กันยายน 29, 2022

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

ความรัก คือ สิ่งที่ต้องใช้เวลากับมันสักหน่อย อย่ารีบนักเลย

เมื่อมีความรักเข้ามาทักทายให้ชุ่มชื่นหัวใจ ใคร ๆ ก็อยากที่จะให้ความรักที่สวยงามอยู่กับเราไปชั่วนิจนิรันดร์กันทั้งนั้น แต่น่าเสียดายที่เรามักจะผิดหวังต่อความคาดหวังนี้อยู่บ่อยครั้ง ด้วยความรักและความสัมพันธ์ของคนสองคนต้องจบลงอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งเมื่อกลับมาพิจารณาดูว่าปัญหามันอยู่ที่ตรงไหน หลายครั้งทีเดียวที่มันมีสาเหตุมาจากการที่เรา “เร่งรีบ” ในความสัมพันธ์เหล่านั้นมากจนเกินไป

กี่ครั้งแล้วล่ะที่คุณรู้สึกว่าความรักของคุณมันพัฒนาเร็วเกินไปกว่าที่คาด แรก ๆ มันก็สดใสเร้าใจดี แต่หลัง ๆ มาคุณเริ่มรู้สึกได้ว่ามันมีผลลัพธ์สะท้อนกลับจากการที่คุณไม่ยอมใช้เวลากับความรักให้มากขึ้นกว่านี้สักหน่อย กลายเป็นว่าคุณอยากจะย้อนเวลาไปใช้เวลากับการเริ่มต้นความรักครั้งนั้นให้มากขึ้นจากเมื่ออดีต กว่าจะเข้าใจว่าการมีความสัมพันธ์แบบรีบเร่งไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำมันก็สายไปเสียแล้ว ความรักครั้งนั้นแตกสลายไปแล้ว แต่เพื่อให้คุณแข็งแกร่งขึ้นที่จะมีความรักครั้งต่อไปที่ดีกว่าเดิม นี่คือเหตุผลบางประการที่จะบอกกับคุณว่าไม่จำเป็นต้องเร่งรีบในความสัมพันธ์ให้มากนักก็ได้

ความสัมพันธ์ครั้งใหม่อาจเข้าข่าย Rebound Relationship
เมื่อผู้คนเร่งรีบในความสัมพันธ์มากเกินไป ส่วนใหญ่แล้วจะค่อนข้างชัดเจนว่าพวกเขากำลังพาตัวเองเข้าสู่ Rebound Relationship มันคือรูปแบบความสัมพันธ์ที่เอาไว้คั่นเวลา เป็นคนแก้เหงาที่ช่วยดามหัวใจพัง ๆ ให้มูฟออนจากรักครั้งเก่า ด้วยไม่ต้องการปล่อยให้ตัวเองต้องวนเวียนอยู่ในห้วงอารมณ์เหงาเศร้ากับรักที่ไม่สมหวัง ทั้งที่เราอาจจะไม่ได้มีความรู้สึกรักให้กับคนใหม่เลยก็ตาม แค่เหงาและอยากลืมคนเก่าได้เร็ว ๆ ก็เลยเอาคนใหม่มาแทนที่ ความสัมพันธ์แบบนี้มักจะไปไม่ค่อยรอด แถมยังสร้างบาดแผลในใจผู้อื่นด้วย เพราะเราคงไม่ได้รู้สึกอยากจริงจังกับคนใหม่ตั้งแต่แรก และเขายังอาจเป็นเพียงหมากในเกมต่อรองความรู้สึกกับอดีตคนรักที่ว่า “ชีวิตฉันไปได้ดีกับคนใหม่โดยไม่มีเธอ”

มันคือกระบวนการการเรียนรู้ที่จะรักอย่างค่อยเป็นค่อยไป
กระบวนการสร้างความสัมพันธ์ แค่ความรักอย่างเดียวมันไม่พอ มันยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ เข้ามาเป็นตัวแปรในความสัมพันธ์ด้วย ซึ่งองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ว่านั้น จะได้มาในช่วงที่เราใช้เวลาศึกษากันและกัน อันที่จริงช่วงเวลาของการศึกษาตัวตนของคนรัก มันก็เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ที่จะรักกันด้วย กระบวนการนี้ต้องใช้เวลา เพราะต่างคนต่างต้องค่อย ๆ เรียนรู้ตัวตนของอีกฝ่าย ต้องค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากัน หากใจร้อนเร่งรีบที่จะไปต่อเพียงเพราะรู้สึกตื่นเต้น ซาบซ่า เร้าใจ ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าจะไปทางไหน มันก็สนุกได้แค่ช่วงแรก ๆ เท่านั้น พอรักเริ่มหมดโปร ก็มีแต่จะทำให้สับสนและหลงทาง สุดท้ายก็ไปกันไม่รอด

เพราะเราสามารถตัดสินใจผิดพลาดได้
เมื่อเรารีบร้อนในความสัมพันธ์มากเกินไป เราจะขาดประสบการณ์จากการใช้เวลาเพื่อประกอบการพิจารณาก่อนตัดสินใจ ช่วงที่คนเราคลั่งรักมาก ๆ เราอาจเห็นกงจักรเป็นดอกบัวได้ มองข้ามส่วนไม่ดีได้ง่าย ๆ ใครเตือนอะไรก็ไม่ฟัง จนกระทั่งเริ่มพบว่าตัวเองกำลังฝืนอยู่เพราะกลัวว่าตัวเองจะไม่มีความรัก ตรงนี้เองที่เราตัดสินใจผิดพลาดได้ เพราะเราอาจไม่รู้ว่าสิ่งที่เลือกมานี้ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา และมันจะสายเกินไป ทำให้เราอาจเป็นคนที่ทำร้ายตัวเองได้ในที่สุด แทนที่จะมานั่งเสียใจและกล่าวโทษก่นด่าตัวเองในภายหลัง จึงเป็นการดีกว่าที่เราจะใช้เวลาในการรู้จักและเข้าใจคนที่เราจะมอบความรักให้ดี ก่อนที่จะกระโดดเข้าสู่ความมุ่งมั่นและมั่นใจในความสัมพันธ์

บรรเทาความกังวลและความยุ่งยากในอนาคต
เนื่องจากเราใช้เวลาเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ประกอบการตัดสินใจ การให้เวลาในความสัมพันธ์จึงช่วยเพิ่มโอกาสที่เราจะสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องมากขึ้น โดยอ้างอิงจากการใช้เวลาศึกษากันและกัน และเรียนรู้ว่าความรักคืออะไร ภาพความรักที่ได้ต้องชัดเจนและกระจ่างแล้วในระดับหนึ่ง ในขณะเดียวกัน หากเราเร่งรีบในความสัมพันธ์มากเกินไป ยิ่งเริ่มต้นเร็วแค่ไหนก็มีโอกาสจบลงไวเท่านั้น เข้าอีหรอบ “รักง่าย หน่ายเร็ว” เพราะคนสองคนไม่ได้มีโอกาสที่จะศึกษาถึงตัวตนที่แท้จริงของกันและกันสักเท่าไร เรื่องอาจจบลงที่เราสานสัมพันธ์ผิดคน และต้องรับมือกับสิ่งที่เราไม่คู่ควร ดังนั้น ก่อนที่จะให้คำมั่นสัญญาในความรัก ใช้เวลากับมันให้มากก่อนเสมอ ทั้งความรักและตัวคนรัก

การให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ใช้ได้กับทุกอย่าง
เคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์” บ้างหรือไม่ จริง ๆ แล้วทุกสิ่งอย่างบนโลกใบนี้ต่างก็ต้องการเวลาสักระยะเพื่อให้อะไร ๆ มันกระจ่างและชัดเจนขึ้น กาลเวลาที่ผ่านไปจะบอกได้ว่าความรู้สึกที่เรามีในความสัมพันธ์นั้น เป็นความรู้สึกประเดี๋ยวประด๋าวที่ตื่นเต้นเร้าใจในช่วงแรก หรือจะสม่ำเสมอคงเส้นคงวาแบบนี้ไปเรื่อย ๆ กันแน่ ช่วยให้เข้าใจว่าเราต้องการมีความสัมพันธ์จริง ๆ หรือไม่ ช่วยเผยธาตุแท้ของตัวคน อีกทั้งความละเมียดละไมก็ทำให้เกิดความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น ให้เวลากับมันสักหน่อยก่อนตัดสินใจ ผลลัพธ์ย่อมดีกว่าการรีบร้อนเสมอ

ทั้งนี้ทั้งนั้น การให้เวลากับความรักก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องรี ๆ รอ ๆ กันไปแบบไม่มีจุดสิ้นสุดนะ ทุกอย่างมันมีลิมิตของมัน ถ้ามันกระจ่างหรือชัดเจนมากขึ้นในความสัมพันธ์ มันก็ไปกันต่อได้ ถ้ารู้สึกว่าเวลามันก็นานมากแล้ว แต่ยังไม่เห็นอนาคต ไม่มีความหวัง ไม่รู้สึกถึงการจะมีกันและกันในชีวิตภายภาคหน้า ก็ถึงเวลาที่ต้องจบ นี่แหละเราถึงจำเป็นต้องให้เวลาได้ทำงานบ้าง ดีกว่ารีบด่วนตัดสินกันในช่วงรักจัดโปร ความรักเข้าตาขนาดนั้นจะมองอะไรเห็นล่ะ