กันยายน 24, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

ขนคุดเกิดจากอะไร? 4 วิธีรักษาขนคุดได้ด้วยตัวเอง

ใครเคยมีปัญหาเรื่องขนคุดกันบ้าง ขนคุดเป็นปัญหาผิวที่กวนใจสาวๆ เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้ผิวของเรานั้นดูไม่เรียบเนียน ยังทำให้ขาดความมั่นใจได้เลย แล้วเคยสงสัยกันไหมว่าขนคุดเกิดขึ้นมาได้ยังไง จะรักษายังไงให้หาย

ก่อนจะเริ่ม เรามารู้กันก่อนดีกว่าว่า “ขนคุด” คืออะไร

ขนคุด (Keratosis Pilaris) หรือเรียนอีกชื่อว่า “ผิวหนังไก่” เกิดจากภาวะทางผิวหนังที่เกิดการอุดตันบริเวณรูขุมขน มักพบว่ามีอาการผิวแห้ง เป็นปื้นหยาบและมีตุ่มนูนขึ้นที่รูขุมขน เมื่อนำมือไปสัมผัสบริเวณที่เป็นขนคุดจะรู้สึกสาก อาการเหล่านี้แท้จริงเกิดมาจากเซลล์ผิวที่ตายแล้วขึ้นแทนที่รูขุมขน จึงทำให้เกิดตุ่มขึ้นตามผิวแต่ไม่มีความรู้สึกคันหรือเจ็บ อาการแบบนี้ขึ้นบ่อยในช่วงฤดูหนาว สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย

บริเวณที่มาสามารถเกิดขนคุดขึ้นได้

  • แขนหรือใต้วงแขน
  • น่องขา ต้นขาและหัวเข่า
  • รักแร้
  • ผิวหน้า

มาเริ่มกันเลยที่ ขนคุดเกิดจากอะไร

ขนขุดเกิดจากความผิดปกติในการสะสมของ Keratin โดยเคราตินเป็นโปรตีนของรูขุมขนเพื่อปกป้องการติดเชื้อของผิวหนังและป้องกันสารอันตรายต่างๆ เมื่อเกิดการสะสมมากขึ้นทำให้ผิวบริเวณนั้นมีชั้นผิวที่หนาขึ้น ทำให้ขนที่งอกใหม่ไม่สามารถแทงทะลุผิวหนังขึ้นมาได้ ขนจึงงอกยาวและม้วนงอกอยู่ใต้ชั้นผิว ดันให้ผิวบริเวณนั้นเกิดเป็นตุ่มขึ้น หากขึ้นเยอะจะทำให้ผิวบริเวณนั้นไม่เรียบเนียน โดยส่วนมากขนคุดเกิดจากการแว็กซ์ขนและการโกนขน เพราะจะทำให้ขนนั้นขาดกลางอยู่ในชั้นผิว ส่งผลให้ขนติดค้างอยู่ในรูขุมขน จนเกิดเป็นขนคุดขึ้นได้นั่นเอง

วิธีรักษาขนคุดได้ด้วยตัวเอง

  1. ใช้แหนบถอนขนคุด

การใช้แหนบถอนขนคุดเป็นวิธีทำได้ง่ายมากๆ เพียงแค่ใช้แหนบสะกิดตุ่มขนคุดให้เปิดออกแล้วคีบเส้นขนที่โผล่ขึ้นมาและค่อยๆดึงขึ้นมาช้าๆ แต่ก็ไม่สามารถใช้แหนบทำได้ทุกเส้นเสมอไปเพราะบางเส้นอาจจะไม่สามารถถอนออกได้ นอกจากเส้นที่ยาวและตุ่มใหญ่แล้วเท่านั้น

  1. ทายาละลายหัวสิวหรือทายาลดขนคุด

ใช้ยาละลายหัวสิวแต้มไปบริเวณที่มีขนคุด เพราะสามารถละลายไขมันที่อุดตันในขนคุดได้เมื่อตุ่มไขมันได้ยุบลงแล้ว ค่อยกำจัดขนออกไป หรือใช้เป็นจำพวกยาลดขนคุดโดยตรง ยาลดขนคุดมีส่วนผสมของสารที่ผลัดเซลล์ผิวหนังสามารถช่วยบรรเทาขนคุดได้ เช่นสาร AHA ,BHA กรดซาลิไซลิก เป็นต้น ส่วนใหญ่มักจะผสมในยารักษาสิว ซึ่งทำให้ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกทำให้ผิวหนังบริเวณที่เกิดการสะสมของเคราตินหลุดหรือละลายออกไปได้ง่ายและยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราอีกด้วย

  1. งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นน้ำมันหรือน้ำหอม

พยายามหลีกเลี่ยงหรืองดใช้ครีมบำรุง ครีมกันแดด ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือน้ำหอม เพื่อไม่ให้ผิวหนังอุดตันและระคายเคือง โดยเฉพาะช่วงที่มีขนคุด เพราะน้ำมันสามารถอุดตันในรูขุมขนได้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ส่วนผสมของน้ำหอมเพราะหนักผิว เราต้องให้ผิวของเราได้หายใจอย่างมีอิสระบ้าง

  1. ขัดผิวหรือสครับผิวสม่ำเสมอ

การสครับผิวหรือขัดผิวเป็นประจำคือการผลัดเซลล์ผิวไม่ให้อุดตันในรูขุมขน จะช่วยให้ผิวบริเวณที่เป็นขนคุดบางลงซึ่งจะทำให้กำจัดขนคุดออกไปได้ง่าย แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น ใยบวบขัดผิว ขมิ้น มะขามเปียก เป็นต้น นอกจากขนคุดจะหลุดออกไปนั้นยังทำให้ผิวขาวและเรียบเนียนอีกด้วย

วิธีป้องกันการเกิดขนคุด

  • ไม่ควรไปแกะหรือเกาบริเวณที่เป็นขนคุดเด็ดขาด บางคนเข้าใจคิดว่าเป็นสิวเลยยิ่งไปเค้น บีบ การทำแบบนั้นไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเลย กลับยิ่งทำให้เป็นแผล เกิดรอยดำ รอยแดง ตามมาอีก มีเรื่องให้ต้องรักษาเพิ่มไปอีก
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำที่มีอุณหภูมิสูงจนเกินไป เมื่อต้องอาบน้ำ แช่น้ำหรือว่ายน้ำไม่ควรอยู่ในน้ำนานจนเกินไป ใช้เวลาแค่ประมาณ 10 นาที หรือน้อยกว่า  เพราะการอาบน้ำร้อนหรืออยู่ในน้ำนานจะทำให้ไขมันที่ผิว ถูกกำจัดไป และจะทำให้ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น
  • ใช้สบู่อ่อนๆ หรือสบู่เด็กทำความสะอาดผิวในการอาบน้ำ ถูเบาๆ จะทำให้ผิวของเรานั้นไม่แห้งตึง การใช้สบู่ที่แรงเกินไปแล้วยังขัดแรงๆ อีก จะยิ่งทำให้เรานั้นผิวแห้งระคายเคืองและอักเสบได้
  • ควรใช้ครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวเป็นประจำ โดยหลังจากอาบน้ำในขณะที่ผิวกำลังหมาด ๆ สามารถใช้ครีมหรือโลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ซึ่งอาจมีส่วนผสม เช่น

– ลาโนลิน (Lanolin) น้ำมันที่มีความบริสุทธิ์สูง สกัดจากน้ำมันหล่อเลี้ยงบนขนแกะโดยผ่านกระบวนการลดสารก่ออาการแพ้ มีทั้งแบบครีมและขี้ผึ้ง ใช้ทาบนผิวหนังเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น 

– ปิโตรเลียม เจลลี่ (Petroleum Jelly) เป็นส่วนผสมของไขธรรมชาติและน้ำมันแร่ ที่มีคุณสมบัติเคลือบผิวหนังให้มีความชุ่มชื่นและช่วยฟื้นบำรุง และบรรเทาความแห้งกร้านของผิวหนัง

– กลีเซอรีน (Glycerine) เป็นสารที่ดูดซับความชื้นได้ดี ซึ่งหมายความว่ามันดูดซับน้ำจากอากาศ เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นภายในเซลล์ผิวของเรา

  • หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่คับหรือแน่นเกินไป เพราะจะทำให้เกิดการเสียดสี จนทำให้ระคายเคืองผิวหนังได้