กันยายน 18, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์จริงที่เจอกับตัวเองเมื่อ 3 ปีที่แล้วค่ะ
ต้องบอกก่อนว่า กิ่งเป็นคนที่มีเซ้นส์ เรื่องนี้มานานแล้วค่ะ
แต่เซ้นส์จะไม่แรงมาก จะเห็นบ้างบางครั้ง ส่วนใหญ่จะรุ้สึกได้ถึงเขา
ถ้าเราไปตามสถานที่ต่างๆแล้วรู้สึกได้ว่ามีเขาอยู่ เราจะรู้ได้เลยทันทีค่ะ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่จังหวัดยโสธร
ตอนนั้นเราเพิ่งเรียนจบ แล้วมีโอกาสได้ทำงานกับค่ายติวเตอร์ค่ายนึง
ซึ่งหน้าที่ของเราคือต้องออกเดินทางไปตามจังหวัดต่างๆในภาคอีสาน
เพื่อทำการโปรโมทและประชาสัมพันธ์ค่ายนี้กับน้องๆที่โรงเรียนต่างๆ
ซึ่งครั้งนี้คือที่จังหวัดยโสธร เราได้ทำการจองโรงแรมผ่านแอพจองที่พักชื่อดัง ตัว A
เราดูในรีวิวก็ไม่ได้แย่ แล้วรูปโรงแรมในแอพก็ดูปกติเหมือน โรงแรมทั่วไป ค่ะ

โรงแรมที่เราดูเป็นโรงแรมใหญ่ทีเดียว
เราก็อะ โอเค ราคากับเงื่อนไขค่อนข้างตรงกับที่เราต้องการ
*ซึ่งต้องแจ้งก่อนค่ะว่า เราไปกัน 3 คน ญ 2 ช 1″
ทำให้เงื่อนในการเข้าพัก จะต้องสามารถเข้าพักได้ 3 คนใน ห้องเดียวกันค่ะ
สมาชิกที่ไป จะมีกิ่ง น้องเค พี่เอ น้องเคเป็นผู้หญิง เป็นรุ่นน้องกิ่ง แล้วก็เป็นรูมเมทกันอยู่แล้วด้วย
น้องเคเนี่ยเป็นไม่มีเซ้นส์เลย แต่พี่เอ ที่เป็นผู้ชาย เขาเซ้นส์แรงเลย เห็นเป็นตัวๆ คุยด้วยก็ได้

ตัดกลับมาที่โรงแรม เมื่อเราเดินทางไปถึงโรงแรม
สิ่งแรกที่เห็นเลยคือ ตึกสูงๆ ค่อนข้างเก่าทีเดียว
บรรยากาศมันอึมครึมมาก แต่ตอนนั้นก็คิดว่าคงไม่มีอะไร
โรงแรมมันค่อนข้างเก่าแล้วก็น่าจะปกติที่จะดูอึมครึมๆ
เราก็ทำการเช็คอินตามปกติ ได้กุญแจห้องมา เตรียมตัวเข้าห้องพัก
ซึ่งตอนนั้นบรรยากาศตรงจุดนั้น ค่อนข้างครึกครื้น
เนื่องจากเหมือนจะมีงานสัมมนา มีคนเดินไปเดินมา เสียงดังพอสมควร
ทำให้ตอนนั้นทุกคนรู้สึกสบายใจว่ามีคนมาพักเยอะ ก็ดูปกติดี เหมือนโรงแรมทั่วๆไป

พอขึ้นมาห้องพัก (จำชั้นกับเลขห้องไม่ได้) ประตูลิฟต์เปิดออกมา
คือบรรยากาศคนละฟีลกับที่ชั้นแรกเลย คือพื้นปูด้วยพรม เพดานต่ำ
เห็นแล้วรู้เลยว่าโรงแรมค่อนข้างเก่ากว่าที่คิดไว้ แต่ก็ใจดีสู้เสือ ไม่คิดมาก
เดินไปที่ห้องพักของตัวเอง เมื่อเปิดเข้าไปที่ห้องพัก ก็เป็นแปลนห้องมาตราฐาน
เปิดประตูเข้าไปเจอ ห้องน้ำขวามือ ซ้ายมือเป็นตู้เสื้อผ้า ถัดไปเป็นตู้เย็น
เคาร์เตอร์ที่มีทีวีตั้งอยู่ และ ข้างๆก็เป็นเหมือนโต๊ะเครื่องแป้ง มีกระจก กับเก้าอี้ให้
สุดห้องเป็น หน้าต่างที่เป็นกระจกใสแผ่นเดียวใหญ่ๆ ใหญ่เท่าขนาดของห้องเลย พูดง่ายๆว่ากระจกแบบเต็มใบ
มีโซฟาเดี่ยว 2 ตัว ตั้งอยู่ติดกับกระจก
มองออกไปเป็นวิวแม่น้ำ ตอนนั้นวิวกำลังสวย เพราะช่วงเย็นพอดี

ส่วนเตียง เป็นเตียงคู่ เราก็แบ่งที่นอนกัน ผญ นอนด้วยกัน
พี่เอ ก็นอนอีกเตียงไป เหตุการณ์ก็ปกติดี ยังไม่มีอะไร
พอเราเก็บของเสร็จก็ออกไปหาข้าวเย็นกินกัน หลังจากกลับมาจากกินข้าว
ก็มืดแล้ว ไม่มีแสงอาทิตย์ มันทำให้บรรยากาศของโรงแรมดูวังเวงมาก
รวมถึงงานสัมมนาก็จบลงไปแล้ว แถบไม่มีคนเลย มันเงียบจนใจเราเริ่มหวั่น

เราหันไปมองหน้ากับพี่เอโดยไม่ได้นัดหมาย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เพราะว่าน้องเค จะกลัว เรา 3 คน ได้ทำข้อตกลงกันไว้ว่า เวลาเดินทางมานอนต่างที่
ถ้าทั้ง 2 คนเห็นหรือรู้สึกอะไรห้ามพูด เก็บไว้พูดทีเดียวตอนที่ออกจากที่พักหรือโรงแรมแล้ว
พอกลับเข้าห้องพักก็อาบน้ำ เตรียมตัวเข้านอน
เรากับน้องเค นอนเตียงติดกำแพงซึ่งหลังกำแพงคือห้องน้ำ พี่เอ นอนเตียงฝั่งหน้าต่าง

น้องเค อาบน้ำคนแรก หลังจากอาบเสร็จ เราก็เป็นคิวถัดไป วันนั้นเราอาบน้ำ และสระผมด้วย
พออาบเสร็จเราก็จะแต่งตัวในห้องน้ำให้เรียบร้อย แล้วเอาผ้าเช็ดตัวมา รวบผมไว้
ท่าของเราตอนนั้นคือ ก้มตัวมาด้านหน้า ก้มหัวลง ให้ผมมันมาด้านหน้า
(ตอนนั้นเรายืนอยู่หน้าห้องน้ำแล้ว)

จังหวะที่เรากำลังก้มหน้าอยู่นั้นก็เงยหน้าขึ้นมาดูว่ามีคนนั่งอยู่ตรงเก้าอี้หน้ากระจกไหม
เพราะเราจะได้ไปนั่งทาครีม ก็เห็นว่าน้องเค นั่งอยู่ ซึ่งตอนนั้นผมก็บังหน้าอยู่ เลยเห็นแบบไม่ค่อยชัด
พอเราก้มหน้าเอาผ้าเช็ดตัวรวบๆ ผมเสร็จ ก็เงยหน้าขึ้น
สรุปว่า น้องเค นั่งอยู่ตรงโซฟาติดหน้าต่างอยู่
ตรงเก้าอี้หน้ากระจกไม่มีใครเลย นอนนั้นคือเริ่มเอ๊ะที่ 1
พี่เอ ก็นั่งอยู่โซฟาข้างๆกันกับน้องเค

เราเลยถามน้องเคว่า เอ้า ตะกี้ไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้หรอ น้องก็บอกไม่นะ
เคนั่งตรงนี้สักพักละ นั่งคุยโทรศัพท์ อะ ตอนนั้นคือมองหน้ากับพี่เอเลย
น้องเคก็คุยโทรศัพท์ต่อ เราก็อะ โอเค สงสัยเราตาฝาดแหละ คงไม่มีอะไร
พี่เอก็ไปอาบน้ำเป็นคนถัดไป หลังจากนั้นก็คุยสรุปงาน บรีฟงานของวันพรุ่งนี้
ว่าจะทำอะไรกันบ้าง แล้วก้แยกย้ายกันไปนอน

ซึ่งต้องบอกก่อนว่า ถ้าเวลาเราออกเดินทาง ทุกคนจะตกลงกันว่า
ตอนนอนจะเปิดไฟหรือทีวีทิ้งไว้ เพื่อให้สบายใจกันทุกคนตอนนอน
คืนนั้นก็คือเปิดทีวีกับไฟห้องน้ำทิ้งไว้ แล้วทุกคนก็หลับไป กิ่งสะดุ้งตื่นมากลางดึก
ตำแหน่งที่กิ่งนอนคือ ฝั่งพี่เอ น้องเค นอนติดกำแพง กิ่งนอนฝั่งพี่เอ
ตอนที่สะดุ้งตื่นมา ทีวีกับไฟก็เปิดปกติ กิ่งหันไปทางขวามือตัวเอง
ก็เห็นพี่เอ นอนอยู่ นอนคลุมโปงเลย
แต่คือนี่ไม่ได้คิดอะไร เพราะปกติพี่เอก็จะนอนดิ้น นอนท่าพิศดารอยู่แล้ว

ด้วยความง่วงและเพลียก็หลับไปอีกรอบ ตื่นเช้ามาเห็นพี่เอ ลุกอาบน้ำแต่งตัวแล้ว
กิ่งก็ตกใจ เพราะว่าปกติ พี่เอจะตื่นคนสุดท้ายตลอด สาวๆ จะตื่นก่อนและแต่งตัวก่อน
เพราะพี่เอเขาเป็นผู้ชาย ใช้เวลาแต่งตัวแปปเดียว แต่วันนี้ดันตื่นก่อนเพื่อนเลย
แต่ตอนนั้นยังไม่ทันได้ถามอะไร เพราะว่าต้องรีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปทำงานกัน
หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้คุยเรื่องนี้กันอีกเลย ก็คือต่างคนต่างลืมไปเลย

จนเรื่องนี้ผ่านไปนานเป็นปีแล้ว ได้กลับมารวมวงกัน เลยมีโอกาสได้คุยกันเรื่องนี้
เพราะมีคนว่าเออ ตอนทำค่ายละเดินทางบ่อยๆ เจอผีบ้างไหม เราก็เลยนึกเรื่องนี้ออก
กิ่งก็เลยเล่า ซึ่งตอนนั้นพี่เอ ก็อยู่ในวงด้วยกัน มันก็บอกว่า เออ เล่าดิๆ
กิ่งก็เล่าตามเหตุการณ์ที่เจอ ที่ว่าเห็นผู้หญิงนั่งอยู่ตรงเก้าอี้หน้ากระจก
แล้วนึกว่าเป็นน้องเค ซึ่งจริงๆไม่ใช่ กิ่งก็เล่าจบที่ตรงนี้

แต่.. พี่เอก็พูดสวนขึ้นมาว่า “ กูมีอะไรจะบอก จริงๆคืนนั้นอะ มีอะไรมากกว่านั้น”
คือคืนนั้น พอพวกหลับไป กูหลับคนสุดท้าย กูก็นอนเล่นมือถือสักพักจนเผลอหลับ
อยู่ดีๆ ก็สะดุ้งตื่นมาเพราะฝันว่าแมวดำมากระโดดใส่ พอลืมตาตื่นขึ้นมา
กูเห็นผู้หญิงนั่งอยู่หน้ากระจก กูพยายามหลับต่อ แต่มันนอนไม่ได้แล้ว เลยลืมตาตื่นขึ้นมา
สรุปว่าผู้หญิงคนนั้น ยังนั่งอยู่ที่เดิม กูเลยลุกขึ้นแต่งตัว แล้วออกจากห้องมาเลย
ซึ่งในระหว่างที่แต่งตัวจนเดินออกมาจากห้องแล้ว ผู้หญิงคนนั้นก็ยังนั่งอยู่หน้ากระจก (น่ากลัวมากก)
แล้วกูก็ลงมาข้างล่าง เจอลุงยาม แกก็ถามกูว่า เอ้า เป็นไง นอนไม่หลับหรอ?
กูก็พยักหน้าตอบแกไป ลุงยามเลยถามว่า เจอดีหรอ กูก็พยักหน้าตอบ
ลุงยามเลยบอกว่า ปกติ เจอกันประจำ มาๆ มานั่งอยู่กับลุงก็ได้
สรุปแล้วว่ากูก็นั่งอยู่กับลุงยาวจนเช้า แล้วค่อยขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว ที่พวกตื่นขึ้นมาเห็นนั้นแหละ”

ตอนนั้นคือกิ่งแบบขนลุกมากก เลยถามมันว่า เอ้าแล้วที่กุตื่นมาเห็นนอนคลุมโปงอยู่ละ
มันบอกว่า “ไม่ใช่กุแน่ๆ เพราะกุไม่นอนคลุมโปง แล้วก็กูออกมาจากห้องหลังพวกหลับไปไม่นานมาก”
กิ่งเลยถามว่าคำถามสุดท้ายว่า “แล้วไม่คิดจะปลุกพวกกุเลยหรอ ทิ้งให้พวกกุนอนกับผีอะนะ?”
พี่เอตอบว่า “เออ จังหวะนั้นกุก็คิดอะไรไม่ออก แล้วเห็นพวกนอนหลับกันสนิท
เลยไม่อยากปลุกจะได้พีกผ่อนเต็มที่ไง” จ้ะ พี่ดีเด่น หวังดีกับกุมากมั้งง

สรุปกว่าจะรู้เรื่องทั้งหมดก็ผ่านไปเป็นปีแล้ว ว่าโดนทิ้งให้นอนอยู่กับผี ทั้งโกรธ
ทั้งอยากหัวเราะ มันตลกร้ายมาก เรื่องทั้งหมดก็ประมาณนี้ค่ะ

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พันทิป สมาชิก Freelance พักร้อน