มกราคม 23, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

ล่องเรือหลอน

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของป้าแมวที่นำมาถ่ายทอดให้คุณคิงฟัง ซึ่งมีคนเล่าให้ป้าแมวฟังอีกที ความเชื่อของชาวเรือมีหลายรูปแบบ ในกรณีของการไหว้เรือหรือไหว้หัวเรือ คุณคิงเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยมีเพื่อนไปเป็นลูกเรือหาปลา ในการออกไปหาปลาแต่ละครั้ง เพื่อนๆ บนเรือ มักจะคอยเตือนอยู่เสมอๆ ว่า“ห้ามมองขึ้นไปบนเสากระโดงเรือตอนกลางคืนนะ เฉพาะกลางคืน แต่กลางวันจะนอนมองยังไงก็ได้ แต่กลางคืนอย่ามอง ไม่งั้นคงไม่กล้าออกเรือหาปลาอีกแน่”และได้เตือนอีกอย่างหนึ่งว่า ตอนกลางคืนถ้าได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ ในห้องเครื่อง ห้ามไปดูเด็ดขาด เพราะตามความเชื่อ มันคือการตรวจอะไรต่างๆ ของแม่ย่านาง หรืออาจจะเป็นคนเก่าคนแก่ที่เป็นเจ้าของเรือ กำลังเดินอยู่ภายในของเครื่องหรืออีกอย่างหนึ่งก็คือ วิญญาณของคนที่ถูกเครื่องจักรของเรือดูดเข้าไปปั่นจนเสียชีวิต กำลังเดินวนเวียนอยู่ในที่ที่ตนเองเสียชีวิตครั้งหนึ่ง เรือที่เพื่อนของคุณคิงนั่งไปหาปลา เกิดติดพายุฝนรุนแรง ท้องฟ้าสีดำมืดปั่นป่วนจนมองไม่เห็นแสงจากพระอาทิตย์ คลื่นลูกยักษ์โหมซัดเข้าหาเรือครั้งแล้วครั้งเล่า จนเรือจะพลิกคว่ำเข้าไปทุกทีๆ เพื่อนวิ่งหาธูป เพื่อที่จะเอามาจุดไหว้ขอให้สิ่งศักสิทธิ์ต่างๆ คุ้มครอง แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เพราะส่วนมากคนทางแถบนั้นไม่ใช่คนที่นับถือศาสนาพุทธ จึงเอาบุหรี่มาจุดสิบหกมวน แล้วปักไว้ที่หัวเรือ พร้อมกับหาถุงพลาสติกใสมาครอบไว้ แล้วภาวนาขอให้รอดและปลอดภัยพอมองไปที่หัวเรือปรากฏว่าเห็นเป็นเงาดำๆ ลักษณะเหมือนผู้หญิงยืนอยู่บนหัวเรือ ไม่กี่อึดใจต่อมา พายุที่โหมกระหน่ำก็ค่อยๆ ซาลง ลูกเรือทุกคนต่างออกมานั่งคุกเข่า หันหน้าไปทางหัวเรือ แล้วก้มลงกราบกลับมาถึงเรื่องเล่าของคนที่เคยถ่ายถอดให้ป้าแมวฟัง ตัวเค้าเองเป็นคนที่ไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับเรือมาก่อน ช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอม คุณลุงของเค้าเป็นไต๋ก๋งเรือ เขาบอกกับคุณลุงว่า ช่วงนี้ว่างอยากลงไปในเรือด้วย อยากรู้ว่ามันเป็นยังไง คุณลุงก็อนุญาตก่อนจะลงเรือ คุณลุงก็สอนวิธีการต่างๆ ที่ควรรู้ให้ จนมีอยู่คืนหนึ่ง เค้าได้ยืนมองออกไปทางท้องทะเลตอนกลางคืน ไปเห็นเข้ากับอะไรสักอย่าง สีออกเขียวๆ ฟ้าๆ กำลังลอยเข้ามาหาเรืออย่างช้าๆ เค้ายืนมองอย่างพินิจ รู้สึกว่ามันยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก็เลยไปเรียกคุณลุงให้มาดูคุณลุงเดินมาถึงก็ยืนมองอยู่พักนึง แล้วก็หันหลัง เดินเข้าไปในห้องบังคับเรือ เพื่อหันหัวเรือหนีเจ้าสิ่งนั้น พร้อมกับเดินเครื่องเต็มกำลัง เค้าเริ่มรู้สึกแปลกใจว่าทำไมคุณลุงถึงต้องพยายามหนีเจ้าสิ่งนี้ด้วยจนเวลาผ่านไปนานพอสมควร สักพักคุณลุงก็จอดเรือ แล้วบ่นออกมาเบาๆ ว่า “อืมมม… สงสัยจะหนีไม่พ้นจริงๆ ว่ะ” ทำให้เค้าเกิดความสงสัยมาก จึงถามคุณลุงว่าทำไมถึงพูดอย่างนี้ แล้วมันแปลกประหลาดอะไรนักหนากับไอ่ก้อนนั่น ที่มันพยายามลอยเข้ามาหาเรือคุณลุงก็บอกให้ลองไปดูดีๆ จะเห็นได้ว่ามันลอยทวนน้ำเข้ามาหาเรือ เร่งเครื่องหนีมาได้สักระยะแล้ว แต่มันกลับตามเรือมาติดๆ ก็เลยถามคุณลุงว่าอะไร คุณลุงบอกว่า“นี่ดูไม่ออกจริงๆ เหรอ นั่นมันศพ!”ก็เลยให้ลูกน้องลงไปโยงเชือกผูกกับศพเอาไว้ แต่จะไม่ดึงขึ้นเรือมาเด็ดขาด ใช้วิธีการลากตามหลังเรือเอา ลูกน้องที่ลงไปผูกเชื่อ ขึ้นมาบอกว่า “โห่ไต๋ ผมนี่บานเป็นแพเลย ศพอืดแล้วอึดอีก จนไม่กล้ามองเลย” ลูกน้องของคุณลุงคนนี้เป็นคนที่ใจบุญ ขี้สงสาร จึงรับอาสาลงไปทำให้ในขนะที่กำลังลากศพไปได้สักระยะ พายุเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ จนฝนเทลงมาเหมือนกับฟ้ารั่ว ชนิดที่ว่าเดินเรือไปไหนแทบไม่ได้ ไต๋จึงพยายามมองหาฝั่งที่ใกล้ที่สุด เพราะการอยู่ในดงพายุแบบนี้นานๆ เป็นสิ่งที่อันตรายมาก จึงค่อยๆ ขยับเรือไปทีละนิด หาเกาะอะไรก็ได้สักเกาะ แล้วนำเรือเข้าจอด เพื่อไม่ให้เรืออับปางอยู่กลางทะเล จนไปเห็นเกาะแห่งหนึ่งอยู่ไกลลิบๆ ทำให้ทุกคนบนเรือดีใจกันยกใหญ่ ที่จะได้ลงเกาะพอยิ่งขับใกล้เข้าไปเรื่อยๆ ก็เห็นคนกลุ่มหนึ่ง นั่งล้อมวงสุมไฟกันประมาณเจ็ดแปดคนอยู่ในเกาะ ทำให้ลูกเรือร้องดีใจที่จะได้เพื่อนนั่งดื่มนั่งกันในคืนนี้ แต่อยู่ๆ ไต๋ก็รีบหยุดเรือ แล้วหันมาบอกกับทุกคนว่า“ไม่ต้องลงแล้วล่ะ…”“อ้าว ทำไมไม่ลงล่ะไต๋?” ทุกคนอยู่ในอาการงุนงง จึงถามไต๋ออกไป“พายุก็แรง จะลงไปยังไงล่ะ ผีทั้งนั้น ไม่ใช่คนหรอกนั่นน่ะ”“ไต๋รู้ได้ไง ยังไม่ทันได้เข้าไปถึงฝั่งเลย”“พวกมึงดูดีๆ นะ ประสบการณ์เรือนี่น้อยมากเลย คนอะไรวะ มันจะมานั่งก่อกองไฟกลางพายุอย่างนั้น แล้วไฟมันก็ไม่มอดเลยซักนิด ลองดูซิ!”ต่างคนต่างงง คิดว่ามันจะใช่ผีจริงหรือเปล่า แล้วถ้าเป็นผี ทำไมมันถึงมองเห็นชัดขนาดนั้น แต่ไต๋ก็ยังยืนยันว่าพวกมันเป็นผี จึงค่อยๆ เดินเรือเลาะตามเกาะแห่งนี้ไปเรื่อยๆ แต่ไต๋จะไม่จอดหยุดเรืออยู่กับที่เด็ดขาด จนพายุเริ่มสงบตัวคนที่เล่าเอง เพิ่งลงเรือมาเป็นครั้งแรก ไม่สามารถช่วยอะไรใครได้ จึงลงไปหลบอยู่ข้างในจนเผลอหลับ มารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาช่วงกลางดึก เพราะปวดปัสสาวะ ช่วงนั้นพายุต่างๆ ได้สงบลงแล้ว จึงเดินขึ้นมาข้างบน คิดในใจว่า ทุกคนคงกำลังนั่งดื่มกันอยู่ เพราะปกติ ลูกเรือมักจะนอนเวลาไม่ตรงกันพลันหูก็ได้ยินเสียงอะไรสักอย่าง เหมือนคนกำลังนั่งล้อมวงทานข้าวกันอยู่ในห้องครัว เค้าก็เลยเดินแวะเข้าไปดู พอเข้าไปถึงห้องครัวก็ชะโงกหน้าเข้าไปมอง สิ่งที่เห็นคือ ผู้หญิงที่ขึ้นอืดอยู่ท้ายเรือกับคนอีกประมาณเจ็ดแปดคน นั่งล้อมวงคดข้าวกันอย่างหิวโหย จากนั้นก็ค่อยๆ หันหน้าขึ้นมามอง ใบหน้าเขียวๆ ขึ้นสีม่วงจับจ้องมาทางเค้าแบบตาไม่กะพริบ ส่วนคนอื่นๆ เห็นเป็นลักษณะของคนตัวสีน้ำตาลเข้มทั้งตัว กำลังนั่งใช้มือจกข้าวใส่ปาก เห็นอย่างนั้นเขาถึงกับสลบหงายท้องทันทีตื่นมาอีกที ก็ตอนที่ทุกคนช่วยปฐมพยาบาลให้ เค้าจึงเล่าให้ทุกคนฟัง คุณลุงก็งงว่าทำไมวิญญาณเหล่านี้ถึงขึ้นมาในเรือได้ พอถามกับลูกเรือก็ได้ความว่า ลูกเรือคนที่ใจบุญ ที่ลงไปมัดศพ เอาธูปมาปักหนึ่งดอกในสำรับอาหารที่เตรียมไว้ แล้วบอกกับศพของผู้หญิงคนนั้นว่า “ถ้าหิวก็ขึ้นมากินได้” แต่ธูปดอกนั้นมันไม่ได้เชิญแค่วิญญาณดวงเดียว มันกลับไปเชิญเอาวิญญาณแถวนั้นให้ยกโขยงขึ้นมาบนเรือด้วย และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมดถอดความจากเดอะโกศเรดิโอ คุณคิง

Cr : สัมผัสที่ 6