มิถุนายน 19, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

เฮี๊ยน!! อาถรรพ์ตายท้องกลม

เรื่องนี้เกิดขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2543 สมัยที่คุณแก็ปนั้นเรียนอยู่มหาลัย ในช่วงปิดเทอมใหญ่ คุณแก็ปกับเพื่อนอีก 6 คนมีแพลนไปเที่ยว เดินป่า กางเต๊นท์นอนกัน สถานที่ที่ไปเที่ยวนั้นเป็นป่าที่ใหญ่ที่สุดของภาคใต้ “อุทยานแห่งชาติเขาสก” นั่นเอง ซึ่งคุณแก็ปจะมีเพื่อนสนิทคนนึงชื่อ เค เป็นคนใต้เหมือนกัน 

จนถึงวันนัด คุณแก็ปกับเพื่อนๆก็ออกเดินทางไปกันโดยใช้รถกระบะของเพื่อนคุณแก็ป มีคุณแก็ปกับแฟน เพื่อนคุณแก็ป(คนขับรถ)กับแฟน และเพื่อนผู้ชายโสดๆอีก 2 คน ระหว่างทางก่อนถึงอุทยานแห่งชาติเขาสก ตอนนั้นประมาณเที่ยงครึ่ง ขณะที่กำลังนั่งคุยกับเพื่อนๆอยู่ในรถ คุณแก็ปสังเกตุเห็นรถสองแถวประสบอุบัติเหตุตกลงไปเหว จึงให้เพื่อนจอดรถเพื่อลงไปดู

ตรงจุดเกิดเหตุจะมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่ 2 คน ด้วยความที่เพื่อนคุณแก็ปที่เป็นคนขับรถนั้น เป็นอาสากู้ภัยอยู่แล้ว เขาก็เลยลงไปเสนอตัวว่า “มีอะไรให้ผมช่วยได้มั๊ย พี่อยู่กันแค่ 2 คนหรอ” พี่กู้ภัยก็บอกว่า “มีอีก 2 คนอยู่ข้างล่าง” 

รถตกเหวลงไปประมาณ 20-30 เมตร คุณแก็ปให้ผู้หญิงอยู่ที่รถ คอยช่วยคนเจ็บอยู่ข้างบน ส่วนผู้ชายที่เหลือให้ลงไปข้างล่างด้วยกัน เพื่อช่วยลำเลียงคนเจ็บและผู้เสียชีวิตขึ้นมา ในตอนนั้นมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 7 คน ผู้บาดเจ็บ 5-6 คน ซึ่งผู้บาดเจ็บนั้นขึ้นมาข้างบนกันหมดแล้ว ข้างล่างก็จะมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิกำลังห่อศพอยู่คนนึง และอีกคนนึงกำลังจะงัดรถเพื่อจะเอาศพออกมา 

คุณแก็ปและเพื่อนๆ ก็เลยเข้าไปช่วยพี่คนที่กำลังงัดรถอยู่ จึงได้รู้ว่าผู้เสียชีวิตที่อยู่ในรถเป็นผู้หญิง ตายทั้งกลม อายุน่าจะประมาณ 20 กว่าๆ ท้องแก่ใกล้จะคลอดแล้ว ร่างของผู้หญิงคนนี้ติดอยู่หน้ารถ 

ทุกคนก็ช่วยกันงัดรถอยู่นานเหมือนกันกว่าจะเอาร่างของผู้หญิงออกมาได้ จังหวะที่เอาร่างออกมา ก็มีเพื่อนคุณแก็ปคนนึ่งชื่อว่า เค เกิดพิเรนท์ไปเปิดกระโปรงของศพผู้หญิงคนนี้แล้วก็ไปดึงทารกออกมา พร้อมกับพูดว่า “เฮ้ยมึงดูดิ สงสัยจะเละ เด็กทะลักออกมาเลยหวะ” 

คนอื่นๆรวมทั้งมูลนิธิพอเห็น เค ทำอย่างนั้น ต่างพากันร้อง เฮ้ย!! แล้วนิ่งด้วยความตกใจ แล้วเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ก็บอกให้ เค รีบวางร่างเด็กลง 

(เพราะการที่จะเอาเด็กออกมาได้ ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้มีวิชา เช่นพวกสัปเหร่อ หรือคนที่มีวิชาอาคม แต่ เค ดันไปดึงออกมาแล้วยังพูดจาแบบนี้อีก) 

พี่มูลนิธิก็เลยบอก เค อีกว่า “ให้ขอขมาศพเลยนะ” เคก็บอกกลับมาว่า “อะไร!! ขนาดนั้นเลยหรอ ผมก็แค่เอาออกมาให้ดู” พี่มูลนิธิก็บอกเคว่า “เองไม่รู้หรอ ว่าศพตายทั้งกลมเนี่ย เขาหวงลูกเขานะ” เหมือน เค จะเข้าใจ แต่ก็แค่ยกมือไหว้ แล้วก็พูดตัดๆไปว่า “ขอโทษๆ” 

จนกระทั่งขนศพขึ้นไปได้ข้างบนจนหมด ผ่านไปสักพักก็มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิคนอื่นๆ และตำรวจมาช่วย คุณแก็ปและเพื่อนๆก็เลยออกเดินทางต่อจนไปถึงอุทยานแห่งชาติเขาสก

สถานที่ที่จะไปต่อนั้นต้องเอารถไปจอดไว้แล้วต่อเรือไป กว่าเรือจะไปถึงที่พักก็เย็นๆละ วันที่คุณแก็ปเดินทางไปเป็นวันศุกร์ แล้วให้เรือมารับกลับวันจันทร์ พอไปถึงคุณแก็ปและเพื่อนๆ ก็ตั้งแคมป์ ทำกับข้าว ทำอะไรกันสนุกสนานๆ ที่นอนจะมีทั้งหมด 4 เต๊นท์ คือเต๊นท์ของคุณแก็ปกับแฟน เพื่อนคุณแก็ปที่เป็นคนขับรถกับแฟน และเต๊นท์เดี่ยวผู้ชาย 2 คนอีก 2 เต๊นท์ประกบหัวท้าย 

ในคืนแรกหลังจากที่กินข้าวกินอะไรกันเสร็จ ก็ดื่มกันต่ออีกนิดหน่อย กว่าจะได้นอนกันก็ประมาณตี 1 ในจังหวะที่นั่งดื่มกันอยู่ จู่ๆก็มีเสียงเด็กร้องและเสียงเหมือนคนเดินเหมือนเหยียบกิ่งไม้ดังเป๊าะแป๊ะๆ คุณแก็ปกับเพื่อนคนขับรถก็เอะใจ หันมองหน้ากัน พวกผู้หญิงก็ถามกันว่าใช่เสียงเด็กหรือเปล่า เพื่อนก็บอกว่า “ไม่ใช่หรอก นี่ในป่านะ อาจจะเป็นเสียงลิง เสียงค่างอะไรก็ได้” แต่คุณแก็ปยังคงได้ยินเสียงนั้นแว่วๆ ลอยมาตามลมตลอดเวลา 

พอเริ่มมึนๆได้ที่ ทุกคนก็เลยแยกย้ายกันเข้านอน พอหลับไปได้ครู่นึง คุณแก็ปก็ได้ยินเสียงคนเดินเหยียบกิ่งไม้มาแต่ไกล และมันกำลังค่อยๆ ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เหมือนมีคนเดินอยู่รอบๆบริเวณเต๊นท์ จนสุดท้ายเสียงนั้นมาเดินวนอยู่ที่เต๊นท์ของ เค… 

คุณแก็ปก็เลยตะโกนออกไปว่า “เค ยังไม่นอนหรอ” เงียบ!! ไม่มีเสียงตอบรับจาก เค และเสียงเดินรอบๆเต๊นท์ก็เงียบหายไปด้วยเช่นกัน 

ท่ามกลางความเงียบสงัด สักพักก็จะมีเสียงเด็กดังแว่วมาอีก ตามด้วยมาเสียงคนเดินเหยียบกิ่งไม้ดังไม่หยุด คุณแก็ปเลยตั้งจิตอธิษฐานในใจว่า “เจ้าป่าเจ้าเขา ก่อนเข้ามาผมขออนุญาติแล้ว ถ้ามีอะไรผิดพลาดไป ลูกและเพื่อนๆ ขอโทษด้วยในสิ่งที่เราล่วงเกิน” จนสักพักคุณแก็ปก็ผล่อยหลับไป 

พอรุ่งเช้าตื่นมาทุกอย่างก็ปกติดี ไม่มีอะไร แล้วทุกคนก็ไปเที่ยว ดูถ้ำดูอะไรไป กลับมาตอนกลางคืนก็มานั่งทานอาหารกัน จนเข้านอน แต่คืนนี้คุณแก็ปและเพื่อนๆไม่ได้ดื่ม คุณแก็ปและแฟนเข้านอนกันตอน 4 ทุ่ม จนประมาณตี 2 ตี 3 คุณแก็ปสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียง ร้องไห้ ฮืออๆๆๆๆ ฮืออๆๆๆ ดังมาจากเต๊นท์ของ เค คุณแก็ปก็เลยพูดออกไปว่า “เค เป็นอะไรๆ” 

แต่ไม่มีใครตอบ เสียงร้องไห้ก็ยังไม่หยุด จนคุณแก็ปต้องเปิดเต๊นท์เดินออกไปดู พอรูดซิปเปิดเต๊นท์ของเค เอาไฟฉายส่องเข้าไปก็เห็นเหมือน เค นอนขดตัวสั่นอยู่ในถุงนอน คุณแก็ปก็เอื้อมมือไปเขย่าที่ขาและถามว่า “เค เป็นอะไรๆ” ทำให้ถุงนอนนิ่งไปสักพัก 

คุณแก็ปก็คิดว่าคงไม่เป็นไรแล้วมั๊ง จึงรูดเต๊นท์ปิดกำลังจะกลับเต๊นท์ตัวเอง แต่พอหันหลังกลับไป เค ดันยืนอยู่ข้างหลัง แล้วเคก็ถามว่า “มึงมาทำอะไรวะ” คุณแก็ปก็ตอบว่า “กูเห็นมึงนอนสั่นอยู่ในเต๊นท์อ่ะ แล้วเสียงมึงดัง ฮืออๆๆๆ มึงเป็นอะไร” เค ก็บอกว่า “ไม่ใช่ กูไปเยี่ยวมา กูเพิ่งเดินกลับมาเนี่ย กูเห็นมึงมุดเต๊นท์กูอยู่เนี่ย กูก็เลยยืนดูว่ามึงทำอะไรวะ” คุณแก็ปก็ถามกลับไปว่า “แล้วคนที่อยู่ในเต๊นท์มึงอ่ะใคร เมื่อกี้กูยังเห็นอยู่เลย” 

คุณแก็ปจึงเปิดเต๊นท์เข้าไปดูอีกครั้ง ปรากฏว่าถุงนอนที่ตอนแรกเห็นว่ามันขดฟองเป็นเหมือนตัวคนอยู่ข้างใน มันแฟบกลับไปแล้ว คุณแก็ปก็งงสิ ตกลงตัวเองตาฝาดไปหรืออะไร แล้วคุณแก็ปก็เดินกลับมานอนเต๊นท์ของตัวเอง 

พอกลับเข้ามาในเต๊นท์ แฟนคุณแก็ปก็ถามว่า “มีอะไรกันหรือเปล่า” คุณแก็ปก็บอกแฟนไปว่า “ไม่มีอะไรหรอก ไอ้เคมันหนาว” 

ตอนเช้าคุณแก็ปก็ไปนั่งคุยกับเพื่อนอีกคนนึงว่า กูเจอแบบนี้หวะ เพื่อนก็บอกว่า “กูก็ได้ยินเหมือนกัน แต่กูไม่กล้าทัก กูเห็นมึงออกไปดูแล้ว เห็นมึงคุยกับไอ้ เค ก็นึกว่าไอ้เคมันเป็นอะไร” คุณแก็ปและเพื่อนเริ่มคิดกันแล้วว่ามันเริ่มมีอะไรแปลกๆละ แต่ด้วยความที่เรือจะมารับวันจันทร์ และสมัยนั้นก็ยังไม่มีมือถือ จึงยังกลับไม่ได้ ก็เลยจำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นกันก่อน

พอรุ่งเช้าวันอาทิตย์ แพลนของวันนี้คือไปเดินสำรวจถ้ำกัน แต่ เค ไม่ไป เพราะรู้สึกง่วง มึนๆ เพลียๆ จึงขอนอนอยู่เต๊นท์ คุณแก็ปกับเพื่อนๆจึงไปกัน 5 คน ทิ้งเคไว้ที่ที่พักคนเดียว พอกลับมาตอนเย็น ก็กลับมาทำอาหารกินกัน แต่เคนั้นเปลี่ยนไป นิ่งๆ ซึมๆ พอช่วงค่ำ เพื่อนๆก็นั่งคุยกันอยู่หน้าเต๊นท์ อยู่ๆ เคสั่นทั้งตัวแล้วก็ล้มลงไป 

คุณแก็ปก็ถาม เคๆ เป็นไรๆ ทุกคนก็เข้าใจว่าเป็นไข้หรือเปล่า เพราะเห็นตอนกลางวันบอก มึนๆ เพลียๆ ก็เลยพาเคเข้าไปนอนในเต๊นท์ พอปิดเต๊นท์เสร็จ ก็มานั่้งคุยกับเพื่อนคนอื่นๆ ต่อ 

จนนั่งๆคุยกันไปได้สักพักอยู่ จู่ๆทุกคนได้ยินเสียงดังออกมาจากเต๊นท์ของ เค ว่า “มึงพรากลูกของกู มึงเอาลูกไปจากกู กูก็จะพรากมึงจากพ่อแม่มึงเหมือนกัน” พอทุกคนได้ยิน ก็รีบวิ่งไปที่เต๊นท์ของเค เปิดเต๊นท์เข้าไป ก็เห็นว่าเคนอนอยู่ปกติ 

คืนนั้นทุกคนก็ไม่ได้นอน ไปนอนกระจุกอยุ่ที่เต๊นท์ที่ใหญ่ที่สุดเต๊นท์เดียว ทุกคนเริ่มรู้แล้วว่าเสียงที่ได้ยิน น่าจะเป็นของผู้หญิงคนนั้น  คุณแก็ปจึงบอกเพื่อนๆ ว่า “ไม่เป็นไรพรุ่งนี้ก็วันจันทร์แล้ว เดี๋ยว 10 โมงเรือก็มารับแล้ว 

เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนก็เก็บของรอ แต่พอ 10 โมงเรือก็ยังไม่มา รอจนเที่ยงเรือก็ยังไม่มาสักที่ ทุกคนเริ่มใจคอไม่ดี แต่ทุกคนก็ไม่มีทางเลือก รอกันต่อไป

ระหว่างที่นั่งรอเรือกันอยู่นั้น ทุกคนกระวนกระวายว่าเมื่อไรเรือจะมาสักที แต่ เค นั่งเหม่อลอย บ่นพรึมพรัมๆ เหมือนคนเพ้อ ข้าวปลาไม่กิน เดี๋ยวก็หัวเราะ หยอกเล่นทำมือเหมือนเล่นกับเด็ก เป็นแบบนี้ตั้งแต่เช้า 

จนกระทั่ง 4 โมงเย็น เรือถึงมารับ คนขับเรือบอกว่า เพราะเครื่องยนต์มีปัญหา กว่าจะซ่อมกว่าจะอะไรเสร็จ เรือลำอื่นๆก็ติดทัวร์ติดอะไรกันหมด กว่าจะส่งถึงท่าก็เกือบๆ 6 โมงเย็น  แล้วก็ขับรถกันออกมาเลย 

ตอนขากลับจะผ่านจุดที่เกิดเหตุตรงนั้น ประมาณซัก 2 ทุ่ม เขาว่ากันว่า ถ้าครบ 3 วันวิญญาณคนตายจะรู้ตัวแล้วว่าตัวเองนั้นตาย ซึ่งวันเกิดเหตุคือวันศุกร์ วันนี้วันจันทร์ เท่ากับว่าครบ 3 วันพอดี 

ตอนนั้นคุณแก็ปและแฟนนั่งอยู่ในแค็ป เพื่อนคนขับนั่งหน้ากับแฟน เค นั่งอยู่กระบะหลังกับเพื่อนผู้ชายอีกคน โดยนั่งหันหลังให้แค็ปและหันหน้าไปทางท้ายรถ พอผ่านจุดตรงนั้น 4 คนที่อยู่ในรถ ก็เห็นเป็นหมอกหนาๆ ทั้งๆที่ทางอื่นนั้นไม่มีเลย แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร 

แต่พอขับผ่านตรงจุดๆนี้ เคและเพื่อนที่หลังอยู่ด้านหลังจู่ๆ ก็เอะอะโวยวาย ทุบกระจกทุบกระบะ ปึงปังๆๆ แล้วก็เงียบไป คุณแก็ปหันหลังกลับไปมองก็ไม่มีอะไร เห็นทั้งสองคนนั่งคอพับเหมือนหลับอยู่ คุณแก็ปเห็นว่าท่าทางจะไม่ดีแล้ว จึงบอกให้เพื่อนคนขับรีบขับรถไปก่อน 

พอพ้นโค้งตรงนั้นลงมาก็จะเป็นทางลาดและเจอหมู่บ้านนึงเปิดไฟสว่างเลย คุณแก็ปรู้สึกเป็นห่วงเพื่อนที่นั่งอยู่ด้านหลังกระบะ ก็เลยให้เพื่อนขับรถไปจอดตรงหน้าบ้านที่เปิดไฟ เพื่อขอลงไปดูเพื่อนข้างหลังก่อน  ซึ่งบ้านหลังนั้นเปิดไฟสว่างรอบบ้านเลย 

แต่เชื่อไหม… ที่เห็นไฟสว่าง ๆ เพราะที่บ้านนั้นเขากำลังมีงานศพกัน พระกำลังสวดอยู่เลย  พอจอดรถ สายตาของทุกคนก็หันมามองที่รถพวกคุณแก็ป ไม่เว้นแม้กระทั่งพระ 

เมื่อคุณแก็ปลงไปดูเพื่อน แล้วพยายามปลุกทั้งสองคนให้ตื่น แต่ก็ไม่ตอบสนอง สรุปทั้งคู่เป็นลมไม่ได้สติ พวกคุณแก็ปจึงช่วยกันยกทั้งคู่ลงมาจากหลังกระบะ พอชาวบ้านเห็นแล้วก็รีบวิ่งมาช่วย มาถามว่าเป็นอะไรๆ คุณแก็ปก็เลยเล่าให้ชาวบ้านฟังว่า เมื่อกี๊ผ่านโค้งตรงนี้มา แล้วสองคนนี้ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร จู่ๆก็โวยวายแล้วก็เป็นลมไป 

ชาวบ้านก็มาช่วยกันเอาพัดมาพัด จนเพื่อนคนนึงฟื้นขึ้นมา แต่ เค ยังหลับอยู่ เพื่อนก็เล่าให้ฟังว่า ตอนที่ผ่านหมอกไป พอหมอกจางปุ๊ป ตอนแรกก็มองข้างทางไปเรื่อยเปื่อยพอหันกลับไปมองท้ายรถ ก็เห็นผู้หญิงคนนั้น ลอยตามท้ายรถมา ด้วยความที่ตกใจมากก็เลยตบๆกระจก บอกว่าให้รีบไปๆ แล้วก็หมดสติไป 

ชาวบ้านก็บอกว่า “ไปไหว้ก่อนลูกเอ้ย” คุณแก็ปก็ถามว่า “ไปไหว้อะไรหรอครับ” เขาก็ชี้ให้ดูรูปหน้าศพ คุณแก็ปและเพื่อนทั้ง 5 คน ถึงกับขนลุกพร้อมกัน เพราะว่ารูปหน้าศพเป็นรูปของน้องผู้หญิงคนนั้น 

ตอนนั้นยังเคนอนหลับไม่ได้สติอยู่ ก็เลยให้เคนอนอยู่ท้ายกระบะไปก่อน แต่ก็ยังมีชาวบ้านค่อยนั่งดูแลอยู่ 

ทั้ง 5 คนขออนุญาตเจ้าภาพเข้าไปไหว้ขอขมาน้องเขา ทั้งหมดเข้าไปจุดธูปที่ละคน ทีละคน คุณแก็ปเป็นคนสุดท้ายที่เข้าไปไหว้ เพื่อนคนที่ไหว้เสร็จแล้วก็ออกมานั่งรอกันตรงท้ายเสื่อ 

พอคุณแก็ปไหว้เสร็จก็อธิษฐานว่า “ขอขมาในทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง ที่ผมและเพื่อนๆ ได้ทำไป” ในจังหวะที่ก้มลงไปกราบทีนึง แล้วเงยหน้าขึ้นมา จู่ๆคุณแก็ปหงายหลังเลย เพราะจังหวะที่กำลังเงยหน้าขึ้นมา คุณแก็ปเห็นขาคู่นึงยืนอยู่ ใส่ชุดคลุมท้องเปื้อนเลือดสีขาวลายดอกไม้สีฟ้า เพื่อนก็ถามว่าเป็นอะไร คุณแก็ปก็บอกไม่มีอะไร และก็หยิบธูปที่ล่วงจากมือไปปัก และก็บอกว่าผมขอลานะครับ 

ตอนนั้นพระสวดเสร็จพอดี มีหลวงตารูปนึงท่านก็เดินเข้ามาหา แล้วพูดว่า “โยมทั้งหมด มา…เดี๋ยวหลวงตา จะพรหมน้ำมนต์ให้ พอหลวงตาพรหมน้ำมนต์ให้เสร็จ ท่านก็ถามว่า “ไม่ได้มาแค่นี้หนิ อีกคนนึงอยู่ไหน”  คุณแก็ปก็พาหลวงตาไปหา เค ที่ท้ายรถ พอหลวงตาเห็นเค ท่านก็ส่ายหน้า แล้วบอกว่า “บอกให้โยมคนนี้ ทำบุญเยอะๆนะ เพราะว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เขาจะได้เก็บบุญไว้ใช้ในภายภาคหน้าแล้วแหละ” แล้วหลวงตาก็เดินจากไป โดยที่ไม่ได้พรหมน้ำมนต์ให้ เค เลย

หลังจากนั้น พวกคุณแก็ปก็ขับรถพาเคไปโรงพยาบาล หลังจากตรวจร่างกายเสร็จ หมอก็บอกว่า พักผ่อนน้อย เป็นไข้นิดหน่อย พร้อมกับให้ยามากิน 

หลังจากนั้น เค ก็แยกตัวกลับบ้านทางใต้ ส่วนคุณแก็ปและเพื่อนๆที่เหลือก็ขับรถกลับกรุงเทพฯ หลังจากวันนั้นเหตุการณ์ก็เป็นปกติมาโดยตลอด คุณแก็ปได้โทรไปคุยกับเคเป็นระยะๆ จนกระทั้งจะเปิดเทอม… 

พ่อแม่ของเค โทรมาเล่าให้ฟังว่า ตอนใกล้จะเปิดเทอม เค ก็เตรียมตัวกลับไปเรียนที่กรุงเพฯ โดย เค เดินทางไปขึ้นรถที่ขนส่งเอง ตอน 6 โมงครึ่ง ขณะที่กำลังจะขึ้นรถ เค ก็โทรกลับไปหาพ่อแม่ บอกว่าจะขึ้นรถแล้วนะ จังหวะที่กำลังโทรศัพท์คุยกับพ่อแม่อยู่ จู่ๆก็มีวัยรุ่น 2 คนขี่มอเตอร์ไซด์มายิง เค ตายคาตู้โทรศัพท์เลย 

แต่ภายหลังวัยรุ่น 2 คนบอกว่ายิงผิดตัว สาเหตุเพราะพวกเขาคิดว่าเป็นอริอีกคนนึง พอคุณแก็ปได้ฟังแบบนี้ก็นึกถึงคำพูดที่พูดออกมาจากเต๊นท์ที่ว่า มึงพรากลูกก็ไป กูก็จะพรากมึงจากพ่อแม่มึงเหมือนกัน หลังจากทราบเรื่องคุณแก็ปกับเพื่อนๆ ก็ไปงานศพของเค คุยกับพ่อแม่ของเค หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลย….

ขอบคุณเรื่องจาก | THE GHOST RADIO |  คุณแก๊ป เฮี้ยน ถอดความโดย คลังหลอน