พฤศจิกายน 28, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

ยิ่งดูซ้ำยิ่งเสียน้ำตา! “ส่งเธอได้เท่านี้ (Goodbye)” เอ็มวีใหม่จาก LOMOSONIC

เมื่อเดือนที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายคนอาจเสียน้ำตาและนึกย้อนถึงวันเก่าๆ ของตัวเอง จากมิวสิกวิดีโอเพลง “หมดรัก (Expire)” ซิงเกิลแรกจากอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ของ LOMOSONIC ที่คอนเซ็ปต์เล่าถึง การหมดรักแต่ยังไม่ยอมจากลา เมื่อความผูกพันทำให้การลาจากเป็นเรื่องยากเกินกว่าจะทำไหว แต่สำหรับซิงเกิลใหม่อย่าง “ส่งเธอได้เท่านี้ (Goodbye)” เปรียบเสมือนมุมมองขั้วตรงข้าม เมื่อเรายังรักใครสักคนอยู่ แต่ถึงเวลาต้องจากลาแล้ว อย่างไม่มีทางเลือก การลาเป็นสิ่งที่เจ็บปวดเสมอ และมันจะยากที่สุด เมื่อการจากลาครั้งนั้น เรายังคงถูกยึดเหนี่ยวด้วย “ความรัก” ยิ่งรักมาก ก็ยิ่งลายาก แต่ก็ไม่มีใครหนีพ้นจากการจากลาได้ นี่คือ Message หลักในเพลงนี้ นำมาสู่มิวสิกวิดีโอที่บีบหัวใจผู้ชมยิ่งกว่า เชื่อว่าไม่ว่าใครที่คลิกชมก็อาจเสียน้ำตา

เพลง: ส่งเธอได้เท่านี้ (GOODBYE)

“ที่ผ่านมามันดีมากเลยอ่ะ” – นี่คือประโยคสั้นๆ แต่สั่นสะเทือนขั้วหัวใจ เมื่ออ่านผ่านๆ มันอาจคล้ายคำ Feel Good ชะโลมจิตใจ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ประโยคนี้ มันมาก่อนการจากลาเสมอ มันคือประโยคที่กล่าวถึงสิ่งที่เราจะไม่มีมันอีกต่อไปแล้ว อย่างที่หลายคนเคยกล่าวไว้ เรามักเห็นถึงคุณค่าของบางสิ่ง ในวันที่เราไม่มีมันอีกแล้ว “ที่ผ่านมามันดีมากเลยอ่ะ” น่าจะเป็นคำชมที่เคล้าน้ำตามากที่สุด เท่าที่หลายคนเคยได้ยิน และมันก็กลายเป็น Turning Point สำคัญในมิวสิควิดีโอใหม่ล่าสุดของ Lomosonic ที่เอ่ยโดยหญิงสาวที่โต้งรัก หญิงสาวที่เขาผูกพันตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาล จนความรักของทั้งคู่เริ่มผลิบานในวัยมัธยม ก่อนที่การจากลาจะมาถึง..

มิวสิควิดีโอ “ส่งเธอได้เท่านี้ (Goodbye)” พาผู้ชมไปรู้จักกับ โต้ง เด็กชายอารมณ์ดี ลูกคนเล็กของบ้าน ที่เติบโตมาพร้อมกับครอบครัวที่แสนอบอุ่น ที่มีคุณย่า คุณแม่ พี่สาว แต่ดูเหมือนโต้งจะสนิทสนมกับคุณพ่อมากเป็นพิเศษ และกิจกรรมยามค่ำหลังเลิกเรียน ที่โต้งมักทำกับพ่อคือการขี่มอเตอร์ไซด์ ที่พ่อเป็นคนขี่และพาโต้งซ้อนไปตามเส้นทางต่างๆ เคล้าบรรยากาศอันอบอุ่นของทุ่งนา ผ่านลมยามเย็น แสงแดดรำไรใกล้ค่ำ นี่คือความสุขที่โต้งและคุณพ่อมี นี่คือความรักและความผูกพันของพ่อลูก ที่แม้จะไม่เอ่ยคำว่ารัก แต่ทุกคนก็สัมผัสได้ และเมื่อชีวิตเริ่มผ่านพ้น โต้งเริ่มเติบโตขึ้น นอกจากความรักของครอบครัว โต้งเริ่มได้เรียนรู้และรู้จักความรักในรูปแบบอื่น ความรักต่อสัตว์เลี้ยง จนกระทั่งมาถึงความรัก ในแบบหนุ่มสาว จากเพื่อนสนิทวัยอนุบาล ความผูกพันเริ่มกลายเป็นความรัก และเมื่อเวลาผ่านไป โต้งก็เรียนรู้ว่า ทุกการพบเจอ ย่อมนำไปสู่การลาจาก มิวสิควิดีโอ “ส่งเธอได้เท่านี้ (Goodbye)” ค่อยๆพาเราไปดูชีวิตของโต้ง เมื่อเขาได้ตระหนักว่า ไม่มีใครอยู่กับเราไปได้ตลอดกาล ทุกคนที่เป็นเพื่อนร่วมทาง ย่อมต้องลงรถไปสักวัน.. 

ความรู้สึกแรกหลังดู มิวสิควิดีโอเพลงนี้จบ เหมือนเรา Flashback ภาพความทรงจำทั้งชีวิต มันถูกร้อยเรียงกลับมาภายในเวลาเพียง 4.30 นาที มิตรภาพกับเพื่อนแถวบ้านสมัยเด็กๆ คุณตาคุณยายที่จากเราไปนานเป็นสิบๆ ปีแล้ว มาจนถึงรักแรกสมัยเรียน จนเรียนจบมหาวิทยาลัย คนใกล้ตัวค่อยๆ ห่างหายไปจากชีวิต ทุกความทรงจำมันแว้บกลับมาในหัวในเวลาเพียงเสี้ยวนาที ต่างจากมิวสิควิดีโอเพลงก่อนของ LOMOSONIC อย่าง “หมดรัก” ที่พาผู้ชมย้อนความทรงจำเช่นกัน แต่มันเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ บางระยะเวลาของห้วงชีวิต ที่หลายคนอาจมีหรือไม่มีก็เป็นอันได้ แต่ ส่งเธอได้เท่านั้น เปรียบเหมือนกับการสรุปเวลาชีวิตหลายสิบปี จะต้องมีนาทีใดนาทีหนึ่ง ที่คุณต้องถูกกระแทกหัวใจด้วยเรื่องราวในมิวสิกวิดีโอ ถูกบีบอารมณ์ด้วยท้วงทำนองและคำร้อง จากเสียงของ บอย LOMOSONIC นี่คือเพลงและ มิวสิควิดีโอที่เตรียมจะกระแทกความทรงจำของมนุษย์ทุกคน ไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง

การถ่ายทอดความทรงจำผ่าน มิวสิควิดีโอเพลงนี้ ชัดเจนมาก และมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเพลงดำเนินไป ด้วยการเลือกใช้ฉากถ่ายภาพหมู่ บริเวณกลางป่าริมแม่น้ำ และช็อตนี้ถูกนำกลับมาใช้ซ้ำ แต่สมาชิกในภาพเปลี่ยนไป จากครอบครัวเล็กๆ สมาชิกเริ่มมีอายุมากขึ้น กลุ่มเพื่อนๆ ของโต้งเริ่มเข้ามา จนกระทั่งปิดท้ายด้วยภาพรวมที่ ไม่ใช่แค่สมาชิกในวัยปัจจุบัน แต่เป็นการรวมทุกรุ่น เปรียบเสมือนเป็นการบันทึกความทรงจำทุกช่วงเวลาไว้ในภาพเดียว ช็อตสั้นๆ ที่ถูกวางไว้ระหว่างทางนี้ ทำหน้าที่เล่าเรื่องได้อย่างดีเยี่ยม (อาทิ ภาพที่คุณย่าหายไป ก็สื่ออย่างเข้าใจว่าเขาไม่อยู่กับครอบครัวนี้แล้ว โดยไม่ต้องมีฉากโศกเศร้าสำหรับสื่อถึงการจากลา) และถ่ายทอดแนวคิดเรื่องความทรงจำอย่างชัดเจน ยิ่งฉากจบเชื่อว่า ผู้ชมหลายคนกด Pause ที่ตรงนี้ เพื่อดูเหล่านักแสดง ที่ต่างวัยแต่ถ่ายทอดบทเดียวกัน เป็นซีนเดียวที่เทียบให้เห็นกันชัดๆว่านักแสดงเหมือนขนาดไหน

อีกหนึ่งฉากที่เชื่อว่าหลายคนจุกอกแน่นอน คือฉากพ่อลูกขี่มอเตอร์ไซด์ ซึ่งครั้งแรกที่ปรากฏในตอนต้นมิวสิควิดีโอ คงเป็นฉากชีวิตประจำวันทั่วไปที่ไม่ได้ให้อารมณ์อะไรมากนัก แต่เมื่อมันถูกปรากฏขึ้นอีกครั้งในตอนท้ายของเอ็มวี จากคุณพ่อวัยกลางคนให้ลูกชายคนเล็กขี่ซ้อน ภาพสลับเป็น ลูกชายวัยหนุ่ม ให้คุณพ่อในบั้นปลายชีวิตมาซ้อนท้าย หน้าที่ของพ่อลูกสลับกัน สื่ออารมณ์และความหมายได้พีคถึงขีดสุด และเมื่อประโยคสำคัญถูกเอ่ยขึ้น กลายเป็นหมัดฮุคสำคัญที่ไม่ว่าใครก็จุกอก จากวันที่พ่อส่งลูกชายให้เติบใหญ่ไปถึงฝัน และในวันนี้ที่ชีวิตของลูกกำลังเดินต่อไป ส่วนคุณพ่อส่งเขาได้แค่นี้..

การที่ มิวสิควิดีโอ เลือกใช้ฉากโต้งกับคุณพ่อ ขี่มอเตอร์ไซด์ไปตามทาง ทั้งฉากเปิดและฉากปิดนั้น นอกจากจะสื่อความรัก ที่พบเจอและจากลาระหว่างพ่อลูกแล้ว ยังอาจตีความในความหมายแฝง ในแง่ระยะทางและการเดินทางของชีวิตอีกด้วย เช่นเดียวกับถนนทุกสาย ทุกเส้นทางย่อมมีปลายทาง ย่อมมีระยะทางที่จำกัด ถนนบางสายนั้นยาวจะทอดไปไกล ถนนบางสายนั้นสั้นเกินความที่ควรจะเป็น ชีวิตของคนก็เช่นเดียว ทุกคนต่างมีเวลาที่จำกัด ดังนั้น จงมีความสุขกับการเดินทาง เหมือนกับประโยคว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่เป้าหมาย แต่คือชีวิตระหว่างทาง และอีกประเด็นที่นำเสนอ คือเส้นทางของเรา เรามักจะไม่ได้เดินทางคนเดียวเสมอ แต่มีเพื่อนร่วมทางไปตลอดชีวิต บางคนร่วมทางกับเราไปตอนต้น บางคนมาระหว่างทาง บางคนอาจอยู่กับเราตลอดเส้นทาง เช่นเดียวกับโต้งและคุณพ่อ ที่คุณพ่อเดินทางไปกับโต้งตั้งแต่ต้น แต่พ่อกลับถึงจุดหมายปลายทางก่อน ทำให้โต้งต้องเดินทางต่อไปเพียงผู้เดียว

อีกจุดที่โดดเด่นมากใน มิวสิควิดีโอเพลงนี้ คือการใช้สี ภาพของมันไม่ได้ชัดเหมือนกล้อง HD แต่ถูกถ่ายทอดเหมือนภาพถ่ายจากกล้องฟิล์ม ที่บันทึกความทรงจำของโต้งในช่วงเวลาต่างๆของชีวิต การตัดสินใจใช้สีภาพในโทนนี้ เป็นตัวเสริมองค์ประกอบให้เอ็มวีสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เนื้อเพลงและทำนองที่ชวนย้อนความทรงจำ เรื่องราวในมิวสิกวิดีโอที่เล่นกับความทรงจำ แม้แต่สีเอง ที่สะท้อนคอนเซ็ปต์ไปในทิศทางเดียวกัน ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกและบิลด์ผู้ชมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หลายฉากยังมีการคุมโทนสีอย่างชัดเจน แม้แต่ฉากถ่ายรูปง่ายๆ ตอนเปิดเรื่อง ที่คุณพ่อและโต้งในวัยเด็กถ่ายภาพคู่กัน ถูกคุมโทนด้วยงานสีแบบเอิร์ธโทนที่สวยมาก กลมกลืนกับธรรมชาติอย่างชัดเจน นอกจากการเลือกใช้สื่ออารมณ์แล้ว การเลือกใช้บรรยากาศของเมืองกรุงที่ดูเงียบเหงา ในช่วงเวลาที่โต้งต้องห่างเหินจากครอบครัวและห่างเหินจากคนรัก ยิ่งเสริมบรรยากาศให้ชัดเจนขึ้นไปอีก

เช่นเดียวกับหนังดีๆ หลายเรื่อง มิวสิควิดีโอเพลง “ส่งเธอได้เท่านี้” ถูกดีไซน์มาให้สื่ออารมณ์ได้มากขึ้นทุกครั้งที่เราดูซ้ำ สำหรับผู้เขียนการดูครั้งแรกเหมือนเราคล้อยไปกับเส้นเรื่องและชีวิตของโต้ง แต่เมื่อเรารู้ถึงบทสรุปแล้ว การกลับมาเห็นภาพเก่าๆ ของโต้งอีกรอบ ชีวิตที่อบอุ่นและมีความสุขเมื่อคนรักยังอยู่ข้างกาย ยิ่งเพิ่มความเจ็บปวดอย่างมาก การดูรอบแรก ภาพอบอุ่นของครอบครัวคือภาพที่ชวนให้เรายิ้มและหัวเราะตาม แต่การดูในรอบที่ 2 เป็นต้นไป กลับเป็นความรู้สึกดีที่เคล้าน้ำตา เพราะคนข้างกายเหล่านั้น ล้วนค่อยๆ จากไป และไม่อยู่อีกแล้ว เปรียบเสมือนทุกคนที่ย้อนดูภาพวันเก่าๆ หลายความทรงจำดีๆ มันกลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเจ็บปวด เมื่อคนที่เรารัก “ส่งเราได้เท่านี้” นอกจากนี้ มิวสิควิดีโอ ยังเต็มไปด้วยดีเทลให้กลับมาดูซ้ำ ไม่ว่าจะเป็น การแลบลิ้นของนางเอก ที่ดูผ่านครั้งแรกเราอาจจะไม่ได้คิดอะไร แต่เมื่อเห็นมันซ้ำอีกรอบ ยิ่งสัมผัสได้ถึงความรักและความรู้สึกดีๆของตัวละครที่มีให้กัน การได้เห็นรอยยิ้มระหว่างทางของตัวละครในการดูซ้ำ มันยิ่งเศร้า ยิ่งรู้ถึงการจากลา ยิ่งเห็นคุณค่าของความสุขที่เคยมี

เมื่อฟังเพลง “ส่งเธอได้เท่านี้” ครั้งแรก เชื่อว่าหลายคนหยิบโยงอารมณ์เพลงของ LOMOSONIC กับคนรัก กับแฟน กับคู่ชีวิต แต่มิวสิควิดีโอเลือกที่จะนำเพลงมาตีความ ทั้งความรักหลากรูปแบบ คุณย่า คุณพ่อ คนรัก สุนัข และเล่าไปไกลกว่านั้น ด้วยแนวคิดที่ว่า ไม่มีอะไรอยู่กับเราไปตลอดกาล แม้แต่ชีวิตของเราเอง นี่คือเพลงที่ฟังเฉยๆ ก็บีบหัวใจแล้ว แต่พอมาดูเอ็มวีมันพาเราไปไกลกว่ามาก

นี่คือมิวสิกวิดีโอที่ไม่มีฉากการจากลา แต่สื่ออารมณ์ได้เต็มเปี่ยม เชื่อว่าหลายคนดูจบแล้ว ก็หันกลับไปมองชีวิตของตัวเอง และพูดในใจว่า “ที่ผ่านมามันดีมากเลยอ่ะ”