มีนาคม 9, 2021

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่

สาระนะ แหล่งรวบรวมข่าวสาร แห่งใหม่ ข่าวสารทั้วไป ข่าวบันเทิง ข่าวไอที ข่าวใหม่ อัพเดททั้งวัน

BLACKPINK: THE SHOW หนึ่งในคอนเสิร์ตออนไลน์ที่สมจริงราวกับนั่งชมในฮอลล์ได้มากที่สุด

สารพัดฉากสวยๆ เสื้อผ้าหน้าผม ดนตรีสด ร้องสด กองทัพแดนเซอร์ โชว์เดี่ยวพิเศษ และอีกมากมายที่ทำให้คอนเสิร์ต BLACKPINK: THE SHOW เป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตออนไลน์ที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ และมอบประสบการณ์การชมคอนเสิร์ตใกล้เคียงกับการชมในฮอลล์มากที่สุดงานหนึ่ง

รอกันมานานหลายเดือน ในที่สุดคอนเสิร์ตออนไลน์ครั้งแรกของสาวๆ BLACKPINK ก็ได้ฉายให้แฟนๆ ทั่วโลกได้ชมกันเป็นที่เรียบร้อย ผ่านช่อง Official YouTube ของ BLACKPINK ในวันที่ 31 มกราคม 2021 เมื่อเวลา 12.00 น. (ตามเวลาในประเทศไทย)

หลังจากดู VTR ของสาวๆ พูดรณรงค์เรื่อง Global Warming ของ UN และดูมิวสิควิดีโอวนไปเรื่อยๆ อยู่สักพัก คอนเสิร์ตก็เริ่มตรงเวลา 4 สาว จีซู เจนนี่ โรเซ่ และ ลิซ่า ปรากฎตัวลยเวทีขนาดกลางตกแต่งฉากต่างๆ สวยงาม ด้วยเสื้อผ้าเกาะอกประดับเพชรพลอยแบบจัดเต็ม (แอบขัดใจชุดหางเครื่องสีเขียวของลิซ่าเล็กน้อย แต่ลิซ่ายังเอาอยู่ด้วยอินเนอร์ศิลปินมืออาชีพ) พร้อมโชว์เพลงดังเรียกพลังจากแฟนเพลงกันตั้งแต่เปิดโชว์ด้วย “Kill This Love” ต่อด้วย “Crazy Over You” ที่ท่าเต้นวาบหวิวเซ็กซี่จนทำให้ละสายตาแทบไม่ได้ สังเกตได้ว่าสองเพลงนี้น่าจะเป็น pre-record คือไม่ได้ทำการแสดงกันสดๆ ในตอนนั้น แต่เป็นการแสดงบันทึกภาพและเสียงเอาไว้ล่วงหน้า ก่อนจะพักพูดคุยทักทายแฟนๆ เล็กน้อย ก่อนจะไปมันกันต่อกับ “How You Like That” ที่คราวนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นการแสดงสดๆ ตรงจากฮอลล์จริงๆ

Instagram @roses_are_rosie

Instagram @roses_are_rosie

หลังจากนี้เป็นการแสดงแบบ pre-record สลับกับการแสดงสดไปเรื่อยๆ อย่าง “Don’t Know What To Do” ที่เป็น 4 สาวเปลี่ยนเสื้อผ้าหน้าผม เดินออกมาจากฉากที่คล้ายถ้ำสีขาววิบวับ ต่อด้วย “Playing with Fire” และ “Lovesick Girls” และตัดเข้าช่วงการแสดงโซโล่ของแต่ละคนทันที เริ่มที่ จีซู กับการแสดงคัฟเวอร์เพลง “Habits” ของ Tove Lo เวอร์ชั่นผสมเนื้อเพลงเกาหลีตามสไตล์พี่จีซู มาในชุดเดรสสวยราวกับเดินงานพรมแดง ร้องสดด้วยเสียงหนาและแข็งแรงไปกับแดนเซอร์ชาวหญิงที่มาเต้นคู่กันข้างๆ ตัดอารมณ์ด้วยการแสดงโซโล่ของ ลิซ่า ที่มาในธีมดิสโก้ ผมหยิกยาว ไมโครไฟนขาตั้งสไตล์ ‘80s ทั้งร้อง แร็ป และเต้นไปด้วยในเพลง “Say So” ของ Doja Cat โซโล่ของลิซ่าครั้งนี้เซอร์ไพรส์มาก เพราะหลายคนอาจจะคิดว่าลิซ่าน่าจะมาแค่โชว์เต้นอย่างเคย แต่ครั้งนี้เธอจัดเต็มทุกสกิลที่เธอทำได้ดี และท่าเต้นก็ไม่ธรรมดา ทั้งการเต้นอย่างแข็งแรงกับการขากวาดพื้นเวทีดิสโก้ และการล็อกขาไมค์และเหวี่ยงในจังหวะเดียวกันกับเพลง การแสดงออกทางสีหน้าและแววตาเต็มที่ พูดได้เลยว่าเป็นโชว์โซโล่ที่เราชอบที่สุด และเซอร์ไพรส์ที่สุด

ก่อนจะไปที่เพลงโซโล่ของคนอื่น ขั้นด้วยเพลงสุดเปรี้ยวเข็ดฟันอย่าง “Sour Candy” ที่เป็นการแสดงแบบ pre-record เสื้อผ้าหน้าผมของแต่ละคนในเพลงนี้ค่อนข้างสวยและน่ารักอย่างเท่าเทียมกัน ปรากฏตัวบนเวทีแยกกันคนละฉาก แดนเซอร์คนละเซ็ต แล้วมาเต้นพร้อมกันทีตรงกลาง พร้อมจอ LED ด้านบน และเว้นช่วงเสียงร้องของ Lady Gaga เอาไว้ให้ (ดูแล้วอยากเห็น Lady Gaga มาทำการแสดงด้วยจริงๆ) ก่อนจะเข้าสู่ช่วง Talk สั้นๆ และนั่งร้องสดๆ พร้อมฉากหลังเป็นบันไดวนขนาดใหญ่ในเพลง “Love To Hate Me” ที่รีมิกซ์ต่อกับ “You Never Know” ได้ดี เป็นช่วงที่สาวๆ ได้โชว์พลังเสียงอย่างเต็มที่ และร้องสดได้ดีมาก

Instagram @roses_are_rosieAdvertisement

ผ่านช่วงเพลงช้าไปแล้ว กลับมาแดนซ์กันต่อกับเพลง “SOLO” ของ เจนนี่ ที่รอบนี้ทำการแสดงบนเวทีจอหลัง LED ขนาดใหญ่ เนรมิตฉากสีแดงกำแพงห้องสไตล์จีน เสื้อผ้าสีแดงพร้อมดอกไม้ดอกใหญ่และผมเปียน่ารัก และท่อนหลังมีการโปรยผ้าสีแดงเป็นเส้นจากด้านบนเพื่อเพิ่มมิติให้กับเวทีมากขึ้นไปอีก จากนั้นก็เป็นการแสดงเพลงโซโล่ของ โรเซ่ ที่ในส่วนครึ่งเพลงแรกเป็นมิวสิควิดีโอจริงๆ และครึ่งเพลงหลังเป็นโรเซ่นั่งร้องเพลงสดๆ อยู่บนชิงช้าข้างมือกีตาร์ เรื่องร้องสดไว้ใจโรเซ่ได้ว่าทำได้ดีอย่างเคย เป็นครั้งแรกที่แฟนๆ ได้ชมได้ฟังเพลงเดี่ยวของโรเซ่ โดยในฉากสุดท้ายขึ้นชื่อเพลงให้ว่า “GONE” เป็นเพลงป็อปที่กลิ่นอายของดนตรีร็อคยุค 2000s ต้นๆ ฟังง่าย ติดหูง่าย คาดว่าจะเป็นเพลงโปรดของใครหลายคนในเร็วๆ นี้

หลังจากปล่อยอารมณ์ไปกับเพลงเดี่ยวของโรเซ่เรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงการแสดงเดือดๆ จากเพลง “Pretty Savage” ที่ทำการแสดงบนเวทีพร้อมฉากคล้ายขอบถ้ำสวยๆ ด้านหลัง แบบเดียวกับที่โชว์ในรายการ The Late Late Show with James Corden จากนั้นก็เป็น “DDU-DU DDU-DU” บนเวทีที่มีน้ำด้านหน้า ไฟด้านหลัง พร้อมเหล่าแดนเซอร์ชายโชว์กล้ามรายล้อมเต้นเคียงคู่ BLACKPINK ยกตัวโรเซ่ สะบัดตัวสะบัดขาเหยียบพื้นน้ำกระจาย เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของโชว์ในครั้งนี้เลยก็ว่าได้

เริ่มเข้าสู่ช่วงสุดท้ายด้วย VTR ประกอบเพลง “STAY” สัมภาษณ์ 4 สาวที่ฮอลล์ที่พวกเธอทำการแสดงสดครั้งแรกในเกาหลี เพื่อเข้าสู่เพลงในอัลบั้มแรกอย่าง “Whistle”, “As If It’s Your Last” และ “BOOMBAYAH” บนเวทีที่เนรมิตฉากสิ่งของต่างๆ ก่อนจะแนะนำสมาชิกวงดนตรี เปลี่ยนฉากบนเวทีเป็นแผ่นโน้ตข้อความจากแฟนๆ BLINKs ทั่วโลก และปิดท้ายด้วยการแสดงสดเพลง “Forever Young”

Instagram @sooyaaa__

BLACKPINK: THE SHOW เป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่มอบประสบการณ์ในการรับชมใกล้เคียงกับการชมคอนเสิร์ตจริงในฮอลล์มากที่สุดงานหนึ่ง เพราะนอกจากเราจะได้เห็นการเนรมิตฉากสวยๆ แบบทั้งเป็นฉากด้านหลัง อุปกรณ์ประกอบฉากของจริงแบบสารพัดฉาก สลับกับเวที LED และเอฟเฟกต์ทั้งน้ำ ไฟ คอนเฟติหลายรูปแบบ เห็นได้ชัดว่าทีมงานตั้งแต่จัดฉากของแต่ละเพลงให้เป็นอย่างดี และไม่ได้พึ่งพาเทคโนโลยี AR เหมือนที่หลายๆ คอนเสิร์ตเน้นกัน ดังนั้นจึงให้ประสบการณ์ในการชมคล้ายกับนั่งในฮอลล์จริงๆ มากกว่า แต่ถึงกระนั้นก็ใช้ประโยชน์ของการเป็นคอนเสิร์ตออนไลน์ได้อย่างเต็มที่ เพื่อลดช่องว่างระหว่างเวลาในการเปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนเวที หรือเซ็ตฉากใหม่ จึงมีการแสดงแบบ pre-record ที่สามารถตัดเข้าสู่เพลงต่อไปได้ทันทีโดยไม่ต้องรอทำให้โชว์กระชั้นฉับไว ไม่มีเดธแอร์ และทำให้สาวๆ ไม่เหนื่อยจนเกินไป สามารถการแสดงในแต่ละเพลงได้อย่างเต็มที่ เหนื่อยหอบระหว่างเพลงน้อยลง

อย่างไรก็ตาม การใช้ pre-record ในหลายๆ เพลง โดยที่ไม่ได้พยายามจะทำให้มันเนียนไปกับการแสดงสดมากนัก อาจทำให้แฟนๆ เห็นถึงความแตกต่างของการแสดงแบบสดและ pre-record อย่างชัดเจนจนเกินไป ช่วงพูดคุยค่อนข้างน้อย ซับไตเติลแปลไม่ทัน การตัดฉับเข้าสู่เพลงต่อไปอย่างรวดเร็วอาจไม่มีช่องเวลาให้ได้หายใจหายคอเพื่อกรี๊ดหรือซึมซับบรรยากาศของการแสดงที่เพิ่งจบไปมากนัก และแสงบนเวทีที่หลายๆ ช่วงแอบคิดว่าแสงกระด้างและมืดไปสักหน่อย ให้อารมณ์เหมือนการถ่ายทำในสตูดิโอมากกว่าจะเป็นคอนเสิร์ตในฮอลล์อย่างที่ตั้งใจ แต่โดยรวมแล้วแสง สี เสียงที่ใช้ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่รักษาสมดุลของการเป็นคอนเสิร์ตออนไลน์ที่ใช้เทคนิคต่างๆ เข้าช่วยเพิ่มสีสันให้กับโชว์ แต่ยังคงความเป็นคอนเสิร์ตที่เราสามารถชมได้ในฮอลล์คอนเสิร์ตของจริงเอาไว้ได้อย่างลงตัว ไม่มากไม่น้อยไป

เห็นถึงความตั้งใจของทั้งสี่สาว BLACKPINK และทีมงานทุกคนแล้ว ต้องยืนปรบมือให้ดังๆ ไม่ว่าคุณจะสมัครแพกเกจธรรมดาหรือแบบพิเศษ ก็คุ้มค่ากับทุกบาททุกสตางค์เสียไปจริงๆ ใครที่สมัครแพกเกจพิเศษเอาไว้ อย่าลืมดูคอนเสิร์ต BLACKPINK: THE SHOW รอบ rerun แบบไลฟ์ (ไม่สามารถกดดูย้อนหลังได้) ในวันที่ 7 และ 14 กุมภาพันธ์ 2021 เวลา 19.00 น. (ตามเวลาในประเทศไทย) กันด้วยนะ