มิถุนายน 17, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

26 ปีแล้วหรือ…

เมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสเดินทางไปงานศพคุณพ่อของ พี่โชค ที่จังหวัดชุมพร ด้วยความที่ตอนนั้นผมก็พอจะทราบว่าคุณพ่อพี่โชคเสียชีวิตเนื่องจากผูกคอตาย จึงไม่กล้าที่จะถามถึงแรงจุงใจ เพราะด้วยสภาพทางครอบครัวของพี่โชคนั้นค่อนข้างจะเพอร์เฟคมาก ไม่ว่าจะทางด้านการงาน เงินทอง มีทุกอย่างครบหมด 

แต่พี่โชคเห็นว่าผมมักจะมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับอยู่เป็นประจำ ก็เลยนำเรื่องนี้มาเล่าให้ผมฟัง อยากให้ผมนำมาแชร์เป็นประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวคิดว่า ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใคร เราควรจะต้องทำตัวอย่างไร… 

เริ่มเรื่อง….เมื่อสมัยตอนที่พี่โชคยังอยู่ในท้องแม่ พ่อแท้ ๆ ของพี่โชคเป็นคนที่เจ้าชู้มาก และยังเป็นผู้ชายเจ้าสำราญอีกด้วย พ่อพี่โชคได้ทอดทิ้งแม่ไปตั้งแต่พี่โชคยังอยู่ในครรภ์ ทิ้งหายไปเลย จนกระทั่งพี่โชคคลอดออกมา ก็ได้มาเจอกับคุณพ่อท่านนี้ชื่อว่า เซ้ง ท่านมีเชื้อสายจีน ส่วนพ่อแท้ ๆ ของพี่โชคนั้นชื่อว่า เล้ง ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน แต่เนื่องจากทางพ่อเซ้งเกิดมาไม่สมบูรณ์ ขาเป็นโปลิโอข้างนึง ทำให้มุมมองของคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตด้วยจึงค่อนข้างที่จะมีน้อย  แต่คุณพ่อเซ้งนั้น เป็นคนที่ดีมาก เลี้ยงพี่โชคมาโดยตลอด ดูแลจนพี่โชคเรียนจบปริญญาโท

หลังจากจบปริญญาโท พี่โชคก็ได้ไปทำงานอยู่ที่ที่นึงที่พ่อเล้งเคยทำงานอยู่ แต่ว่าพี่โชคไปในตำแหน่งระดับผู้จัดการ จึงเป็นที่เชิดหน้าชูตาความรู้สึกของคนเป็นพ่อ… 

ในตอนเช้าของการทำงานจะต้องมีการ Morning Talk…. พี่โชคต้องออกมาพูดหน้าแถวทุก ๆ วัน ซึ่งก็จะมีคนงานทั้งหมดอยู่ประมาณ 400 คน มารวมตัวเข้าแถวกันหมด 

วันที่ 2 ของการทำงานพี่โชคได้ไปสะดุดตาเข้ากันคนงานคนนึงที่ยืนอยู่ไกล ๆ พี่โชคบอกว่า ตอนนั้นไม่รู้เพราะอะไรทำให้พี่โชคชอบมองแต่คนงานนี้อยู่ตลอด เหมือนคนที่ถูกชะตากัน 

เวลาที่มีการร่วมกิจกรรม พี่โชคก็จะพยายามชี้ไปที่พนักงานคนนี้ให้ขึ้นมาพูดหน้าแถว แต่พอกำลังจะยกมือขึ้นชี้นั้น ก็จะไม่เห็นพนักงานคนนั้นแล้ว ซึ่งปกติพอจะชี้ให้ใครขึ้นมาพูด พนักงานส่วนมากมักจะหลบกัน เพราะไม่กล้าขึ้นมาพูด… พี่โชคเลยไม่คิดอะไร

พี่โชคทำงานได้ประมาณ 3 เดือน ตอนนั้นพี่โชคอายุประมาณ 26 ทางเจ้าของโรงงานได้มีการแจ้งว่า จะให้ปรับปรุงโรงงาน พี่โชคก็ไปเซอร์เวย์รอบโรงงาน โดยเดินเข้าไปสำรวจดูที่ด้านหลังของบ่อบำบัดเก่า ในขณะที่เดินไปดูนั้น พี่โชคก็ได้เจอกับพนักงานคนดังกล่าวที่รู้สึกถูกชะตาด้วยอีกครั้ง พี่โชครีบเดินเข้าไปถามว่า “ลุง…ลุงชื่ออะไร เห็นตอนเข้าแถว จะเรียกสักหน่อย ก็ไม่เคยจะมา…” 

ลุงบอกว่า ลุงชื่อ ประภพ… พี่โชคก็เลยเรียกแกว่า ลุงภพ พี่โชคถามลุงภพว่า “พื้นดินตรงบริเวณนี้ ดั้งเดิมมันเป็นอะไร??” ลุงภพก็เลยบอกว่า “เมื่อก่อนพื้นดินตรงนี้ ดั้งเดิมมันเคยเป็นลานมัน” พี่โชคคิดว่าถ้าเป็นลานมันดินมันก็ต้องแข็งนะสิ… จึงตั้งใจว่าจะต่อเติมไปข้างหลัง 

ในขณะที่พี่โชคกำลังจะดึงลุงภพให้ไปช่วยดูอีกที่นึง ปรากฏว่าลุงภพก็หายไป เหมือนลุงแกกลัวจะโดนตำหนิ เพราะด้านหลังโรงงานตรงนั้นส่วนมากพนักงานมักชอบแอบมาสูบบุหรี่กัน พี่โชคก็เลยไม่ได้เอะใจหรือสงสัยอะไร…

หลังจากนั้นไม่นานพี่โชคก็พยายามตามหาตัวลุงภพ จึงไปคุยที่ฝ่ายบุคคลว่า “ผมเจอพนักงานคนนึงชื่อว่า ประภพ … ไม่รู้ว่าเค้าอยู่แผนกไหน” พนักงานฝ่ายบุคคลตอบว่า “ไม่มีนะคะ…บริษัทเราไม่มีพนักงานชื่อประภพ” พี่โชคยืนยันว่า “ต้องมีสิ… ผมเห็นอยู่ สวมชุดพนักงานสีน้ำเงินด้วย” ซึ่งชุดพนักงานสีน้ำเงินเป็นชุดพนักงานรุ่นเก่า ต้องเป็นคนที่ทำงานมานานมากแล้วถึงจะมีชุดนี้ เพราะพี่โชคจำได้ว่าพ่อก็เคยใส่ชุดสีนี้เหมือนกัน…

พนักงานฝ่ายบุคคลพูดย้ำอีกครั้งว่า “ไม่มีทาง… ถ้าชุดรุ่นนั้นจะไม่มีแล้ว” จึงไปค้นในทะเบียนประวัติให้ แต่ก็ไม่เจอ พี่โชคคิดในใจว่า สงสัยลุงคงจะหลอกแน่ ๆ ก็เลยไปถามคุณพ่อเซ้งว่า “พ่อ…อยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้ว คนชื่อประภพเนี่ย เค้าเป็นใคร? ผมเจอเค้า…” 

คุณพ่อหันมามองหน้าแล้วพูดขึ้นมาว่า “อยากให้ลูกลืม คนคนนี้ไป เพราะคนนี้ไม่ได้มีความหมายอะไรกับลูกหรอก ไม่ต้องไปสนใจ …”

แต่ด้วยความที่พี่โชคอายุยังน้อยและยังเป็นถึงระดับผู้จัดการโรงงาน ย่อมมีอีโก้ประมาณนึง ทำให้พี่โชคเริ่มอยากสืบว่าลุงภพคือใคร จึงตอบพ่อกลับไปว่า “ทำไมพ่อพูดแบบนั้นละ?” คุณพ่อพยายามพูดห้าม “อย่าไปยุ่งกับเค้า… พ่อขอร้อง” พี่โชคก็เลยไปถามคุณแม่ว่า “คนชื่อประภพคือใคร” คุณแม่ถึงกับร้องไห้ออกมา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร 

พี่โชคพยายามจะสืบหา ไปถามคุณยาย คุณยายก็ร้องไห้ออกมา ทุกคนร้องไห้กันหมดเลย แต่ไม่ได้พูดอะไร ด้วยความที่พี่โชครู้สึกสงสัยมาก ในเมื่อทุกคนไม่มีใครให้ความร่วมมือ… จึงตั้งใจว่าเดี๋ยวจะสืบหาเองก็ได้ 

พี่โชคเข้าไปถามพนักงานรุ่นเก่า ๆในโรงงาน ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่มีรู้จักคนชื่อ ประภพ เลย และคนที่เก่าแก่ที่สุดก็คือ พ่อเซ้งของพี่โชคนั่นเอง 

พี่โชคพยายามหาคำตอบอยู่ประมาณ 7 – 8 เดือน แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ พี่โชคก็เลยเลิกคิด แต่ก็ยังคงเห็นลุงภพมาเข้าแถวอยู่เป็นประจำ อาจจะมีวันเว้นวันบ้าง แต่พอพี่โชคจะเข้าไปหา ลุงภพก็มักหายไป พี่โชคได้แต่คิดว่ามันต้องมีอะไรสิ ทำไมไม่มีใครเจอ ทำไมไม่มีใครรู้จัก ทำไมเราถึงเห็นลุงภพอยู่แค่คนเดียว… 

หลังจากนั้นก็เริ่มมีการต่อเติมโรงงานด้านหลัง เพื่อทำบ่อบำบัดเก่าให้เป็นอีกอาคารหนึ่งขึ้นมา ซึ่งในขณะที่มีการขุดปรับพื้นที่ ซึ่งเป็นการขุดเอาดินขึ้นมาตากก่อน พอพ่อเซ้งทราบข่าวว่า จะมีการปรับปรุงพื้นที่บริเวณนั้น จู่ๆพ่อเซ้งก็หายออกไปจากบ้าน…. 

ทุกคนในบ้านพยายามช่วยกันออกตามหา แต่อย่างว่า…งานปรับปรุงก็ยังคงดำเนินการต่อไป หลังจากทำการเกลี่ยหน้าดินได้ประมาณ 2 วัน ก็ขุดไปเจอเข้ากับถัง 200 ลิตร ด้วยความที่ถังมันอยู่ใต้พื้นดินมานาน มันก็ผุ ฟันรถแบคโฮเจาะเข้าไปข้างในก็มีแต่ดิน รถแบคโฮก็เขย่าบุ้งกี๋จนดินล่วงออกมา พอดินมันล่วงลงมาที่พื้นปูน ดินมันก็แตกและมีโครงกระดูกคนบนอยู่ด้วย กลายเป็นว่าเจอศพอยู่ในถัง…!!!

ซึ่งในถังมีเสื้อผ้าที่มีลักษณะแห้งมากแล้ว โดนนิดเดียวก็ขาด แต่ก็ยังพอมองออกว่าสีอะไร และในมือก็กำมีดเอาไว้ ซึ่งมีดผุหมดแล้ว และด้านหลังก็มีดแทงเสียบคาไว้ ลักษณะเหมือนกับคนที่ถูกแทงจากด้านหลัง เรื่องนี้เลยต้องถึงตำรวจ…

พ่อเซ้งหายออกไปจากบ้านเป็นเวลาหลายวันแล้ว พี่โชคก็ได้แต่สงสัยว่าพ่อหายไปไหน โทรศัพท์ไปก็ไม่รับ ติดต่อไม่ได้เลย… ส่วนเรื่องของคดีความที่เจอศพในถัง ด้วยความที่พี่โชคเป็นถึงผู้จัดการ จึงต้องเข้าให้การว่ากับตำรวจว่าเกิดอะไรขึ้น ศพนี้เป็นใคร แต่ตามรูปคดีทุกคนไม่มีใครรู้มาก่อนว่าตรงนี้มีศพได้อย่างไร… 

หลังจากสอบสวนเสร็จ ตำรวจก็นำชิ้นส่วนไปตรวจพิสูจน์รูปพรรณสัณฐานว่า คนนี้เป็นใคร  ในใจพี่โชคตอนนั้นได้แต่คิดสงสัยและอยากจะรู้เป็นอย่างมากว่าศพนี้มาจากไหน เป็นใครกันแน่ 

วันต่อมา…หลังจากที่เจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลักฐานได้ล้อมกั้นพื้นที่เอาไว้ ทำให้ทางบริษัทไม่สามารถดำเนินการอะไรต่อได้  พี่โชคเองก็ยังคงเก็บความสงสัยว่าศพนี้นั้นเป็นศพใคร 

ตอนนั้นเวลาประมาณ 2 ทุ่ม พี่โชคยังไม่กลับบ้านจึงเดินมาดูจุดเกิดเหตุ จนเจอลุงภพกำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ ลุงภพหันมามองและทักพี่โชคขึ้นมาว่า “ผู้จัดการยังไม่กลับอีกหรอ” พี่โชคตอบไปว่า “ยังไม่กลับลุง ผมสงสัยจังเลยว่าศพมาอยู่ใต้นี้ได้ยังไง” ลุงภพพูดขึ้นมาว่า “โตขึ้นเยอะนะ…พ่อดีใจจังเลยที่ …หนูเก่ง…” พี่โชคหันไปมองหน้าลุงภพแล้วพูดว่า “พ่อดีใจหมายถึงใครลุง??” ลุงภพบอกว่า “หมายถึงลูกลุง ลูกลุงเค้าเก่งมาก หน้าตาคล้าย ๆ หนูนี่แหละ… ลุงดูเค้ามาตลอด แต่ลุงทำอะไรไม่ได้…” 

ยิ่งพูดยิ่งกำกวม ยิ่งพูดยิ่งไม่เข้าใจ พี่โชคก็เลยถามว่า “ลุงภพ… คนในโรงงานทำไมไม่มีใครรู้จักลุงเลย ลุงทำงานที่นี่มานานหรือยัง” ลุงภพบอกว่า “ถ้าคนเก่าจริง ๆ จะรู้จักลุง ”

พี่โชค : เป็นไปไม่ได้ลุง คนงานเรามีแค่ 400-500 คน จะไม่มีคนรู้จักลุงเลยสักคนได้ยังไง 

ลุงภพ : อย่าไปสนใจเลย แค่นี้ลุงก็เป็นอิสระได้แล้ว 

พี่โชค : ลุง…แล้วลุงจะไปไหน

พี่โชคเดินตามลุงภพไปซึ่งบริเวณนั้นเป็นมุมตึก ก่อนที่ลุงภพจะลับตาไปจากมุมตึก ลุงภพหันมาบอกว่า 

“พ่อดีใจนะ พ่อดีใจ…” 

พอพี่โชคได้ยินคำว่า “พ่อดีใจ” อีกครั้งนึงแล้ว จึงบอกว่า “ลุง…มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน” พี่โชครีบเดินตามลุงภพไปจนเห็นแกเดินหายไปในความมืด พี่โชครีบวิ่งตามไป ก็เห็นว่าตรงนั้นมันมีช่องที่สามารถออกไปข้างโรงงานได้ จึงคิดว่าลุงภพคงหายไปทางช่องนี้นี่แหละ 

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้เชิญตัวพี่โชคไปให้ปากคำเพิ่มเติม ตำรวจบอกว่า “ไอ้เสื้อตัวดังกล่าวมันเป็นของบริษัทคุณนะ เพราะสีเดิมของโรงงานเดิมคุณจะสีดำ สีน้ำเงิน ไล่มาเรื่อย ๆ จนปัจจุบันเป็นสีเทา…” 

พี่โชคก็เลยถามว่า “สรุปแล้วศพพนั้นเป็นใครละ… สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ได้มั้ย” ตำรวจก็แจ้งว่า “พิสูจน์ไม่ได้หรอก ก็คงจะต้องปล่อยไป” แล้วอยู่ดี ๆ พี่โชคก็นึกอยากจะตรวจ DNA ขึ้นมา ก็เลยให้เจ้าหน้าที่ขูดลิ้นของตัวเองเพื่อไปตรวจ ซึ่งผลตรวจ DNA ของพี่โชคออกมาตรงกันศพนั้น 

พี่โชคได้แต่สับสน คนคนนี้คือใคร…ทำไม DNA ถึงตรงกับตัวเอง ก็เลยกลับไปถามแม่ ส่วนแม่ด้วยความที่ร้อนใจ เพราะพ่อเซ้งหายตัวไปเป็นเวลาสองอาทิตย์แล้ว ซึ่งพี่โชคก็พยายามช่วยตามหาเต็มที่แล้วเหมือนกัน แต่ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบและยังเป็นถึงผู้จัดการจึงไม่สามารถออกไปตามหาพ่อเซ้งได้เต็มที่เท่าไร

พี่โชคก็เลยถามเรื่องนี้กับแม่ แต่แม่ไม่ตอบ บอกแต่เพียงว่า “ตามหาพ่อให้เจอก่อน พ่อหายไปไหนก็ไม่รู้ ติดต่อก็ไม่ได้…” 

เช้าวันต่อมา วันนั้นตรงกับวันอาทิตย์ พี่โชคเดินเข้าไปในสวน เดินๆ อยู่เห็นแมลงวันตอมอะไรไม่รู้หึ่งเลย แถมกลิ่นยังเหม็นมาก พี่โชคจึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ปรากฏว่าเป็นศพของพ่อเซ้งมาผูกคอตายอยู่ใต้ต้นทุเรียน ในลักษณะตัวห้อยลงมาจนจะถึงพื้น ขาลงท้องล่อง พี่โชคถึงกับเข่าทรุด ร้องไห้เสียใจ ไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมพ่อเซ้งถึงต้องฆ่าตัวตาย…

พี่โชคตั้งสติได้จึงรีบโทรแจ้งความ ตำรวจก็เข้ามาสันสูตร เจอจดหมายในกระเป๋า มีใจความสรุปได้สั้น ๆ ว่า 

ขอโทษ… พ่อเป็นคนฆ่าพี่ชายพ่อเอง พ่อทนไม่ไหวที่พี่ชายพ่อทำร้ายแม่ของเอ็ง…

สาเหตุมาจาก พ่อเล้ง แกชอบทำร้ายร่างกายแม่พี่โชค ในขณะที่พี่โชคอยู่ในท้องพ่อเล้งก็มักจะไปมีผู้หญิงอื่นอยู่เป็นประจำ ด้วยความที่พ่อเซ้งซึ่งเป็นน้องชายแอบรักแม่พี่โชคอยู่แล้ว  ไม่พอใจที่พี่ชายทำตัวไม่ดี ก็เลยหลอกพี่ชายตัวเองออกไปกินเหล้าหลังโรงงาน พอเมาได้ที่จึงฆ่าทิ้ง… แล้วนำศพมาจับยัดใส่ถัง เอารถแบคโฮคันเล็กที่อยู่หลังโรงงานมากลบฝังดินไว้ที่หลังโรงงานเป็นเวลา 26 ปีเต็ม… 

จนกระทั่งผ่านมา 20 กว่าปี โรงงานแห่งนี้ต้องการรีโนเวทสถานที่ตรงนั้นใหม่ จึงต้องมีการขุดดินขึ้นมา ปรากฏว่าไปขุดเจอถัง 200 ลิตร ซึ่งภายในถังนั้นมีศพอยู่ นั้นคือศพพ่อเล้งที่เป็นพ่อแท้ ๆ ของพี่โชค พ่อเซ้งน่าจะรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่สามารถบอกใครได้ จึงไปผูกคอตายในสวน

เท่ากับว่าคนที่พี่โชคเจอมาโดยตลอดที่บอกว่าเป็นลุงภพ ก็คือพ่อเล้งของพี่โชคนั่นเอง แล้วสาเหตุที่พี่โชคไล่ถามทุกคนในบ้าน แล้วไม่มีใครบอกอะไร ก็เพราะทุกคนรู้สึกกระอักกระอ่วนไม่อยากจะพูดถึงคนคนนี้…

ผมเคยถามพี่โชคว่า “ผมถามหน่อย…แล้วทำไมทุกคนในบ้านไม่มีใครพูดหรือถามอะไรขึ้นมาเลยละว่าไปเจอใครมา ไม่ใช่ว่าเค้ารู้กันหมดอยู่แล้วหรอ”… พี่โชคก็ตอบว่า ตัวเองนั้นก็ไม่ได้คำตอบในเรื่องนี้เหมือนกัน 

ซึ่งผมคิดเอาเองว่า เรื่องนี้ทางครอบครัวพี่โชคน่าจะรู้กันอยู่แก่ใจ… และทางพ่อเซ้งน่าจะกลัวความผิด พอทราบข่าวว่ามีการขุดิดนด้านหลังโรงงาน เลยคิดว่ายังไงก็ต้องเจอศพพ่อเล้วแน่ๆ จึงหนีไปผูกคอตายหนีความผิด….

ขอบคุณเรื่องจาก The Ghost Radio |  26 ปีแล้วหรือ? ถอดความโดย คลังหลอน