กันยายน 25, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

ผีนักเลงประจำหมู่บ้าน หัวขาด แต่ไม่รู้ว่าใครฆ่า..!! เหตุเกิดที่ จ.มหาสารคาม

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่อยู่ในจังหวัดมหาสารคาม เมื่อประมาณสิบกว่าปีที่ผ่านมาค่ะ
ในสมัยนั้นทุกหมู่บ้านมักจะมีนักเลงประจำหมู่บ้าน ส่วนที่หมู่บ้านของเราก็เช่นกัน ก็มีนักเลงโตประจำหมู่บ้านอยู่คนหนึ่ง ซึ่งก็เป็นเพื่อนรักกับคุณพ่อของเราค่ะ แกชื่อ “ลุงสี”

ลุงสีเป็นคนที่นิสัยนักเลงมาก ถ้าคนต่างถิ่นมองหน้าเป็นต้องมีเรื่องกันตลอด ต่อยตีเขาไปทั่ว ลุยเดี่ยวก็เคย ติดคุกติดตารางเป็นว่าเล่น
มีอยู่ช่วงหนึ่ง ลุงสีตัดสินใจบวชพระ แต่ก็อยู่วัดได้ไม่นาน ก็ลงแดงเพราะอยากเหล้า เผลอไม่ได้เป็นต้องให้เด็กไปซื้อมานั่งดื่มในกุฏิเป็นประจำ แถมพอแกเมาได้ที่ก็ยังเที่ยวออกอาละวาด ชี้หน้าด่าพระไปทั่ว สุดท้ายเลยโดนจับสึก

หลังจากลุงสีสึกออกมาได้เกือบๆ สองปี แล้วอยู่ๆ แกก็หายตัวไปแบบไร้ร่องรอย ชาวบ้านตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจกันมาก เพราะคิดว่าแกคงจะไปมีเรื่องกับใครอีก แล้วคงโดนตำรวจจับเข้าซังเตเหมือนที่เคยเป็นประจำ

ช่วงเช้ามืดของวันนึง มีสองตายายที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน โดยแกมักจะออกไปตลาดกันทุกๆ วัน
ในระหว่างที่ขี่รถเครื่องจะไปตลาด ซึ่งอยู่หน้าปากซอยนี่เอง แต่ก่อนที่จะถึงตลาด ด้านขวามือจะเป็นหนองน้ำขนานยาวไปกับถนน
สองตายายมองไปเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ใส่เสื้อ กำลังก้มๆเงยๆอยู่ที่ริมหนองน้ำ เหมือนกำลังหาอะไรบางอย่างอยู่
คุณตาก็พูดกับคุณยายว่า “ไอ้นี่มันมาขโมยปลาของคนอื่นหรือเปล่าวะ ?”

ว่าแล้วคุณตาก็ตัดสินใจจอดรถ แล้วตะโกนเรียกไปทางคนที่อยู่ริมน้ำว่า “เฮ้ย..ไอ้หนุ่ม เอ็งทำอะไรอ่ะ ไปขโมยปลาเค้าเหรอวะ”

ขณะที่คุณตายังไม่ทันจะก้าวลงจากรถ ผู้ชายคนนั้นก็ยืดตัวตรงแล้วหันตัวมาทางคุณตา ปรากฏว่าสิ่งที่เห็นคือ ผู้ชายคนนั้นไม่มีหัว มีแค่หลอดลมที่โผล่พ้นช่วงลำคอออกมาเส้นหนึ่ง..!

คุณตาตกใจกลัวสุดขีด แกยืนขาตายสนิท มีอาการหน้ามืดเหมือนจะเป็นลม มาได้สติก็ตอนที่ได้ยินเสียงยายร้องโวยวายว่า “ผี ผีหลอกๆๆ”
คุณตาจึงรีบบิดคันเร่งจนมิด รถมอเตอร์ไซค์พุ่งทะยานออกไปข้างหน้า ก็เกือบเสียหลักลงข้างทาง แต่ยังดีที่รอดมาได้

เมื่อไปถึงที่ตลาด สองตายายก็เล่าเรื่องที่พบเจอมาให้ชาวบ้านฟังจนทั่ว แต่ก็ไม่ค่อยจะมีใครเชื่อแกนัก ด้วยว่าก่อนหน้านี้ในหมู่บ้านไม่เคยมีเรื่องแบบนี้มาก่อน

วันต่อมา ก็มีแม่ค้าเหมารถกระบะ เพื่อที่จะไปซื้อของที่ตลาดตอนเช้ามืด ไปกันประมาณสี่ถึงห้าคน ซึ่งช่วงนั้นยังไม่สว่างดี
โดยระหว่างที่นั่งรถกันไป ก็เห็นเข้ากับผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ใส่เสื้อ นั่งกอดเข่าอยู่ริมหนองน้ำ
ชาวบ้านที่สงสัยก็พูดว่า “ไอ้หนุ่มนี่มันเป็นอะไร มานั่งตากหมอกอะไรแถวนี้ เสื้อก็ไม่ใส่ ลองจอดรถถามมันหน่อยซิ”

พอรถวิ่งเข้าไปจอดข้างๆ ชาวบ้านก็ตะโกนถามออกไปว่า “ไอ้หนุ่ม เอ็งไปนั่งอะไรตรงนั้น มันหนาว เสื้อก็ไม่ใส่ เดี๋ยวเอ็งก็ไม่สบายหรอก”

พอผู้ชายนิรนามคนนั้นได้ยินก็ค่อยๆ ยืนขึ้นแล้วหันร่างกลับมามอง ปรากฎชาวบ้านกลุ่นนั้นก็เห็นในลักษณะเดียวกับตายายก่อนหน้านี้อีก
คือเห็นเป็นผู้ชายแต่ไม่มีหัว โดยครั้งนี้มีชาวบ้านที่ตาไวคนนึงในกลุ่ม สังเกตได้ว่าผู้ชายคนนี้มีรอยสักที่หัวไหล่ทั้งสองข้าง ซึ่งสักคำว่า “พ่อกับแม่”
ชาวบ้านกลุ่มนี้ก็ได้เอาเรื่องที่เจอมาไปเล่าให้คนอื่นๆ ในตลาดฟัง ชาวบ้านต่างคาดเดากันไปต่างๆนาๆ ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแน่

ช่วงดึกของวันเดียวกันนั้นเอง หลวงพี่ที่วัดท่านได้ฝันว่ามีคนมาร้องไห้ที่หน้ากุฏิท่าน
เมื่อท่านสะดุ้งตื่น เสียงร้องไห้ก็ยังไม่หายไปไหน มันยังคงดังค่อนข้างชัดมาจากหน้ากุฏิ
ท่านจึงเดินออกมาดู ปรากฏว่าเห็นผู้ชายไม่มีหัว กำลังนั่งคุกเข่าพนมมือไหว้อยู่ตีนบันไดหน้ากุฏิ เสียงร้องไห้นั้นโหยหวนดังมาจากรอบๆ ทิศทาง..!!
หลวงพี่มองดูด้วยความเวทนา แล้วพูดว่า “อืม..ไว้จะหาให้”
แล้วท่านก็หันหลังเดินเข้ากุฏิไปด้วยอาการสำรวม..

พอรุ่งเช้าพระท่านก็ให้เด็กวัดไปบอกแม่ของลุงสี เพราะท่านคิดว่าชายหัวขาดคนนั้นคงจะเป็นโยมสีแน่นอน
พอเด็กวัดเล่าเรื่องที่หลวงพี่พบมาให้แม่ของลุงสีฟัง ประกอบกับช่วงนั้นมีชาวบ้านพูดคุยเรื่องผีหัวขาดกันจนทั่วหมู่บ้านอยู่แล้ว แม่ของลุงสีจึงได้ไปถามเรื่องราวจากพวกพ่อค้าแม่ค้าในตลาด เนื่องจากอยากรู้ว่าไปเจอผู้ชายหัวขาดกันตรงจุดไหน..

พอรู้แน่ชัด แม่ลุงสีกับชาวบ้านส่วนนึงก็พากันลงไปงมในแม่น้ำ และไม่นานก็พบศพลุงสีจริงๆ ร่างแกติดอยู่ในอวนหาปลา แต่ไม่พบส่วนของศีรษะ..!
ซึ่งจากการชันสูตรพบว่ามีรอยโดนมีดฟันที่ลำคอ แต่ไม่รู้ว่าศีรษะขาดตอนนั้นเลยหรือเปล่า หรือว่าจะขาดตอนที่ศพอยู่ในน้ำ เพราะอาจมีปลามาตอดกิน จนทำให้ส่วนศีรษะขาดลอยตามน้ำไปที่อื่นก็ได้

ทางคุณแม่ของลุงสีก็ได้เอาศพไปไว้ในวัด โดยการใส่ไว้ในโลงศพที่ก่อขึ้นมาจากปูน เป็นเวลาหนึ่งปี เพื่อที่จะรอฌาปนกิจ

แต่หลังจากนั้นประมาณสองวัน ชาวบ้านที่ขี่รถผ่านวัดในเวลากลางคืนก็มักจะเจอเรื่องราวหลอนๆ อยู่ตลอด
เช่นได้ยินเสียงผู้ชายตะคอกว่า “มึง มึง.. มึงฆ่ากูเหรอ”

ซึ่งทีแรกชาวบ้านคิดว่าขี้เมาที่ไหนมาร้องโวยวาย จึงหันกลับไปมองข้างหลัง ถึงแม้ว่าถนนจะมืดจนแทบมองอะไรไม่เห็นก็ตาม แต่ก็ยังได้ยินเสียงเหมือนคนวิ่งมาแต่ไกล เสียงฝีเท้าดัง “ตึกๆๆๆ”
พอลองมองฝ่าความมืดดูดีๆ จะเห็นเป็นผู้ชายหัวขาดที่ไม่ใส่เสื้อ วิ่งอยู่ในความมืด ใกล้รถเข้ามาเรื่อยๆ จนต้องบิดมอเตอร์ไซต์หนีกันหัวตั้ง แทบไม่คิดชีวิตเลย..!

ที่ร้ายไปกว่านั้น ชาวบ้านที่ออกไปส่องกบในทุ่งนาหลังวัดตอนกลางดึก ก็มักจะได้ยินเสียงคนวิ่งลัดทุ่งนามาแต่ไกล เสียงน้ำกระฉอกดัง “ซูมๆๆๆ” พร้อมกับเสียงตะคอกว่า “มึงใช่มั้ยที่ฆ่ากู..?”
พอฉายไฟไปทางต้นเสียง ปรากฏว่าเห็นผู้ชายไม่มีหัว กำลังวิ่งตรงดิ่งเข้ามาหา ยกมือทั้งสองข้างมาด้านหน้าเหมือนกับว่าจะวิ่งเข้ามาบีบคอให้ตาย..!
จนชาวบ้านทนไม่ไหว หลวงพี่และหมอธรรมจึงได้ช่วยกันเอาศพของลุงสี ไปฝังไว้ในป่าช้าหมู่บ้านอื่น และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นลุงสีอีกเลย

แต่ถ้าจะมี ก็ชาวบ้านที่สัญจรผ่านถนนหน้าวัดในเวลากลางดึก ที่มักจะได้ยินเสียงผู้ชายตะคอกมาทางด้านหลังว่า “มึงฆ่ากูหรือๆ”
พร้อมกับเสียงคล้ายๆคนกำลังวิ่งเข้ามาหา “ตึกๆๆๆ” แต่จะได้ยินเพียงแค่เสียงเท่านั้น ไม่เห็นตัว..!

และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมดที่เราได้ฟังมาค่ะ เรียกว่าช่วงเวลานั้นในหมู่บ้านต่างขวัญผวากันทุกคน ขนาดที่ว่าตกดึกแทบไม่มีใครกล้าออกจากบ้านเลยค่ะ…

Cr : สยองขวัญวาไรตี้