มกราคม 26, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

วิญญาณบนสะพานลอย

ผมอาศัยอยู่หอพักแห่งนี้มาเกือบสิบปี ตั้งแต่มาทำงานที่กรุงเทพใหม่ๆ หอพักนี้แม้จะไม่ใหม่นัก แต่อยู่ใกล้ที่ทำงานมากแค่เดินลงมาจากหอพักซึ่งอยู่ปากซอย และข้ามสะพานลอยมา ก็ถึงปากซอยทางเข้าโรงงานแล้วและจากปากซอยทางเข้าโรงงานก็เดินเข้าไปอีกแค่สองร้อยเมตรเท่านั้น ด้วยความที่เป็นผู้ชาย แม้จะเลิกงานดึกดื่นแค่ไหนผมก็มักจะเดินกลับทุกวัน เพราะไม่อยากเสียค่ารถ และถนนหนทางแถวนี้ก็สว่างไสว สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้า ไม่มืดไม่เปลี่ยว ไม่น่ากลัวและไม่เคยมีประวัติปล้นจี้เกิดขึ้นจนกระทั่งกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นคือ มีผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30-35ปี มาเดินป้วนเปี้ยนแถวนั้นอยู่ประมาณ 2-3 วัน พร้อมด้วยกระเป๋าสะพายใบใหญ่ บางวันที่ผมไปทำงานตอนเช้า ก็จะเห็นผู้ชายคนนั้นนอนอยู่บนสะพานลอยกับกระเป๋าสะพายใบนั้น เนื้อตัวดูมอมแมมเหมือนคนเร่ร่อน แต่ดูจากหน้าตาแล้ว ก็ไม่น่าจะใช่คนสติไม่ดีอะไร แล้วก็ไม่ได้มาขอทานเพราะเขาก็นอนเฉยๆ ไม่ได้มีกระป๋องเงินวางไว้แต่อย่างใดแล้ววันหนึ่ง ขณะผมเดินออกจากหอพักเพื่อไปทำงานตอนเช้าตามปกติ ขณะกำลังจะเดินขึ้นสะพานลอยก็เห็นที่กลางถนนมีรถจอดติดอยู่หลายคัน และมีคนยืนมุงๆ อยู่ริมฟุตบาทบ้าง บริเวณที่รถจอดติดอยู่บ้าง ด้วยความรีบผมจึงไม่ได้ไปร่วมมุงดูว่าเกิดอะไรขึ้นในใจคิดว่า อาจจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชนกันตามปกติเหมือนที่ผ่านมา จึงรีบเดินขึ้นสะพานลอยไปโดยไม่ได้มองลงไปเลยว่า ข้างล่างมีอะไรเกิดขึ้นวันนั้นผมเลิกงานประมาณ 3 ทุ่มกว่า ก็เดินกลับหอพักเหมือนเคยทุกวัน ร้านค้าข้างทางหลายร้านยังคงเปิดอยู่ตามปกติ หลังจากแยกย้ายกับเพื่อนที่ปากซอยทางเข้าโรงงาน ผมก็เดินข้ามสะพานลอยมาคนเดียว พอขึ้นบันใดมาถึงขั้นบนสุด ผมก็เห็นว่าผู้ชายคนนั้นกำลังนั่งกอดกระเป๋าสะพายใบใหญ่ไว้แน่น ผมก็ไม่ได้คิดอะไร ยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆจนไปใกล้กับที่ลายคนนั้นนั่งอยู่ แล้วผมก็ได้ยินเหมือนเสียงร้องไห้สะอื้นเล็กๆ มาจากชายคนนั้น ผมหยุดกึก ด้วยความสงสารผมจึงหันไปถามว่า เขามาจากไหนทำมานั่งอยู่ตรงนี้หลายวันแล้วชายคนนั้นหยุดสะอื้นและเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าของเขาขาวซีดเหมือนไม่มีเลือด ผมเพ้ายุ่งเหยิง และถ้าผมตาไม่ฝาดไป ที่ศรีษะใต้ผมเหมือนมีคราบเลือดกรังๆติดอยู่ชายคนนั้นตอบกลับมาว่า เขาตกงานและไม่มีที่ยู่ เดินทางมาจากอุดรมาหางานทำในกรุงเทพ ระหว่างทางถูกโจรล้วงกระเป๋าเอาเงินไปหมด จึงไม่มีเงินไปเช่าห้องอยู่ ระหว่างที่ชายคนนั้นเล่าให้ผมฟัง น้ำเสียงของเขาฟังดูเนิบๆ เย็นๆ ทำให้ปมรู้สึกเย็นวาบที่ต้นคออย่างบอกไม่ถูกแต่ใบหน้าที่าบน้ำตาทำให้ผมรู้สึกสงสารมากกว่า ดังนั้นผมจึงหยิบเงินจำนวน 200 บาทยื่นให้ บอกให้ไว้ใช้ผมมีอยู่ไม่มาก ช่วยได้แค่นี้ แต่ชายคนนั้นปฏิเสธที่จะรับเงิน บอกว่าเขาไม่ต้องใช้เงินอีกแล้ว พร้อมกับกล่าวขอบคุณผมและอวยพรผมเป็นการใหญ่ เขายื่นเศษกระดาษใบหนึ่งใส่มือผม บอกว่าเขาให้ และก็ไม่พูดอะไรต่อ พลางนั่งก้มหน้าตา ผมจึงไม่ซักถามอะไรต่ออีกแล้วลักขึ้นเดินต่อไปยังห้องพัก เมื่อเดินมาได้ประมาณ 3-4 ก้าวก่อนจะลงบันใด ผมหันกลับไปมองและพบว่าชายคนนั้นหายไปแล้ว จุดที่ผมเคยนั่งคุยกับชายคนนั้นว่างเปล่าผมจึงรีบเดินลงสะพานลอยและกลับไปยังหอพักโดยเร็ว ในใจคิดว่า ไม่น่าจะมีอะไร เมื่อกลับมาถึงหอพัก ผมก็คลี่เศษกระดาษที่ชายคนนั้นยัดใส่มือผมก็พบว่า เป็นตัวเลข 3 ตัวเขียนเรียงต่อกันผมไม่ใช่คนที่ใส่ใจเรื่องหวยมากนัก จึงโยนเศษกระดาษนั้นลงถังขยะไป วันรุ่งขึ้นเป็นวันอาทิตย์ ผมตื่นมาประมาณ 10 โมงเช้า อาบน้ำแต่งตัวแล้วก็ลงไปหาอะไรกินที่ร้านอาหารตามสั่งปากซอยหอพัก แม่ค้ากลุ่มหนึ่งกำลังนั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ เรื่องเหตุการณ์เมื่อวานตอนเช้า ผมจับใจความได้ว่า มีคนกระโดดสะพานลอยลงมาเสียชีวิต เป็นผู้ชายเร่ร่อนที่มาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ 2-3 วันก่อน เมื่อได้ยินดังนั้น ผมจึงถามแม่ค้าเพื่อความแน่ใจว่าใช่ชายที่ผมเจอเมื่อคืนหรือเปล่า แม่ค้าบอกว่าก็มีอยู่คนเดียวนั่นแหละ ที่ชอบสะพายกระเป๋าใบใหญ่เดินไปเดินมาอยู่แถวนี้ แล้วก็มานอนที่สะพานลอยตอนกลางคืนตำรวจตรวจสอบที่ศพไม่พบหลักฐานบัตรประชาชนว่า ชื่ออะไร อยู่ที่ไหน ตอนนี้จึงนำศพไปไว้ที่โรงพยาบาลตำรวจ รอประกาศหาญาติมาติดต่อนำศพไป เมื่อได้ยินดังนั้น ผมจึงนึกถึงคำพูดที่ชายคนนั้นเล่าให้ผมฟังเมื่อคืนว่า เขาโดนล้วงกระเป๋าไป ทำให้เอกสารและเงินหายหมด เป็นคนเดียวกันแน่ ผู้ชายที่ผมคุยด้วยเมื่อคืน เป็นวิญญาณของผู้ชายที่กระโดดสะพานลอยตายตอนเช้า พอคิดได้ดังนั้นก็ทำให้ขนลุกชันไปทั้งตัว นี่ผมคุยกับผีหรือนี่ บรื๋อ!👹👻. แล้วอย่างนี้ผมจะกลับบ้านดีกๆ ดื่นๆ เดินข้ามสะพานลอยยังไง แต่คิดในแง่ดี ผมก็ไม่ได้คิดร้ายอะไรกับเขา ก็คงไม่น่าจะเป็นอะไรก่อนนอนคืนนั้น ผมจึงสวดมนต์และแผ่เมตตาให้ชายคนนั้น วันรุ่งขึ้นผมก็ไปทำงานตามปกติและกลับมืดอีกเช่นเคย เมื่อเดินข้ามสะพานลอย ผมรู้สึกเหมือนว่า เห็นมีเงาตะคุ่มๆ อยู่ตรงบริเวณกลางสะพานลอย ผมทำใจเย็นๆ ค่อยๆเดิอนไปเรื่อยๆ โดยพยายามไม่คิดอะไร แล้วผมก็เดินผ่านไปและรีบวิ่งปรู๊ดลงสะพานลอยไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีวิญญาณมาปรากฏตัวให้เห็น หลังจากนั้นอีก 2-3. วัน ผมก็ยังคงต้องเดินข้ามสะพานลอยนั้นตอนกลางคืนทุกวัน แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนผมคิดว่า… วิญญาณชายคนนั้นน่าจะไปผุดไปเกิดแล้ว และผมเองก็เลิกกลัวไปแล้ว จนกระทั่งวันที่ 31 สิงหาคม ซึ่งผมก็ยังคงเลิกงานมืดตามปกติทุกวัน และก็เลิกคิดกลัวผีไปแล้ว ผมเดินข้ามสะพานลอยตามปกติ ด้วยความที่อยากรีบกลับให้ถึงหอพัก จึงรีบเดินจ้ำๆขึ้นบนสะพานลอย แล้วทันใดนั้น ผมก็เห็นชายคนหนึ่งสะพายกระเป๋าใบใหญ่ยืนอยู่กลางสะพานลอย หันหน้ามาทางผม เหมือนกำลังจะเดินแต่เขาก็ไม่ได้เดิน ยังคงยืนนิ่งเหมือนยืนรอให้ผมเดินไปหาตอนนั้นผมไม่ได้เอะใจอะไร และลืมเรื่องผู้ชายที่กระโดดสะพานลอยไปแล้ว จึงเดินตรงไปยังผู้ชายที่ยืนจังก้ายู่กลางสะพานลอยกะว่าจะเดินผ่านไป แต่เมื่อเดินมาใกล้ๆ ผมก็เห็นว่าผู้ชายคนนั้นกำลังจ้องมองมาที่ผม เขายิ้มให้ผมด้วยใบหน้าอันซีดเซียวจนแทบจะเขียว ทรีศรีษะมีรอยคราบเลือดกรังๆติดอยู่ ผมเริ่มจำใบหน้านั้นได้ ด้วยความตกใจ ผมก่าวขาไม่ออกเดินต่อไปไม่ได้อีก ผมหยุดกึกอยู่ตรงนั้น ห่างจากผู้ชายคนนั้นไม่ถึงสามก้าวได้ แต่พยายามสวดมนต์แผ่เมตตาให้วิญญาณไปที่ชอบๆ แล้วผมก็ได้ยินเหมือนเสียงดังอยู่ในหัวว่าอย่าลืมเศษกระดาษที่ผมให้นะ และผมมาลาหลังจากนั้น ร่างของผู้ชายคนนั้นก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา พอได้สติผมก็รีบวิ่งกลับไปที่หอพักย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้วันรุ่งขึ้น ผมทบทวนสิ่งที่เจอเมื่อคืนและก็นึกได้ว่า วิญญาณผู้ชายคนนั้นได้ให้เศษกระดาษกับผมไว้ และเมื่อคืนก็ยังจะมาเตือนผมเรื่องเศษกระดาษแผ่นนั้นอีก ผมจึงได้รื้อๆดูในถังขยะก็พบว่าเศษกระดาษนั้นยังอยู่ ผมจึงเอาเลขสามตั้วนั้นไปหาซื้อลอตเตอรี่. และงวดนั้นผมก็ถูกลอตเตอรี่สามตัว ได้เงินมาไม่มากนัก เงินที่ได้มาผมเอาไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณของชายคนนั้นไปสู่สุคติ หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ผมก็ไม่เคยเจอวิญญาณชายคนนั้นอีกเลย

Cr : สัมผัสที่ 6