กันยายน 25, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

นี่คืออาญากรรมที่น่าเศร้าที่ถูกลิขิตให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความยุติธรรมที่โหดร้ายเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 16 ในวันที่ 11 กันยายน 1599 ทางการได้ประหารผู้หญิงสองคนคือ เบียทริเซ่ เซนซี อายุ 23 ปี และลูเครเซีย เพโทรนี่แม่เลี้ยงของเธอฐานฆาตกรรม ฐานฆาตกรรมฟรานเซสโก เซนซี ซึ่งเป็นพ่อของบีทริซและสามีของคนสองของลูเครเซีย ทั้งคู่ได้ฆ่าเขาด้วยการตอกประตูเข้าใส่ดวงตาทั้งสองข้างและตรงกลางกระหม่อมและตรงคอหอย อีกทั้งยังทุบด้วยกระบองซ้ำ โดยพวกเธอสมคบพี่ชายสองคนและเจ้านาย ให้สองคนจัดฉากเหมือนตกระเบียงตายไปเองฟังดูเหมือนเป็นเรื่องโหดร้าย ลูกฆ่าพ่อแท้ๆ ของตนอย่างโหดเหี้ยม อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบประวัติของผู้ตายฟรานเซสโก เซนซีแล้วก็พบเรื่องที่น่าตกใจ ฟรานเซสโก เซนซีเป็นลูกชายของโป๊ปปิรัสที่ 5 ผู้ร่ำรวย หลังบิดาตายแล้วเขาก็ได้ตำแหน่งและอำนาจจากบิดาอย่างไรก็ตาม ฟรานเซสโกนั้นเป็นชายที่สมควรที่ถูกประณามมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาเป็นคนหลงใหลเงินและอำนาจและเป็นคนชอบเรื่องเพศแบบผิดศีลธรรม เขามักสั่งให้ลูกน้องเขาฉุดผู้หญิงอื่นโดยไม่สนว่าเธอมีสามีหรือเธอต้องการให้ทำแบบนั้นหรือไม่ และเมื่อเขาย่ำยีผู้หญิงคนนั้นจนสาแก่ใจ ก็ทิ้งพวกเธออย่างไม่ใยดี และเมื่อเขาถูกจับเขาก็รอดได้ทุกครั้ง เพราะเงินและอำนาจจนทางการไม่สามารถเอาผิดเขาฟรานเซสโกนั้นมีลูกถึง 12 คน จากภรรยาคนแรก แต่เขาเกลียดเด็กพวกทุกคน ว่ากันว่าลูกชายคนโตสองคนแรกตายไปเซนซีไม่ร้องไห้สักหยด ที่น่าตกใจเขายังข่มขืนลูกสาวแท้ๆ ของตนก็คือ เบียทริเซ่ เซนซี เป็นเวลานาน จึงไม่แปลกใจเลยว่าที่เธอจะตัดสินใจที่จะฆ่าเธออย่างโหดร้ายเพื่อเป็นการปกป้องสิทธิของพ่อ ดูแล้วน่าเห็นใจด้วยซ้ำ หากแต่เพราะความยุติธรรมของกฎหมายเธอกับพรรคพวกถูกทรมานอย่างโหดร้ายในการสอบสวนเพื่อหาความจริง แต่บีทริซยังคงแสดงความกล้าหาญและความมั่งคง และไม่แสดงความเสียใจในสิ่งที่ตนเคยทำลงไปแม้ว่าเบียทริเซ่จะเสียชีวิตลงไปนานแล้ว แต่เรื่องราวของเธอก็ได้กลายเป็นสาวแห่งความบริสุทธิ์และเทพีแห่งความงามเรื่องราวของเธอได้ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจแก่ภาพวาดและบทละครจนกลายเป็นตำนานเล่าขานที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลีบีทริซ เซนซี (Beatrice Cenci)เบียทริเซ่ เซนซี (6 กุมภาพันธ์ 1577-11 กันยายน 1599) เป็นผู้หญิงชนชั้นสูงชาวอิตาเลียนเธอมีชื่อเสียงจากการฆ่าของตนเองคือ ซึ่งเป็นขุนนางที่มีนิสัยโหดร้ายและมีพฤติกรรมผิดศิลธรรม แม้ว่าเหตุผลที่เธอฆ่าจะน่าเห็นใจ แต่สมเด็จพระสันตะปาปาแห่งกรุงโรมนั้นจำเป็นต้องทำตามกฎหมาย ด้วยการสั่งประหารเธอกับแม่เลี้ยงตามตำนานกล่าวว่าเบียทริเซ่อาศัยอยู่ในปราสาท La Rocca of Petrella Salto เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโรม โดยเธอมีพ่อชื่อฟรานเซสโก เซนซีเป็นขุนนางชั้นสูงที่มีนิสัยชอบทำร้ายภรรยาและลูก อีกทั้งยังร่วมประเวณีระหว่างพี่น้องกับเธอ แม้ว่าเขาจะได้การตัดสินจำคุกจากคดีอื่นๆ แต่เพราะมีฐานะความเป็นขุนนางทำให้ไม่มีใครกล้าลงโทษทำให้เขาได้รับการปล่อยตัวออกมาทุกครั้ง แม้ว่าเบียทริเซ่จะพยายามแจ้งความแก่หน่วยงานหลายครั้งแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้ว่าคนในเมืองจะทราบวีรกรรมชั่วของพ่อของนางก็ตามต่อมาเมื่อฟรานเซสโกรู้ว่าลูกสาวของตนแอบเอาเรื่องของเขาไปแจ้งความเขาจึงพยายามส่งลูกสาวและลูเครเซียออกจากปราสาทเพื่อไปอยู่ที่อื่น ส่งผลทำให้พวกเธอไม่มีทางเลือกจึงหาทางกำจัดฟรานเซสโกตามตำนานเล่าอีกว่า เบียทริเซ่เป็นสาวรุ่นที่มีความสวยสดงดงามมาก เป็นเหตุทำให้เป็นที่หลงใหลในชายหนุ่มมากมายในเมืองทุกวันจะมีคนมาสู่ขอเธอแต่งาน หากแต่สำหรับฟรานเซสโกไม่ชอบเรื่องนี้มักนัก มักปฏิเสธคนที่มาสู่ขอทุกทั้ง พร้อมประกาศว่าเบียทริเซ่ลูกแท้ๆ ของเขามีความสัมพันธ์เกินกว่าพ่อลูกแน่นอนเมื่อหลายคนได้ฟังแค่นี้ย่อมไม่พอใจ กูเออราก็เป็นหนึ่งในคนสู่ขอเบียทริเซ่(อีกตำนานบอกว่าเป็นคนรักลับของเบียทริเซ่)ได้ไปถามเธอว่าเป็นจริงหรือไม่ เธอตอบว่าจริง กูเออราเลยโกรธแค้นและร่วมมือที่ร่วมมือสังหารกูเออราวางแผนฆาตกรรมเซนซี โดยมีแม่เลี้ยงของเบียทริเซ่ชื่อลูเครเซียพี่ชายสองคนของเธอที่ชื่อ จิอาโคโมและเบอร์นาโดเข้าร่วมแผนฆาตกรรมนี้ด้วย นอกจากนั้นจิอาโคโมยังจ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายคือ มาร์ซิโอ และโอลิมปิโอซึ่งเคยมีความแค้นกับฟรานเซสโกอยู่ก่อนหน้าอยู่แล้วให้มาร่วมแผนนี้ด้วยในตอนเย็นของวันที่ 9 กันยายน ค.ศ.1598 เหตุการณ์ก็ได้เริ่มขึ้น พวกผู้หญิงได้ผสมฝิ่นเข้าไปในไวน์ให้เซนซีดื่มเซนซีดื่มในตอนนั้นดื่มหนักจนเขาเมาหลับไป หลังจากนั้นผู้ชายสองคนก็เข้ามาในห้องเพื่อฆ่าเขาด้วยการตอกประตูเข้าใส่ดวงตาทั้งสองข้างและตรงกลางกระหม่อมและตรงคอหอย เซนซีซวนเซเจ็บปวดทรมานและตกระเบียงลงด้านล่างทำให้การฆาตกรรมในครั้งนี้เสมือนกับว่าเขาเมาจนลื่นตกระเบียงตายไปเองเบียทริเซ่ถูกนำตัวไปสอบสวนเวลาประมาณ 7 โมงเช้า ของวันที่ 9 กันยายน 1598 สาวใช้ผู้หญิงคนหนึ่งได้ยินเสียงโห่ร้องเรียกความช่วยเหลือ ในปราสาทซึ่งจับความได้ว่าขุนนางฟรานเซสโก อายุ 52 ปีได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตกระเบียง และเมื่อเธอได้เห็นเบียทริเซ่มองเธอจากหน้าต่างก็เรียกตัวเธอขึ้นมา เมื่อสาวใช้วิ่งไปดูเธอก็พบเบียทริเซ่อยู่ใกล้ศพของเธอของเธอดูเผินๆ ขุนนางฟรานเซสโกนั้นเหมือนตกลงระเบียงไม้ชั้นบนของปราสาท (ประมาณ 13 เมตร) ซึ่งเวลานั้นเบียทริเซ่เงียบจนน่ากลัวแตกต่างจากแม่เลี้ยงของเธอที่ส่งเสียงกรีดร้องลั่นไปทั่วปราสาท อย่างไนก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อเหตุการณ์ดั่งว่า และเนื่องด้วยอำนาจของผู้ตาย ทำให้ทางการจึงสอบสอนแบบเข้มข้น สามพี่น้องและผู้เกี่ยวข้องของคดีถูกนำตัวไปทรมานเพื่อเอ่ยปากสารภาพเบียทริเซ่ถูกถอดเสื้อผ้าออกและจับมือไขว้หลังเอาไว้และถูกยกตัวสูงเหนือพื้น ก่อนที่จะทิ้งตัวเธอลงมากระแทกพื้นทุกครั้งที่เธอไม่ยอมรับสารภาพ ส่วนพี่ชายสองคนนั้นใช้วิธีจี้ตัวด้วยคีมเหล็กเผาไฟผลสรุปของการทรมานคือเบียทริเซ่ทนกว่าพี่ชายสองคนของเธอ โดยเบอร์นาโดยอมรับสารภาพก่อนใครๆแม้คำสารภาพสังคมต่างเหตุใจตัวบีทริซ แต่สุดท้ายบทลงโทษนั้นก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ วันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 1599สามพี่น้องถูกนำตัวไปประหาร โดยบีเบียทริเซ่ถูกตัดหัวออกเป็นคนแรก และเพชฌฆาตได้ยกหัวเธอขึ้นให้พยานได้ดูกันจ๊ะๆ กับตาต่อมาก็ตามด้วยลูเครเซียแม่เลี้ยงของเบียทริเซ่ในขณะที่จิอาโคโมถูกนำตัวไปประหารด้วยค้อนยักษ์ทุบหัว ส่วนเบอร์นาโดถูกลดหย่อนโทษในนาทีสุดท้ายจากความเห็นใจจากสังฆราชฯ เหลือเพียงโทษจำคุกตลอดชีวิต(ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวต่อมาส่วนมาร์ซิโอนั้นเสียชีวิตเพราะทรมานก่อนหน้าจะถูกนำตัวไปประหาร และจอมวางแผนการกูเออราสุดท้ายเขานี้รอดไปได้และหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย (บ้างก็ว่าคนรักของเบียทริถูกทรมานและเสียชีวิตโดยไม่ต้องเปิดเผยความจริง)เบียทริเซ่และแม่เลี้ยงถูกประห่ารท่ามกลางการประท้วงของคนทั้งกรุงโรมที่ได้ทราบสาเหตุการฆาตกรรม แม้ว่าทางศาลจะมีการสั่งยกเลิกชั่วคราว แต่สมเด็กพระสัมตะปาปากลัวอิทธิพลตระกูลของฟรานเซสโก เซนซีทำให้จำใจประหารเบียทริเซ่และแม่เลี้ยงเมื่อวันที่ 11 กันยายน 1599 ในบริเวณสะพานนั่งร้านสุสานของเฮเดรีย (หรือเป็นที่รู้จักกันในปราสาทเทวดา)หลังเบียทริเซ่ถูกประหาร ศพของเธอถูกฝังในในโบสถ์ซานปิเอโตร มอนโตริโอ (San Pietro in Montorio) สำหรับคนกรุงโรมแล้ว เธอได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความต่อต้านที่มีต่อชนชั้นสูงหย่อหยิ่ง และนอกจากนี้ยังมีตำนานที่กล่าวว่าทุกคืนในวันที่เธอจะตาย เธอมักปรากฏตัวในสภาพไร้ศีรษะที่สะพานใกล้จุดที่เธอเสียชีวิตHG Hosmer: Beatrice Cenciเรื่องราวของบีทริซเซ่ยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวกรุงโรม จนถูกนำมาสร้างเป็นวรรณกรรม ละครเวที โอเปร่า นิยาย ดนตรีและศิลปะมากมาย ที่โดดเด่นคือภาพวาดบีทริซเซ่ วาดโดย กวีโด เรนี(1575–1642) ประติมากร HG Hosmer: Beatrice Cenciผลงานของแฮเรียต ฮอสเมอร์ นอกจากนี้ยังมีละครวิทยุ “The Cenci Family” (2004)ทางด้านภาพยนตร์มีภาพยนตร์อิตาลีกำกับโดยลูชิโอ้ ฟูลชี่ “Beatrice Cenci “ที่ฉายในปี 1969 โดยภาพยนตร์จั่วหัวว่าเป็นเรื่องราวของท่านผู้หญิงอิตาลีกับคนรักและครอบครัวของเธอร่วมมือฆ่าพ่อของเธอที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม นำไปสู่ความสับสนวุ่นวายในสังคมชาวโรมันและโบสถ์คาทอลิกในอิตาลีศตวรรษที่ 16

Cr : สมาคมเขย่าขวัญ v.2