กันยายน 25, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

ชาวเน็ตแห่แชร์ประสบการณ์ขี่เวสป้าขึ้นแม่กำปอง กลางคืนสุดหลอน..!

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าเรื่องราวนี้นำมาจากเฟสบุ๊คส่วนตัวของบุคคลท่านหนึ่ง ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวเกิดเป็นกระแส และมีคนแห่แชร์โพสต์กันอย่างมากมาย
แอดมินเชื่อว่าหลายคนที่ติดตามเพจเราอาจจะยังไม่เคยอ่าน วันนี้เราจึงนำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังครับ

เรื่องราวดังกล่าว มาจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Wan Racings เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2564 เล่าประสบการณ์ขณะขี่รถเวสป้าจากพิษณุโลกไปแม่กำปอง ขี่เข้าทางแจ้ซ้อน ลำปาง ตอนกลางคืน ที่บรรยากาศสุดหลอน เจอทั้งทางมืด บรรยากาศอันน่าวังเวง และเห็นบางสิ่งแปลกๆแทบตลอดทาง แถมยังเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดอีกด้วย..!

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ตอนนั้นตนจะไปแม่กำปอง ขี่รถจักรยานยนต์เวสป้า (VESPA) ออกเดินทางจาก จ.พิษณุโลก ประมาณ 12.00 น.เศษ กะว่าจะไปถึงแม่กำปองประมาณ 17.00-18.00 น. แล้วไปกางเต็นท์ที่นั่น
แต่เนื่องจากรถจักรยานยนต์เวสป้าต้องขี่ไปพักไป อีกทั้งสิ่งของที่นำมาตกจากรถจักรยานยนต์บ่อยครั้ง ทำให้กินเวลานานกว่าที่วางแผนไว้

ตนขี่รถตามทางมาเรื่อยจนมาถึงร้านสะดวกซื้อชื่อดังแห่งนึง ที่อยู่ตรงบริเวณทางแยกก่อนถึงทางขึ้นแม่กำปอง จึงเข้าไปซื้อของเพิ่มเติมเพื่อที่จะเอาไปตั้งแคมป์ ช่วงที่กำลังจะจ่ายเงินได้ถามพนักงานว่า “แม่กำปองไปอีกไกลไหม ?”
พนักงานบอกว่า “ประมาณ 50 กิโลเมตร แต่แนะนำให้หาที่นอนแถวนี้ก่อนแล้วตอนเช้าค่อยขึ้นไปแม่กำปองดีกว่า”

เมื่อถามว่าทำไม? เขาก็ตอบว่าเพราะทางขึ้นมืดมาก โค้งเยอะ มีเหวลึก มีคนตายบ่อย และไม่มีไฟส่องสว่างสักดวง เมื่อไม่นานเพิ่งมีรถนักท่องเที่ยวตกลงไปในเหว อันตรายมาก อีกทั้งมาคนเดียวด้วย แนะนำว่าให้รอขึ้นตอนเช้าจะดีกว่า
และพนักงานก็ถามต่อว่าทำไมมาทางนี้ เพราะปกติไม่ค่อยมีคนมาขึ้นทาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เท่าไร
แต่ตอนนั้นตนเห็นว่ามาถึงขนาดนี้แล้วคงไม่แย่ขนาดนั้น จึงตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์ต่อ

เมื่อขี่รถมาถึงทางแยกขึ้นแม่กำปองยังรู้สึกเฉยๆ เพราะแม้ไม่มีไฟส่องสว่าง แต่ยังมีบ้านคนอยู่เป็นระยะๆ
ขี่รถต่อไปเรื่อยๆ ประมาณ 10 กิโลเมตร จากทางแยกที่ขึ้นมา สังเกตข้างทางบ้านคนก็เริ่มค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ จากที่เห็นบ้านติดๆกัน 3-4 หลัง ก็เริ่มเห็นแค่หลังเดียวบ้าง ไม่เห็นบ้าง
ขี่ไปได้สักพักเส้นทางเริ่มชันขึ้นไปเรื่อยๆ สัญญาณมือถือเริ่มจะไม่ดี

จากนั้นเวลาประมาณ 19.00 น. ระหว่างทางก็ได้ยินเสียงของหล่นจากท้ายรถ ตอนที่ของตกอารมณ์เหมือนมีคนดึงกระชากจนรถโยก ตนจึงจอดดู ปรากฏว่าถังน้ำมันท้ายรถตกลงมา ทั้งที่ตนมัดไว้แน่นมาก ซึ่งถือว่าแปลกมาก..
เมื่อดู GPS พบว่ามาไกลเกินกว่าจะกลับไปแล้ว จึงไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้อย่าเจออะไรที่ไม่ดี เพราะตนมาคนเดียว ก่อนจะขี่จักรยานยนต์ต่อไป

ขี่ไปสักพัก เหมือนภาพช้าลง จากความเร็วที่ขี่มาตอนแรกประมาณ 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ตอนนี้บิดจนหมดปลอกแล้ว กลับได้แค่ 10-15 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น..
บรรยากาศวังเวงและเงียบมาก จนได้ยินเสียงหายใจตนเองในหมวกกับเสียงเครื่องยนต์ที่เหมือนจะดับอยู่ตลอดเวลา

พอมาถึงช่วงที่เลี้ยวโค้งหักศอก แสงไฟหน้ารถสาดไปตรงมุมโค้ง หางตาเกิดเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง เป็นเงาดำๆ เหมือนคนยืนอยู่..!
ตนไม่พยายามหันไปดู ตั้งใจขี่รถต่อไป มองโทรศัพท์เพื่อดูแผนที่พบว่าเหลืออีก 20 กิโลเมตร ก็เริ่มใจเสีย ความรู้สึกตอนนั้นชักหลอนๆ เพราะเหมือนมีคนตามมาตลอด..!
ซึ่งระหว่างนั้นก็หันไปมองกระจกหลายครั้ง แต่ก็ไม่เห็นอะไรเลยเพราะมืดมาก
ขี่ไปได้อีกประมาณ 3-4 กิโลเมตร ก็เจออะไรแปลกๆอีก คือเห็นเหมือนเป็นคนนั่งก้มหน้าอยู่ข้างทาง..!
ตอนนั้นตนตกใจจนรถเกือบล้ม กลั้นใจขี่ไปได้อีกสักพักก็เจออีก ทีนี้เห็นเหมือนคนวิ่งตัดหน้ารถแบบกะทันหัน..!

ยอมรับเลยว่าเริ่มกลัวสุดขีดแล้ว ได้แต่โทษตัวเองว่าทำไมเมื่อกี้ไม่เชื่อพนักงานร้านสะดวกซื้อที่เตือนแต่แรก
พอขี่มาสักพักก็ถึงหน่วยพิทักษ์ป่าดอยลาน อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ เห็นไม้กั้นทางเพื่อเก็บเงินนักท่องเที่ยว เริ่มใจชื้นขึ้นมาทันที แต่กลับพบว่าไม่มีคนอยู่เลย ไม่มีแม้แต่แสงไฟของที่ทำการ
ตนจอดรถก้มดู GPS ในโทรศัพท์มือถือ ยังเหลืออีก 8-9 กิโลเมตร เลยขี่ออกมาจากตรงนั้นได้สักพัก ปรากฎว่าน้ำมันใกล้หมด ถ้าจะจอดเติมน้ำมันก็ต้องยกของออกจากรถทั้งหมดเพื่อที่จะเปิดเบาะเติม แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวเพราะกว่าจะเอาของลง กว่าจะมัดเชือกอีก ซึ่งถนนก็มืดแถมไฟไม่มี คงมองไม่เห็นอะไร
ถึงกระนั้นตนก็ตัดสินใจลุยต่อ ขี่มาได้สักพักเส้นทางเริ่มเป็นเนินที่ชันและโค้งแบบเกือกม้า รถขึ้นแทบจะไม่ไหวเลยลงจากรถแล้วเข็นพร้อมกับบิดคันเร่งไปด้วย

ระหว่างนั้นตนเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เปิดกระจกหมวกกันน็อคแล้วตะโกนด้วยคำหยาบคาย ทำนองว่าทำไมถึงต้องเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ.. ทั้งที่มาเที่ยวพักผ่อนแท้ๆ..
แต่แว่บนั้นกลับรู้สึกว่าได้ยินเหมือนเสียงคนหัวเราะสวนกลับมา ตนจึงตะโกนด่าหยาบคายกลับไปว่า “หัวเราะอะไร แน่จริงมาช่วยดันรถเลยสิ..!”

ปรากฎว่าคราวนี้เจอหนักเลย คือได้ยินเสียงเหมือนคนวิ่งลงมาจากป่า เหมือนเสียงวิ่งเหยียบใบไม้ ตนตกใจรีบกระโดดขึ้นรถแล้วบิดต่อทันที
มันแปลกที่ตอนนั้นรู้สึกเหมือนมีคนมาดันรถให้จริงๆ เพราะจากรถที่อืดมาตลอดทาง ความเร็วก็เพิ่มขึ้นเป็น 10, 20 และ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเฉยเลย..!

ในช่วงนั้นมือไม้สั่นไปหมด คิดอะไรไม่ออกแล้ว ได้แต่คิดในใจขอบคุณบางสิ่งที่ช่วยมาดัน แต่ต่อมาก็พบว่าข้างหน้าเป็นทางลงแบบชัน เป็นเหวลึกก่อนถึงหมู่บ้าน ของที่ขนมามันมีน้ำหนักเยอะมากเกินไป บวกกับความเร็วรถที่ขึ้นมาจากเนินทำให้เบรกไม่อยู่ กลิ่นเหม็นไหม้จากจานเบรกลอยขึ้นมาเลย ตนกำจนแน่นทั้งเบรคหน้าเบรคหลังแต่เบรกไม่อยู่แล้ว..
ในตอนนั้นนึกถึงหน้าพ่อแม่ รู้สึกผิดที่แอบมาเที่ยว คนที่บ้านไม่มีใครรู้ว่ามาเชียงใหม่ ถ้าเป็นอะไรไปใครจะรู้ และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง
ปรากฎว่าเหมือนมีคนมาดึงรถให้ช้าลง..! เมื่อมองกระจกเห็นสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคน เห็นแค่พริบตาเดียวแล้วก็หายไป..!

ต่อมาอีกไม่นานก็ถึงน้ำตกแม่กำปองจนได้ ซึ่งเส้นทางช่วงนั้นจะมีธารน้ำตัดผ่าน ก็ยังอดเห็นอะไรหลอนๆอีกไม่ได้ คือเหลือบไปเห็นคนสองคนแล้วก็หายไปอย่างรวดเร็ว..!

ขี่ต่อมาจนถึงร้านค้าในแม่กำปอง คราวนี้โล่งใจเลย เข้าไปถามเขาว่ามีที่พักว่างหรือไม่ ซึ่งตอนแรกตนกะจะไปกางเต็นท์แหละ แต่ไม่เอาแล้วเพราะเริ่มกลัว
ป้าแม่ค้ารายนั้นกล่าวว่า ถ้าเราไปอีกเล็กน้อยจะมีโฮมสเตย์ อยู่ที่นั่นน่าจะว่าง
ตนจึงกล่าวขอบคุณไป ป้าแม่ค้าหันมาถามต่อว่ามาคนเดียวหรือ..
ตนตอบว่าใช่ มาจากพิษณุโลก..
แม่ค้าบอกว่า ตอนแรกป้าเห็นหนุ่ม นึกว่ามีคนซ้อนมาด้วย..!

ตนนึกในใจว่าเอาเข้าให้แล้ว ก็ขนของมาเยอะขนาดนี้จะซ้อนยังไงกัน.. ก่อนบอกขอบคุณป้าแม่ค้าไป แล้วขี่ไปที่พักต่อ ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดก็มีเท่านี้

** ความเห็นของผู้ติดตามอ่านที่มีต่อเรื่องนี้..

โพสต์ดังกล่าวมีชาวเน็ตคอมเมนต์และแชร์จำนวนมาก ทั้งในแง่ของสิ่งที่เขาไปเจอเรื่องลี้ลับ และเรื่องราวของการเดินทางไปที่แม่กำปองช่วงเวลากลางคืน

บางคนว่า กลางคืนไม่ควรขับบนเขาถ้าไม่ชินทาง อันตรายมากมองทางไม่เห็น
บางคนเห็นว่าเส้นทางนี้เงียบสงัด รถไม่ค่อยผ่าน ทางแคบชัน ผิวถนนไม่ค่อยดี แต่ก็มีคนในพื้นที่เห็นแย้งว่า บางอย่างก็เกิดจากความมืดและมโนไปเอง

ส่วนเรื่องที่เห็นบางอย่างผ่านกระจกหลัง ชาวเน็ตแย้งว่าจะเห็นได้อย่างไร เพราะว่ามืดขนาดนั้น อย่าเอาเรื่องงมงายมาใส่ในพื้นที่ เพราะคนที่เขาอยู่จริงๆ กลับไม่เคยเจอสักคน
บางรายก็แสดงความเห็นว่า ที่นั่นช่วงกลางคืนถ้าไ​ม่ใช่คนพื้นที่ก็จะรู้สึกหลอนๆ แต่ถ้าเป็นคนพื้นที่จะไม่กลัว คนต่างถิ่นมาพักบางทีตกดึกได้ยินเสียงร้องครวญคราง นั่นไม่ใช่เสียงภูตผีอะไรหรอก แต่เป็นเสียงที่มาจากสัตว์ป่าล้วนๆ ทั้งหมูป่า กวาง ก​ระต่าย นกยูง เรียกว่าเสียงอะไรที่ดังมาจากป่า เป็นเสียงร้องแปลกๆ เหมือนคนโหยหวนนั่นคือเสียงสัตว์ป่าหมด

นอกจากนี้ยังมีคนพื้นที่เห็นแย้งอีก ว่าเส้นทางที่ชายคนดังกล่าวไปไม่น่าจะใช่ทาง อ.แจ้ซ้อน จ.ลำปาง แต่เป็นทางบ้านดอนชัย มากกว่า
ส่วนที่กล่าวว่า ระหว่างทางไม่มีหมู่บ้านนั้นไม่จริง ที่นั่นมีหมู่บ้านป่าเมี้ยง ก่อนถึงแม่กำปอง 13 กิโลเมตร อีกทั้งก่อนจะถึงน้ำตกแม่กำปอง ก็มีอุทยานกิ่วฝิ่นอยู่ ซึ่งตรงนั้นมีเจ้าหน้าที่มีตลอดทาง มีลานกางเต็นท์ป่าสน เพราะฉะนั้นเรื่องที่ผู้โพสต์เล่ามาดูน่าขัดแย้ง

และนี่คือเรื่องราวทั้งหมด ที่ช่วงนึงเคยเป็นกระแส ซึ่งแอดมิน พยายามจะเล่าให้เห็นถึงมุมมองด้านความเชื่อ และอีกมุมซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ รวมถึงอีกหลายๆความเห็นที่มีคนพูดถึงเรื่องราวดังกล่าวด้วย
ก็อย่างที่ย้ำทุกครั้งแหละครับ คืออยากให้มองเรื่องผีเป็นเรื่องของความบันเทิงอย่างนึง สนุกสนานตื่นเต้นไปกับสิ่งที่เขาเล่า ส่วนจะจริงไม่จริงก็ไม่ต้องไปใส่ใจอะไรมาก เพราะเราก็ไม่ได้ไปอยู่ในเหตุการณ์เดียวกับเขา น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดครับ

Cr : สยองขวัญวาไรตี้