง 27.4% ในปี 2020 นี้ด้วย