ธันวาคม 5, 2022

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

ต้องมีเงินเดือนเท่าไหร่จึงจะซื้อ “รถคันแรก” ได้?

    มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายควรมีรายได้เท่าไหร่ จึงจะเพียงพอที่จะถอยรถป้ายแดงคันแรกในชีวิตได้?

     หลายคนมองว่ารถยนต์เป็นสิ่งฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็น แต่สำหรับบางคน รถยนต์อาจไม่ได้มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวก หรือแสดงฐานะทางสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือหาเลี้ยงชีพ เดินทางไปพบปะลูกค้าต่างจังหวัด หรือหากใครมีบ้านอยู่ชานเมืองที่ระบบขนส่งมวลชนไม่สะดวก ก็ต้องอาศัยรถส่วนตัวในการเดินทาง และยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยสำหรับคุณผู้หญิงที่ต้องเดินทางค่ำมืดเพียงลำพังด้วย

     แต่กระนั้น รถยนต์ก็ยังถือเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง นับวันยิ่งเสื่อมมูลค่า และยังมีค่าใช้จ่ายก้อนโตเพื่อดูแลรถยนต์ให้มีสภาพพร้อมใช้อยู่ตลอดเวลา

2021_honda_city_hatchback6_16

     สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ประจำ การเป็นเจ้าของรถยนต์หนึ่งคันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาให้รอบเสียก่อน คือ 1.ความจำเป็น และ 2.ความพร้อมทางการเงิน ซึ่งข้อแรกเราคงไม่ขอพูดถึง เพราะความจำเป็นของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่สิ่งสำคัญอีกประการ คือ ความพร้อมทางการเงิน เพื่อไม่ให้กลายเป็นหนี้หัวโตโดยไม่รู้ตัว

     โดยปกติแล้ว สถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อรถยนต์ จะพิจารณารายได้ของผู้กู้ในแต่ละเดือน (ธนาคารและไฟแนนซ์ส่วนใหญ่จะนำเอารายได้อื่นๆ เช่น คอมมิชชั่น, โบนัส, โอที ฯลฯ มาคิดเฉลี่ยบวกกับฐานเงินเดือนด้วย) หากรายได้ในแต่ละเดือนมากกว่ายอดผ่อนในแต่ละเดือนประมาณ 2 – 2.5 เท่าขึ้นไป โอกาสได้รับอนุมัติก็มีสูงขึ้นตามไปด้วย

yaris_ativ_smart_23

     ดังนั้น หากต้องการเป็นเจ้าของรถป้ายแดงสักคันหนึ่ง หากคำนวณเงินผ่อนแต่ละเดือนอย่างคร่าวๆ เช่น รถ Toyota Yaris ATIV รุ่น Smart ราคา 584,000 บาท ดาวน์ 10 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ 58,400 บาท ผ่อนชำระ 60 งวด รวมดอกเบี้ยปกติแล้วตกเดือนละ 10,425 บาท (โดยประมาณ) จึงควรมีรายได้ต่อเดือนขั้นต่ำอย่างน้อยที่สุดมากกว่า 21,000 บาทขึ้นไป จึงจะเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นนี้ได้โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และไม่รับภาระหนักจนเกินไป

     ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการครอบครองรถ เช่น ค่าประกันภัย, ค่าน้ำมัน, ค่าเช็คระยะ, ค่าซ่อมรถ, ค่าที่จอดรถ ฯลฯ หากมีภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่ต้องรับผิดชอบด้วยแล้ว เช่น ค่าที่พัก, ค่าอาหาร, ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และอื่นๆ ก็ต้องนำมาคำนวณเพื่อพิจารณาด้วย เพื่อไม่ให้กลายเป็นหนี้หัวโตครับ