กันยายน 21, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

หลักการลดน้ำหนักที่ถูกต้องนั้น คือ การลดไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย ไม่ใช่ลดกล้ามเนื้อ และอย่าอดอาหาร แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องรู้จักเลือกกินอาหาร และควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จึงจะสามารถลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น หากมีวินัยเช่นนี้ ก็ไม่ต้องอดอาหารเลยแม้แต่มื้อเดียว

1. เลือกกินให้มากขึ้น คุมแป้งไขมัน และน้ำตาล
ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน รู้จักเลือกกินให้มากขึ้น เช่น กินเนื้อสัตว์ส่วนที่ไม่ติดมัน หลีกเลี่ยงส่วนหนัง งดกินเค็ม ของมันของทอด และเปลี่ยนมากินอาหารที่ใช้วิธีทำด้วยการต้มหรือนึ่งแทน รวมไปถึงจำกัดปริมาณการกินอาหารที่อุดมด้วยแป้ง ไขมัน และน้ำตาล ที่สำคัญควรกินอาหารหลักให้ครบ 3 มื้อ มีผักผลไม้ทุกวัน ถ้าหากดื่มนมเป็นประจำ ควรเลือกดื่มรสธรรมชาติ สูตรพร่องไขมันหรือไขมัน 0% หลีกเลี่ยงนมที่มีรสหวาน

2. กินข้าวเท่ากับเนื้อ กินผักมากกว่าข้าว
ใน 1 มื้อ ใช้สูตรการกินแบบ 2:1:1:1 (ผัก 2 ส่วน / คาร์โบไฮเดรต 1 ส่วน / โปรตีน 1 ส่วน / ผลไม้ 1 ส่วน) จะได้พลังงานประมาณ 400 กิโลแคลอรี ช่วยลดพลังงานในแต่ละวันลงได้ 500 กิโลแคลอรี ใน 1 สัปดาห์สามารถลดน้ำหนักลงได้ครึ่งกิโลกรัม

ซึ่งการกินแบบนี้เราจะได้ปริมาณผักใน 1 มื้อ ประมาณ 100-200 กรัม และหากกิน 3 มื้อควบคู่กับผลไม้ จะได้รับปริมาณรวมไม่น้อยกว่า 400 กิโลกรัม จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้

3. ออกกำลังกายควบคู่
ควรออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกาย ให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาที ด้วยการออกกำลังกายทั้ง 3 แบบ คือ คาร์ดิโอ การใช้แรงต้าน และการยืดเหยียด

สำหรับคาร์ดิโอจะเน้นการขยับเขยื้อนร่างกายเป็นหลัก ส่วนแรงต้านจะเป็นการใช้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง หน้าอก เกร็งโดยใช้น้ำหนัก และแรงโน้มถ่วงของตัวเอง เช่น บอดี้เวท เวทเทรนนิ่ง เป็นต้น สุดท้ายคือการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อลดการบาดเจ็บและทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวดีขึ้น

4. ลดการกินอาหารบุฟเฟ่ต์
ปัจจุบันอาหารบุฟเฟ่ต์กลายเป็นอาหารยอดนิยมของกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ นักเรียน นักศึกษา แล้วการกินส่วนใหญ่ก็มักจะคิดถึงความคุ้มทุน โดยพยายามกินอาหารให้ได้ในปริมาณที่มาก แต่ทั้งนี้หากร่างกายได้รับพลังงานมากเกินความต้องการ ร่างกายจะนำพลังงานส่วนเกินนั้นไปเก็บสะสมในรูปไขมันเป็นพลังงานสำรอง

การที่ร่างกายสะสมไขมันมากจนเกินไป ก็จะนำไปสู่โรคอ้วนและโรคต่าง ๆ ได้ ดังนั้นการลดอาหารบุฟเฟ่ต์ลงบ้าง จึงเป็นเหมือนตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดีมากอีกทางหนึ่งนั่นเอง

5. กินอาหารเช้าให้เต็มที่ กินอาหารเย็นให้เร็วขึ้น (ไม่เกิน 18.00 น.)
การลดน้ำหนักให้ได้ผล นอกจากจะต้องอาศัยวินัยในการออกกำลังกายแล้ว การรับประทานอาหารก็มีผลอย่างมากเช่นกัน ก่อนหน้านี้เราได้ยินกันมาว่า กินน้อย ๆ แต่ให้บ่อยมื้อ จะช่วยเรื่องระบบการเผาผลาญในร่างกายได้ดีขึ้น

แต่จากผลการศึกษาล่าสุดโดยมหาวิทยาลัย Loma Linda University School of Public Health ในสหรัฐอเมริกา กลับพบว่าการกินอาหารมื้อเช้าให้เต็มที่ และกินมื้อเย็นให้เร็วขึ้น (ไม่เกิน 18.00 น.) เพื่อให้มีระยะเวลาที่ท้องว่างนาน 18 ชั่วโมง คือ กุญแจสู่การลดน้ำหนักที่ได้ผลอย่างแท้จริง