มกราคม 20, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

“เรื่องเล่าชวนสยองที่วัดสิงห์ จอมทอง กรุงเทพ “

วัดสิงห์ เป็นวัดที่มีอายุเก่าแก่โบราณ ตัววัดฟากนึงติดกับโรงเรียนกินพื้นที่ไปถึงถนนเอกชัย ส่วนอีกด้านติดกับคลอง ชื่อว่าคลองสนามชัยหรือคลองด่าน ที่เป็นเส้นทางคมนาคมติดต่อระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำท่าจีน เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงกับวัดเป็นชุมชนหนาแน่น นอกจากนี้วัดและโรงเรียนแห่งนี้ยังได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากนักการเมืองชื่อดังครอบครัวนึง จึงมีการบูรณะและสร้างเสริมถาวรวัตถุภายในวัดเรื่อยๆ จนปัจจุบันกลายเป็นวัดขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในย่านนี้ไปแล้ว ซึ่งแต่เดิมคงเป็นวัดขนาดเล็กเท่านั้นเดิมทีหลักฐานพบว่า วัดสิงห์มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หากจะกำหนดอายุถือจากใบเสมาเป็นหลัก เข้าใจว่าน่าจะสร้างมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ด้วยเป็นเสมาของยุคนั้นแท้ๆ อีกประการหนึ่ง ลวดลายปูนปั้นกระจกมีรูปปั้นเทพนมติดตั้งตรงช่อฟ้าและหางหงส์ แบบเดียวกับวัดท่าหลวง ที่อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง จึงคาดว่าเป็นวัดรุ่นเดียวกันส่วนพระประธานในโบสถ์เก่า ทำด้วยก่ออิฐฉาบปูน ลงรักปิดทองและมีพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่ง ได้อัญเชิญย้ายมาวิหารหลังใหม่ มาทราบภายหลังว่า พระพุทธรูปองค์นี้เป็นเนื้อหินทรายแดง (ศิลาแลง) คาดว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยหรืออยุธยาตอนต้น เป็นพระพุทธรูปปาง อู่ทอง นั่งขัดสมาธิ ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อดำ”นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนพระพุทธรูปหินทรายแดงสมัยอยุธยาอยู่บริเวณโคนต้นโพธิ์และต้นมะขามหน้าวิหารหลวงพ่อดำอีกมาก คาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 300–400 ปี แอดมินเล่าถึงประวัติของวัดแห่งนี้ให้ฟังคร่าวๆ ก่อน เพื่อผู้อ่านจะได้พอนึกภาพกันออก แต่สำหรับเรื่องเล่าสยองขวัญของที่นี่นั้นก็เคยมีคนเล่าขานมาไม่น้อย ไล่เรียงมาตั้งแต่ตรงตัววัด ท่าน้ำหลังวัด ทางรถไฟ รวมไปถึงในโรงเรียน ก็ล้วนเคยมีแฟนเพจส่งเรื่องมาให้อ่านอยู่เหมือนกันอย่างเรื่องแรกที่จะเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องของเก้าอี้ม้าหินปูนขาวตัวนึง ที่วางไว้ข้างทางรถไฟ ซึ่งม้าหินนี้ปกติตอนกลางวันก็มีคนไปนั่งเล่นบ้าง หรือนั่งรอรถไฟบ้าง แต่วันดีคืนดีกลางดึกกลับมีคนพบเห็นอะไรที่ไม่ควรจะเห็นเข้าล่ะสิ..เรื่องนี้เกิดขึ้นนานพอสมควร เมื่อ 7-8 ปี ที่แล้วเห็นจะได้ มีชาวบ้านแถวทางรถไฟรวมไปถึงเด็กนักเรียนแถวนั้น ต่างร่ำลือกันว่าพอตกดึกมักจะเห็นคน ลักษณะเป็นเด็กผู้หญิงไปนั่งตรงนั้นคนเดียวดึกๆ ดื่นๆ ชาวบ้านจะเจอกันบ่อย..!! อย่างมีอยู่วันนึง เวลาประมาณตี 1-2 เห็นจะได้ มีเด็กวัยรุ่นคนนึงไปเที่ยวกลับมา พอขากลับก็ต้องเดินข้ามทางรถไฟ พอข้ามฝั่งมาก็จะเจอเก้าอี้ปูนขาวที่วางไว้ให้คนนั่ง วัยรุ่นคนนั้นเล่าว่าเขาเห็นมีเด็กผู้หญิงคนนึงนั่งอยู่ ซึ่งเท่าที่ดูก็ยังเด็กมาก คือน่าจะอายุราวๆ 7-8 ขวบ เท่านั้น ด้วยความที่เห็นเป็นเด็กผู้หญิง แล้วมานั่งทำไมคนเดียวเกรงจะเป็นอันตราย เขาเลยเดินเข้าไปถามว่า “ดึกแล้ว มานั่งทำอะไรตรงนี้ ?”แต่ก็ไม่มีคำตอบจากเด็กกลับมา. . .วัยรุ่นคนนั้นด้วยความสงสัยก็เลยเดินเข้าไปใกล้ๆ กะจะมองดูหน้าให้ชัด เผื่อเป็นคนแถวนี้หรือไม่ตัวเองอาจจะรู้จักก็ได้แต่ยังไม่ทันจะถึงตัว เด็กผู้หญิงคนนั้นก็ค่อยๆ หันหน้ามามองพอวัยรุ่นคนนั้นเห็นเข้าก็ถึงกับผงะ ขนหัวลุกซู่ไปทั้งตัวจนพูดอะไรไม่ออก เขาหันหลังวิ่งกลับบ้านชนิดไม่คิดชีวิตเลยทีเดียวทำไมถึงวิ่งเหรอ?..ก็เพราะเด็กผู้หญิงที่หันหน้ามา เธอมีแต่หน้าแบนๆ ไม่มีตา จมูก ปาก นั่นน่ะสิ..!!ซึ่งเท่าที่ทราบต่อๆ กันมา จะจริงเท็จประการใดก็ไม่มีใครทราบเห็นเขาว่าเด็กที่ชาวบ้านมักเจอกันคนนั้น เธอเสียชีวิตเพราะประสบอุบัติเหตุตรงแถวๆ นั้น เพราะเขาเห็นกันบ่อย..อย่างไรก็ตามทางรถไฟช่วงที่ตัดผ่านวัดสิงห์นั้น นอกจากตรงบริเวณนี้จะมีคนเคยพบวิญญาณเด็กมานั่งแล้ว ช่วงนึงก็เคยมีคนพูดถึงเรื่องราวของผู้หญิงคนนึง ที่ชอบมายืนอยู่ตรงรางรถไฟ ไม่ก็มานั่งพักตรงที่นั่งผู้โดยสารกลางดึกกลางดื่น เคยกระทั่งคนที่โดยสารรถไฟผ่านมารอบดึก เคยเห็นก็ยังมี..พอชาวบ้านเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ร่างนั้นกลับหายไปต่อหน้าต่อตา เขาเห็นกันบ่อย..!! โดยเฉพาะคนที่ทำงานดึกแล้วต้องเดินผ่านตรงนั้น รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ก็เล่าว่าเคยเห็นเช่นกัน..!! แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ปัจจุบันตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ายังจะมีคนพบเห็นอยู่รึเปล่านะประสบการณ์อีกเรื่อง เกิดตรงท่าน้ำบริเวณด้านหลังวัดสิงห์ ซึ่งตรงนี้จะมีสะพานข้ามคลองเล็กๆ อยู่สะพานนึงเท่าที่ดูตอนกลางวันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย ออกจะคนพลุกพล่านจนวุ่นวายสะด้วยซ้ำ โดยเจ้าสะพานข้ามคลองที่ว่า มันจะไปทะลุออกชุมชนด้านหลังวัดกำแพงได้ด้วย และด้วยเหตุนี้จึงมีรถมารอวิ่งข้ามกันเยอะแต่ถ้าเป็นช่วงกลางคืนยามร้างผู้คนหล่ะก็ บรรยากาศน่ากลัวชวนขนหัวลุกดีเหมือนกัน ..หรือแม้แต่ไม่นานมานี้ น่าจะ 3-4 ปีก่อนก็เพิ่งจะมีคนไปโดดน้ำฆ่าตัวตายตรงนั้ด้วย ส่วนเรื่องราวสยองขวัญที่เจอกัน ก็ตัองนับย้อนไปหลายปีเหมือนกัน เขาเล่าว่าบางคืนโดยเฉพาะวันไหนที่ตรงกับวันพระ มักจะมีคนเคยเห็นผู้หญิงผมยาว ใส่ชุดแบบชาวบ้านทั่วไป มานั่งร้องไห้ที่สะพานนั้นอยู่บ่อยๆ ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเธอคือใคร..!!บางคนก็ว่าเธอเป็นคนแถวนั้นที่เคยมาฆ่าตัวตายตรงนั้น ส่วนบางกระแสก็ว่า หรือเธอจะเป็นเพียงดวงวิญญาณเร่ร่อนตนนึงที่อยู่ด้านหลังวัดก็ได้..เอาเป็นว่าเรื่องราวทั้งหมดที่แอดมินเล่ามา เป็นเรื่องที่ได้รับฟังมาอีกต่อนึง จากแฟนเพจที่ส่งเข้ามา รวมทั้งจากเพื่อนที่บ้านเขาอนู่แถวนั้นเล่ามานานและ ซึ่งจะเท็จจริงประการใดก็ไม่ทราบเช่นกัน เอาเป็นว่าต้องใช้วิจารณญาณกันด้วย เรื่องราวแบบนี้ฟังเพื่อความบันเทิงให้ขนลุกกันเล่นๆ กัน ดีกว่าครับ

Cr : สยองขวัญวาไรตี้